RSS

ความรักช่วยให้คุณเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างไร

23 มิ.ย.

วิทยากร เชียงกูล
เรียบเรียง    การศึกษาความเข้าใจเรื่องความรักและเรื่องชีวิตเป็นเรื่องสำคัญที่คนไทยเรายังไม่ค่อยได้อ่านหรือศึกษากันเท่าที่ควร เพราะอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องของอารมณ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติหรือไม่จำเป็นต้องศึกษา แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดมาก

กวี นักเขียน นักปรัชญา ให้ความหมายของความรักไว้ต่างๆกัน ในฐานะนักจิตวิทยา และจิตแพทย์ เอ็ม. สก๊อต เปค ผู้เขียนหนังสือขายดี เรื่อง The Road Less Traveled  ได้ให้นิยามของความรักว่า คือ “ความตั้งใจที่จะขยายตัวตนของเราออกไป เพื่อฟูมฟักดูแลความเจริญเติบโตทางจิตใจของทั้งตัวเราเองและของคนที่เรารัก”ดยเขาได้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เรามักเรียก หรือคิดว่าเป็นความรัก เช่น การตกหลุมรักเมื่อแรกพบ ความรักแบบโรแมนติกหวือหวา การผูกพันทางอารมณ์ ความหลงตัวเอง พึงพอใจตนเอง การเสียสละ ฯลฯ นั้น ไม่ใช่ความรักที่แท้จริงในประเด็นไหนบ้าง และความเข้าใจผิดของเราว่า อารมณ์แบบนั้นแบบนี้ คือความรัก มีผลต่อความคาดหมายต่อความคิดจิตใจ สภาพชีวิตของเราในทางไม่สร้างสรรค์ หรือก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ทั้งต่อตัวเราและผู้ที่เราสัมพันธ์ด้วยอย่างไรบ้าง

เอ็ม. สก๊อต เปค มองว่า ความรักเป็นเรื่องของความตั้งใจที่ประกอบไปด้วยการเอาใจใส่ การมีวินัย และความกล้าที่จะเผชิญกับความเสี่ยง    เช่น การเสี่ยงในการที่จะต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย การเสี่ยงในการที่จะเป็นอิสระ ความเสี่ยงในการยึดมั่นผูกพัน ฯลฯ เพราะชีวิตก็เป็นเรื่องของความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น แต่เป็นความเสี่ยงที่เข้าใจได้และรับได้ คนที่ไม่กล้าเสี่ยงเลยกลายเป็นคนที่มีปัญหาอีกประเภทหนึ่ง คือ ไม่กล้ารัก ไม่กล้ามีความสัมพันธ์ที่ยึดมั่นในการผูกพันกับคนอื่น

    ความรักยังเป็นเรื่องของการรู้จักพัฒนาตนเองให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ความรู้สึก มีจิตใจกว้างที่ยอมรับเอกลักษณ์และการเจริญเติบโตทางจิตใจของผู้อื่น ที่อาจจะแตกต่างไปจากเราอีกด้วย  ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายในชีวิตของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มาจากการที่พวกเขาขาดความรักความอบอุ่นที่แท้จริงตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้คนผู้นั้นไม่สามารถที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพจิตดี มีวุฒิภาวะพอที่จะเรียนรู้ที่จะรักตัวเองและรักผู้อื่นได้อย่างแท้จริง คนที่ขาดความรักความอบอุ่นในวัยเด็กหลายคนจึงได้แต่แสวงหาความรักหรือแสวงหาให้คนอื่นมารักตัวเอง โดยไม่อาจจะพานพบความรักที่แท้จริงได้ เพราะเขาไม่เข้าใจว่าความรักคืออะไร และเขาจะต้องทำอย่างไรจึงจะได้มาซึ่งความรักที่แท้จริงนั้น

เอ็ม. สก๊อต เปค เขียนถึงความรักอย่างเชื่อมโยงกับปัญหาของชีวิตครอบครัว ปัญหาของชุมชนทั้งหมด ความรักเป็นพฤติกรรมหนึ่งของมนุษย์เรา หากมนุษย์เรามีโอกาสได้เรียนรู้จักปัญหาทางจิตวิทยาของตนเองและคนรอบข้าง มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความรัก รู้จักที่จะรัก รู้จักวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต เราจะพัฒนาความเจริญงอกงามทางจิตใจของตัวเองและคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คู่ครอง ลูก ญาติมิตร เพื่อน ฯลฯ ได้เพิ่มมากขึ้น

ความรักคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา แต่น่าแปลกที่ไม่มีการสอนการเรียนในเรื่องนี้กัน เรามักจะเรียนรู้เรื่องความรักอย่างผิดๆ จากนวนิยายและภาพยนตร์โรแมนติกมากกว่าจะเรียนรู้สิ่งที่เป็นความจริงหรือใกล้เคียงความจริง เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคนแต่ละคนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนทั้งสังคมอย่างมาก

    ในโลกทุนนิยมข้ามชาติเสรีในปัจจุบัน กระบวนการผลิตและบริโภคแบบโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ที่มุ่งการหากำไรสูงสุดของบริษัทเอกชนได้แผ่ขยายไปแทบทุกปริมณฑลของสังคม จนทำให้คนส่วนใหญ่เน้นแต่การเรียนรู้เพื่ออาชีพและการหาเงิน และมีค่านิยมเน้นแต่เรื่องการบริโภค การเสพสุขความสำเร็จส่วนตัว มากกว่าค่านิยมเรื่องอื่นใด กระบวนการเพิ่มความเจริญเติบโตทางวัตถุดังกล่าวกำลังสร้างปัญหาชีวิตให้กับคนในสังคมมากขึ้น ทำให้คนรู้จักที่จะรักตัวเองและรักคนอื่นอย่างสร้างสรรค์น้อยลง สิ่งที่พวกเขาเข้าใจว่าคือความรัก มักเป็นการรักแบบรักวัตถุ รักการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ การเป็นผู้บงการผู้อื่น ทำให้คนอื่นต้องพึ่งพา ทำให้สังคมแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดยิ่งเกิดปัญหาการแก่งแย่งแข่งขัน ความเครียด ความก้าวร้าว ความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังมากขึ้น

สภาพทางสังคมวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เป็นด้านที่เลวและน่ากลัวของกระแสการผลิตและบริโภคโลกาภิวัฒน์ที่คนมักจะมอง ข้าม เพราะเราถูกระบบการศึกษาและสื่อสารมวลชนแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตกกล่อมเก ลาให้เรามองแต่ด้านดีของการพัฒนาประเทศตามกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ทำให้เราร่ำรว ยและมีสินค้าและบริการบริโภคเพิ่มขึ้น จนไม่สนใจผลกระทบด้านลบต่อชีวิตและสังคมและวัฒนธรรมเท่าที่ควร

การได้รู้จักและเรียนรู้ที่จะมีความรักอย่างแท้จริง จะเป็นประโยชน์แก่ตัวเองและเพื่อนมนุษย์ที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย ยิ่งกว่าการแสวงหาเงินทองหรือการเสพสุขทางวัตถุใดๆ แต่คนมักจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ถูกโน้มน้าวให้คิดว่าถ้าเราได้ตำแหน่งงานดี ร่ำรวย ทำตัวให้หล่อหรือสวยจะมีคนมารักมาเอาใจใส่เอง แต่ความหลง ความต้องการได้ผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคนอื่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง ช่างเป็นการหลงผิดอย่างน่าสมเพชสำหรับคนหลายคนที่มีทั้งความมั่งคั่ง มีฐานะทางสังคม มีอำนาจแต่กลับไม่ได้รับรสความสุขจากความรักที่แท้จริง

เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำในปี พ.ศ.๒๕๔๐ (หรือถึงทุกวันนี้ก็ตาม) คนไทยหลายคนที่ไม่รู้จักความรักอย่างแท้จริง หาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย เป็นโรคเครียด โรคประสาท ประกอบอาชญากรรม หรือทำสิ่งที่ทำลายล้างอื่นๆ และทุกวันนี้ชนชั้นนำที่มีบทบาททางการเมืองก็วุ่นอยู่กับการแย่งอำนาจ แย่งผลประโยชน์ส่วนตัวกัน และทำให้ประเทศเกิดปัญหาความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ช่องว่างทางสังคมด้านต่างๆมากมาย การจะหาทางออกจากวิกฤติทางเศรษฐกิจการเมืองของประเทศได้อย่างแท้จริง จึงคงจะไม่ใช่เรื่องการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจการเมืองเท่านั้น หากเราต้องคิดในเรื่องการช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิต จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่เป็นประเด็นสำคัญด้วย       

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
ความรัก การสร้างสรรค์ และความสุข — กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550
160 หน้า.
ISBN : 978-974-8460-07-9
จัดจำหน่ายโดย http://www.winyuchon.co.th

++

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: