RSS

เพื่อเสรีภาพวิชาการ ต้อง “เลือกข้าง”

23 มิ.ย.

ก่อนเขียนบทความชิ้นนี้ผมเพิ่งกลับจากการไปร่วมฟังการบรรยายเรื่อง “การสร้างทีมที่มีภาวะผู้นำ” โดยปรมาจารย์ระดับโลกด้านความเป็นผู้นำ คือ John C. Maxwell ซึ่งจัดโดย ITD Group ซึ่งได้ข้อคิดและแนวปฏิบัติที่มีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตและการทำงาน


ไม่ว่าคนมีตำแหน่งบังคับบัญชาที่ต้องมีภาวะผู้นำหรือคนที่มิได้อยู่ใ นระดับสูงสุดก็สามารถ “บริหารการตัดสินใจ” ที่มุ่งประสิทธิผลสูงสุดได้

เพียงแต่จุดสำคัญอยู่ที่เป้าประสงค์นั้นเพื่อประโยชน์ของใคร ถ้าเป็นนักการเมืองและผู้บริหารประเทศ ก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติ

การจัดวางคนที่มีคุณลักษณะให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่เท่านั้นแหละจึงจะได้ผลดีต่อประเทศชาติ

จอห์น ซี. แม็กซ์เวลล์ พูดตอนหนึ่งอ้างถึงหนังสือ “ขุมทองของผู้นำ” ซึ่งขณะนี้มีฉบับภาคไทย พิมพ์ครั้งที่ 3 ว่า

“อย่าสั่งเป็ดไปเข้าเรียนในโรงเรียนสอนนกอินทรี และอย่าส่งนกอินทรีย์ไปเข้าโรงเรียนสอนเป็ด เพราะนกอินทรีไม่สามารถเป็นเป็ด และเป็ดก็ไม่สามารถเป็นนกอินทรีได้”

กูรูวิชาการภาวะผู้นำท่านนี้คงไม่รู้ว่ารัฐมนตรีมหาดไทยตอนนี้ถูกตั้ งฉายาว่า “เป็ดเหลิม” จะอยู่ในขณะนี้กำลังถูกวิพากษ์เรื่องผลงานในตำแหน่งใหญ่ กับบทบาทการใช้อำนาจที่มิได้มุ่งเพื่อความถูกต้องเป็นธรรม โดยเฉพาะการท้าทายต่อการละเมิดสิทธิ์เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

การแสดงท่าทีตอบโต้เชิงขู่คุกคาม เพราะไม่พอใจที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักของ สมัคร สุนทรเวช และ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ยิ่งเหมือนการช่วยกระตุ้นให้ประชาชนภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมสนับสนุน และเข้าร่วมชุมนุมอย่างกว้างขวางมากขึ้น อันเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการแสดงออกโดยสงบ ปราศจากอาวุธ

อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่รักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ

มีบางส่วน กล่าวอ้างว่าเป็นความวุ่นวาย หรือเห็นเป็นความขัดแย้งของฝ่ายที่ “รักทักษิณ” กับฝ่าย “ต่อต้านทักษิณ”

นับเป็นความสับสนของสังคมไทย

เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทะเลาะกัน หรือความขัดแย้ง ในแง่ของความคิดเห็นหรือรสนิยม ซึ่งถ้าเป็นกรณีเช่นนั้นอาจมีการเจรจาประนิประนอมแบบถอยคนละก้าว อย่างที่มีบางคนพยายามแสดงออกให้ดูว่าเป็นคนรักสงบ

แต่นี่เป็นเรื่องของการเรียกร้องความถูกต้อง และการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ที่มีคดีทุจริตมากมายทั้งจำนวนคดี และมูลค่าความเสียหายของชาติเป็นเดิมพัน

การพยายามดิ้นรนจะแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 โดยอ้างว่ามาจากการยึดอำนาจ ทั้งที่ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นตอนร่าง และผ่านประชามติจากเสียงส่วนใหญ่ ก็เพื่อหวังสกัดกระบวนการยุติธรรมนำคดีทุจริตขึ้นสู่ศาล

เพราะพลังของประชาชนที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนครั้ งนี้จึงทำให้แผนการล้มมาตราสำคัญของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นภัยต่อระบอบทักษิณ ยังไม่บรรลุผลแต่ยังมีความพยายามอยู่

ก ารให้ปัญญาสังคมเพื่อให้รู้ทันเล่ห์กลของนักการเมืองที่นักวิชาการหลายคนขึ้ นเวทีให้ความรู้ประชาชนจึงเป็นบทบาทที่มีคุณค่าและเป็นสิ่งจำเป็น

ดังนั้นการที่ ศ.ดร.จรัส สุวรรณเวลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ จึงเป็นบทบาทของนักวิชาการที่แสดงความอิสระทางวิชาการที่น่ายกย่อง มิใช่ถูกตอบแทนด้วยการกดดันจากคนในรั้วจามจุรีบางคนที่น่าสงสัยว่า แสดงออกเพราะผลประโยชน์ค้ำคอ หรือเพราะความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ

เ พราะ “ความเป็นกลาง” คือ การไม่มีอคติ หรือความลำเอียง เพราะรัก เกลียด หรือกลัว แต่ต้องกล้าตัดสินใจ ดังนั้นยิ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีอิสรเสรีภาพในทางวิชาการ ก็ยิ่งต้องใช้ปัญญา “เลือกข้างความถูกต้อง”

บทความใน นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์
จากคอลัมภ์ ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

One response to “เพื่อเสรีภาพวิชาการ ต้อง “เลือกข้าง”

  1. stemis

    มิถุนายน 22, 2009 at 5:45 pm

    ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: