RSS

เราควรจะต้องทำอะไร ในการปฏิรูปการเมืองและสังคม

20 มิ.ย.

วิทยากร เชียงกูล

    ปัญญาชนของไทยหลายคนใจปัจจุบัน เกิดความรู้สึกสับสนเพราะพวกเขามีกรอบวิธีคิดแบบแบ่งทุกสิ่งทุกอย่างเป็น 2 ขั้วสุดโต่งแบบง่ายๆหรือ ถูกหรือผิด  ขาวหรือดำ พระเอกหรือผู้ร้าย การคิดแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่ง ทำให้คนสวิงไปขั้วใดขั้วหนึ่งได้ง่าย อย่างไม่มีเหตุผลและนอกเหนือไปจากหนทางสุดขั้ว 2 หนทางที่เขามองเห็น ขาดการคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์อย่างลึกซึ้งกว้างไกล เชื่อมโยงกันรอบด้าน

กรอบวิธีคิดแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่ง ทำให้ปัญญาชนหลายคนเกิดความเชื่อว่า

1. เมื่อระบบสังคมนิยมล้มเหลว ทุนนิยมยิ่งเติบใหญ่ด้วยกระบวนการโลกาภิวัฒน์ ก็แปลว่า เหลือแต่ทางเลือกทุนนิยมเท่านั้นไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่อีก สงครามอุดมการณ์ยุติแล้ว ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า อุดมการณ์เหลืออยู่อีกต่อไป

2. ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างที่เป็นอยู่ เป็นหนทางการพัฒนาทางการเมืองในสังคมใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แม้ว่าประชาธิปไตยทุนนิยมแบบไทยจะเป็นการผสานกำลัง ของเจ้าขุนมูลนาย ขุนนาง และนายทุน และนับวันนายทุนจะมีอำนาจเพิ่มมากขึ้น แต่ประชาชนก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะใช้สิทธิเลือกตั้ง และต่อสู้ทางการเมืองภายใต้กรอบกติกาของประชาธิปไตยทุนนิยมแบบไทยๆนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยสถานการณ์คงจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ หรือสำหรับคนที่มองในแง่ร้ายกว่า สถานการณ์จะเลวลง แต่ก็มองไม่เห็นว่ามีทางออกอื่น

ถ้าหากปัญญาชนคนไหนมีจินตภาพ (การมองเห็นภาพแนวโน้มของอนาคต และอนาคตที่จะเป็นไป) แค่ว่าสังคมไทยจะเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมากขึ้น และประชาธิปไตยแบบรัฐสภาจะค่อยเข้มแข็งมากขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป  เราก็คงจะไม่รู้สึกว่าเราจะต้องมีภาระกิจที่จะต่อสู้เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้นอะไรมากมายนัก เพราะถึงอย่างไน นี่ก็เป็นกระแสที่สังคมจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับภายใต้กระแสของทุนนิยมข้าวชาติเสรีของโลก (โลกาภิวัฒน์) อยู่แล้ว แต่สังคมไทยกำลังจะก้าวไปด้วยดีในแนวทางนั้นจริงๆ หรือว่านั่นเป็นเพียงแต่ภาพความเฟ้อฝันที่รัฐบาลและชนชั้นอภิสิทธิ์ของประเทศเชื่อและสร้างขึ้นเท่านั้น

    สำหรับคนที่มองสังคมอย่างวิพากษ์วิจารณ์ มองอย่างตีนติดดิน พวกเขาย่อมจะมองเห็นสังคมไทยกำลังพัฒนาไปในทิศทางผิดๆที่จะนำไปสู่วิกฤติการณ์ เพราะการพัฒนาที่เน้นความเจริญเติบโตทางวัตถุ การหาเงินและการบริโภคให้ได้มาก การหากำไรสูงสุดในระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในระยะยาวนั้น ได้ทำลายล้าง กดขี่เบียดเบียนทั้งธรรมชาติ สภาพแวดล้อม ผู้คน วัฒนธรรม และจริยธรรมอย่างไร้จิตสำนึก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง การกดขี่ขูดรีด ความฉ้อฉล ความรุนแรง ความเสื่อมโทรมทางด้านจริยธรรม และวัฒนธรรมที่เป็นผลเสียหายมากกว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ได้มาอย่างไม่อาจประมาณค่าได้ แต่สิ่งที่เป็นตัวปัญหามากที่สุด คือ รัฐบาลและชนชั้นอภิสิทธิ์มองไม่เห็นภาพเหล่านี้ หรือบางคนอาจจะเห็นบ้าง แต่พวกเขามักชอบคิดว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กที่อาจจะแก้ไขได้ง่ายๆ โดยการเจียดงบประมาณมาแก้ปัญหา หรือปรับปรุงแต่งโฉมหน้าสักนิดหน่อย

       ที่จริงแล้ว ปัญหาในสังคมไทยยังมีความรุนแรง และสลับซับซ้อน มากยิ่งกว่าสังคมไทยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในยุคสมัยของการต่อสู้ทางอุดมการณ์อย่างแหลมคมระหว่างแนวคิดทุนนิยมกับสังคมนิยมด้วยซ้ำ เพียงแต่สังคมไทยปัจจุบันอยู่ภายใต้การครอบงำของเผด็จการนายทุน และขุนนางที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้หน้ากากของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างแนบเนียนยิ่ง ประชาชนจึงถูกกล่อมเกลาทางอุดมการณ์ให้มีความหวัง ความเชื่อว่า สังคมไทยกำลังพัฒนาไปสู่ความเจริญก้าวหน้า เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และในไม่ช้าทุกคนจะรวยขึ้น ปัญหาต่างๆจะค่อยลดน้อยลงไปตามลำดับ

ถึงแม้ประชาชนที่รู้ข่าวสารมาก โดยเฉพาะปัญญาชนบางส่วนจะไม่ได้เชื่อเช่นนั้นนัก แต่พวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะมีทางเลือกอื่นๆ หลายคนมองคนรวย คนทีอำนาจว่าคงได้เปรียบต่อไป คนจนก็จะเป็นเหยื่อต่อไป ไม่มีความหวังว่า จะไปทวนกระแสเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้มากนัก

ทั้งคนที่มองโลกในแง่ดี ว่าสังคมไทยจะเจริญเติบโตก้าวหน้าเป็นประเทศชั้นนำในภูมิภาคนี้ และคนที่มองโลกในแง่ร้าย ว่าสังคมไทยคงจะเป็นสังคมที่คนรวย คนมีอำนาจเอาเปรียบคนจน และทำลายสภาพแวดล้อมและคุณค่าต่างๆ อย่างไม่มีทางแก้ ล้วนเป็นคนมองโลกแบ่งเป็น 2 ขั้วอย่างสุดโต่งด้วยกันทั้งคู่ ในโลกที่เป็นจริงสังคมไทยก็คงไม่ต่างจากสังคมอื่นๆ คือ มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอยู่เรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง บางด้านก็เจริญก้าวหน้าดีขึ้น บางด้านก็เลวลง คนในสังคมก็คงต้องแก้ปัญหาและพยายามพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ  สังคมไหนจะแก้ปัญหาและพัฒนาและไปได้ดีกว่ากัน เป็นเรื่องที่ขึ้นกับปัจจัยหลายด้าน แต่คงไม่ได้มีสังคมไทยที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากสังคมอื่นโดยสิ้นเชิง ประเภทดีทุกอย่าง อย่างไม่มีที่ติหรือแย่ไปทุกอย่าง อย่างที่ไม่อาจมีความหวังอะไรได้เลย

    สังคมไทยจะมีปัญหาที่หนักมาก โดยเฉพาะการผูกขาดอำนาจโดยชนชั้นผู้นำที่สายตาสั้น และคับแคบ ไม่มีจินตภาพในการมองการณ์ไกล ไม่มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ขณะที่ประชาชนนอกจากจะถูกเอาเปรียบ ถูกครอบงำ ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองแล้ว ยังถูกกล่อมเกลาคิดให้เชื่อในระบบที่เป็นอยู่ และเชื่อฟัง จงรักภักดีต่อเจ้านาย ผู้อุปถัมภ์พวกเขา อย่างไม่รู้จักวิเคราะห์ปัญหาโครงสร้างของสังคมอีกด้วย แต่แม้กระนั้น สภาพเช่นนี้ก็ไม่น่าจะอยู่ได้ตลอดไป เพราะปัญหานับวันจะยิ่งปรากฏให้คนรับรู้ และหาทางแก้ไขมากขึ้น และเพราะการที่คนไทยได้ออกไปต่างประเทศ และรับรู้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น จะทำให้คนมองภาพสังคมไทยเปรียบเทียบกับสังคมอื่นและเห็นว่าสังคมไทยควรจะเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น

รวมทั้งปัจจัยที่สำคัญ คือ ชนชั้นกลางผู้ได้รับการศึกษา ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น จะเป็นกลุ่มคนที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปปรับปรุงรื้อระบบเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา วัฒนธรรม ที่ล้าหลังหรือสร้างปัญหาในปัจจุบันให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไปได้ในระยะยาวหรืออย่างยั่งยืนมากขึ้น

ภาระกิจของประชาชนไทยผู้สนใจปัญหาการปฏิรูปการเมืองและสังคม คือ ศึกษาวิจัยวิพากษ์วิจารณ์ ชี้แนะให้ประชาชนคนอื่นๆ เห็นสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เห็นทางแก้ และทางเลือกในสังคม ตลอดจนเข้าร่วมกับประชาชนในการเรียกร้องต่อรอง ต่อสู้ให้สังคมเกิดความเป็นธรรม เป็นประชาธิปไตย และฉลาดเห็นการณ์ไกลมากขึ้น ถึงแม้ว่าสังคมนิยมจะไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้แล้ว แต่ทุนนิยมเองก็ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัวเสมอไป ทุนนิยมก็อาจจะถูกควบคุมดัดแปลงให้มีลักษณะผูกขาดน้อยลง เอาเปรียบน้อยลง ทำลายธรรมชาติน้อยลง และมีลักษณะสร้างสรรค์มากขึ้นได้ ถ้าประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ มีการจัดตั้งกลุ่มที่เข้มแข็ง

แนวคิดใหม่ๆ เช่น การพัฒนาแบบยั่งยืน ที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ สภาพแวดล้อมลดการบริโภคที่ไม่จำเป็น การสร้างความสมดุลของธรรมชาติและชีวิต การพัฒนาแนวพุทธ ที่เน้นทางสายกลางไม่โลภ ไม่เบียดเบียน สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจ  การพัฒนาแนวสันติประชาธรรม ที่เน้นประชาธิปไตยแบบให้ประชาชนเข้าไปมีบทบาทอย่างแท้จริงในทุกมิติของสังคม การพัฒนาที่เน้นการพึ่งตนเอง ฯลฯ ล้วนเป็นแนวคิดที่สามารถพัฒนาต่อให้เป็นทางเลือกใหม่ของสังคมไทยในอนาคตได้ สังคมไทยซึ่งมีทรัพยากรค่อนข้างมากเทียบกับประเทศในโลกที่สามอื่นๆ และมีคนที่มีศักยภาพอยู่ถึง 60 ล้านคน ไม่จำเป็นต้องพัฒนาระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม เพื่อการส่งออกตามกระแสโลกาวิวัฒน์ ถ้าหากคนไทยรู้ว่ามีทางเลือกอื่นๆที่ดีกว่าอยู่เป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ และทำให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้

ปัญหาคือ ประชาชนไม่ได้รับรู้ เนื่องจากพวกเขาถูกชนชั้นนำโฆษณาประชาสัมพันธ์หลอกลวงว่า การพัฒนาที่เน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันเป็นทางเลือกทางเดียวที่เรามีอยู่ (เช่น จำเป็นต้องตัดต้นไม้สร้างเขื่อน เพราะเราจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจเติบโต คนมีงานทำ) ดังนั้น สงครามอุดมการณ์ หรือสงครามทางความคิด จึงยังไม่ได้ยุติลงแต่อย่างใดเพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไป และมีลักษณะซับซ้อน ซ่อนเร้นมากขึ้น คนหัวเก่าก็ยังคิดเรื่องการพัฒนาประเทศในกรอบเก่าๆอยู่ คนหัวก้าวหน้าซึ่งรู้ดีว่าสังคมนิยมพ้นยุคไปแล้ว ก็ยังคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนยาวนาน เพื่อคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ เพิ่มขึ้นอยู่และแนวคิดทั้ง 2 แนวนี้ ก็ยังขัดแย้งและต่อสู้กันอย่างเข้มข้นในทุกปริมณฑล

ภาระกิจของประชาชนไทยผู้สนใจการปฏิรูปการเมืองและสังคมคือ ทำอย่างไร จะช่วยให้ประชาชนส่วนใหญ่ฉลาดขึ้น รู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นทางเลือกอื่นมากขึ้น มีจิตสำนึกทางสังคมและรู้จักรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เป็นองค์กรเพื่อจะได้มีอำนาจต่อรองทางการเมือง และหาทางในการกำหนดนโยบายและโครงการพัฒนาต่างๆด้วยตนเองมากขึ้น การสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทางความคิดและการจัดองค์กรซึ่งยังจะต้องต่อสู้กันในหลายๆแนวหลายรูปแบบ และอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการต่อรองของสมาชิกในชุมชนทุกคนตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องที่จะฝากให้ใครทำแทนใครได้เพิ่มมากขึ้น

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
152 หน้า
ISBN 974-89872-7-2

+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: