RSS

ทิศทางใหญ่คือ ทำให้ภาคประชาชนฉลาดและมีการจัดตั้งองค์กรเพิ่มขึ้น

17 มิ.ย.

บทความจากคอลัมภ์ ทางออกของปัญหา โดยวิทยากร เชียงกูล
จาก นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์

ปัญหาเฉพาะหน้า คือปัญหาการที่รัฐบาลนำโดยพรรคพลังประชาชนขาดความสามารถ คุณธรรม วุฒิภาวะ วิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสังคมเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และไปมุ่งใช้เสียงส่วนใหญ่ในสภาเพื่อหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา เพื่อล้มกระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาความผิดของพรรคการเมือง และนักการเมืองกลุ่มทักษิณ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาชุมนุมคัดค้านรัฐบาล เกิดความขัดแย้งเป็น 2 ขั้ว ที่ต่างฝ่ายต่างมุ่งโค่นล้มกัน โดยต่างฝ่ายต่างมีประชาชนที่เชื่อมั่นในแนวคิดของฝ่ายตน

ปัญหาที่เป็นปัญหาหลัก คือ ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารทุนข้ามชาติและโครงสร้างทางการเมืองแบบอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์ ท ำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง/ ความแตกต่างทางด้านทรัพย์สินรายได้ ฐานะทางสังคม การศึกษาและการรับรู้ข่าวสารระหว่างกลุ่มคนชนชั้นนำและประชาชนที่ยากจน


ในทางการเมือง ประชาชนไทยที่ยากจนส่วนใหญ่ยังคิดแต่การหาประโยชน์ระยะสั้นจากการไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง แต่ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเจ้าของประเทศ เป็นพลเมืองที่เข้ามาอยู่ในสังคมแบบมีสัญญาประชาคม มีสิทธิชุมนุมคัดค้าน แก้ไขกฎหมาย เสนอกฎหมายใหม่ ถอดถอนนักการเมืองได้ด้วย และรัฐบาล รัฐสภามีหน้าที่ต้องทำเพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องเผด็จการเสียงส่วนใหญ่ (เกิน 51%) ของ สส. ในสภาที่จะทำเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ถ้าผู้แทนไม่ทำเพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ ก็ยังไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตที่แท้จริง

ทางออก คือ ต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้มากขึ้นว่า ประชาธิปไตยมีความหมายมากกว่าแค่การใช้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากประชาชนจะมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์คัดค้าน เสนอแนะ ผลักดันแล้ว ป ระชาชน2 หมื่นคนยังสามารถยื่นเรื่องต่อวุฒิสภาให้ลงมติถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาได้ ถ้าพวกเขามีพฤติกรรมว่ารวยผิดปกติ ส่อไปทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง (มาตรา 270)

นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีมหาดไทย และกลุ่มสส.พลังประชาชนที่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์คนส่วนน้อย ล้วนอยู่ในข่ายที่ประชาชน 2 หมื่นคน สามารถยื่นเรื่องให้วุฒิสภาลงมติถอดถอนตามมาตรา 270 ได้

กระบวนการถอดถอนหรือการคัดค้านเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกเป็นการต่อสู้ ทางการเมืองวิธีหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ก้าวไปถึงขั้นการแก้ปัญหาการคัดเลือกให้ได้รัฐบาลที่ฉลาด เก่ง ดี มีวิสัยทัศน์ได้ เพราะถึงจะเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ถึงจะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองยังไม่เปลี่ยน ประเทศไทยก็คงจะได้นักการเมืองกลุ่มเดิมๆ ที่ไม่ฉลาดและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมเข้ามาอีก

ทิศทางใหญ่สำหรับประชาชนคือ

1. การศึกษาและเผยแพร่ความรู้
2. การจัดตั้งกลุ่มประชาชน
เพื่อรณรงค์ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางการเมือง ที่ต้องรวมการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมให้เป็นประชาธิปไตย (เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ) ในทุกด้าน
ทั่งนี้ก็เพื่อการพัฒนาคน ชุมชน และประเทศอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และมีสันติสุขอย่างยั่งยืน

ทิศทางที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมคัดค้านและรณรง ค์อยู่เป็นทิศทางเฉพาะทิศทางหนึ่ง ที่คงจะขยายความรู้และการจัดตั้งประชาชนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันอยู่แล้วได้ ระดับหนึ่ง แต่ยังมีประชาชนอีกมากหรือส่วนใหญ่ที่มีความยากจน การศึกษาและการรับรู้ข่าวสารต่ำ มีแนวคิดแบบจารีตนิยม ยึดติดอยู่ใต้ระบอบอุปถัมภ์ ลัทธิพรรคพวก หรือไม่สนใจการเมืองเลย จ ึงเป็นภาระหน้าที่ที่ประชาชนกลุ่มที่มีความรู้และตื่นตัวกลุ่มต่างๆจะช่วยขย ายความรู้และการจัดตั้งในหมู่ประชาชนกลุ่มต่างๆให้หลากหลายและกว้างขวางมากย ิ่งขึ้นไปอีก

ทางออกที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง คือ ประชาชนที่ตื่นตัวแล้วซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ต ้องไปขยายการจัดตั้งกลุ่มองค์กรประชาชนกลุ่มย่อยๆขึ้นมา ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคมแบบมุ่งเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคน เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของทรัพย์สิน รายได้ ความรู้และมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น กลุ่มต่างๆต้องทำงานเผยแพร่ขยายการเรียนรู้และจัดตั้ง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ตื่นตัวและตระหนักว่า ประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องผ่าทางตันของระบบเลือกตั้งแบบซื้อเสียงขายเสียง ซื้อความจงรักภักดีด้วยโดยโครงการประชานิยมและระบบอุปถัมภ์ไปสู่ระบบที่ประชาชนสามารถคัดคนเก่ง คนดี ได้มากกว่าระบบที่เป็นอยู่ และต้องผ่าทางตันการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารบริษัทข้ามชาติ เปลี่ยนไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรม และระบบสหกรณ์ ระบบรัฐสวัสดิการ

การเสนอแนะให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลเพื่อชาติ เพื่อปฎิรูปการเมืองและเศรษฐกิจสังคมที่เป็นปัญหาสัก 2 ปี เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่รัฐบาลเพื่อชาติควรจะมาจากคนกลางที่เก่ง ดี มีวิสัยทัศน์ ไม่ควรเป็นรัฐบาลผสมที่มาจากทุกพรรคการเมือง เพราะจะขัดแย้งกันเอง ร ัฐบาลชั่วคราวต้องเป็นรัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม ที่จะปฎิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคม อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และพัฒนาอย่างยั่งยืนได้

สำหรับ สส. สว. อาจจะให้พวกเขามีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาลและมีตัวแทนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสภ าร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่มากขึ้นได้ โ ดยสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ควรมีตัวแทนของภาคประชาชน เช่น กลุ่มเกษตรกร สหภาพแรงงาน กลุ่มผู้ปกครองท้องถิ่น องค์กรอิสระรายย่อย นักวิชาการ นักวิชาชีพแขนงต่างๆ อย่างกว้างขวาง ไม่ใช่เน้นแต่งตั้งนักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ ทหาร ข้าราชการ ซึ่งเป็นตัวแทนของชนชั้นกลางอย่างการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มา

รัฐบาลเพื่อชาติและการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ควรเน้นนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทางเลือกแบบเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับระบบสหกรณ์ รัฐสวัสดิการ ที่ต่างไปจากระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดแบบพึ่งพาทุนต่างชาติและทุนขนาดใหญ ่ เพราะโครงสร้างและการพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยมผูกขาดเป็นตัวการสำคัญที่สร้าง ปัญหาทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียเปรียบ เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง

ทางออกคือจะต้องสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ (การควบคุมการผูกขาด การกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่เป็นธรรม การพัฒนาระบบสหกรณ์ กลุ่มทางเศรษฐกิจต่างๆ) และประชาธิปไตยทางสังคม (ให้ประชาชนได้รับการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม) ควบคู่ไปกับประชาธิปไตยทางการเมืองที่เน้นประโยชน์ประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่แค่ระบบเลือกตั้งที่อ้างเสียงส่วนใหญ่ของ สส. ที่ทำเพื่อตัวเอง

หลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยคือ ต้องทำให้ให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ (มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบบพี่น้อง) อย่างแท้จริง ทั่วถึง หลักการสำคัญของการมีรัฐบาลและการบริหารที่ดีคือ การพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม อย่างเป็นธรรม และอย่างยั่งยืน (ลดการใช้พลังงาน ลดการทำลายทรัพยากรและสภาพแวดล้อม)

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

One response to “ทิศทางใหญ่คือ ทำให้ภาคประชาชนฉลาดและมีการจัดตั้งองค์กรเพิ่มขึ้น

  1. stemis

    มิถุนายน 22, 2009 at 5:46 pm

    ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: