RSS

ประชาธิปไตย ต่างจากลัทธิเลือกตั้งและเสียงข้างมากในสภา

25 มิ.ย.

บทความของ วิทยากร เชียงกูล ใน นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์
จากคอลัมภ์ ทางออกของปัญหา
ระบอบประชาธิปไตย คือการปกครองตนเองของประชาชนเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ การเลือกตั้งผู้แทนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องเป็นอิสระและเป็นธรรมด้วยจึงจะถือว่าเป็นประชาธิปไตย ถึงเลือกตั้งไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าผู้แทนจะใช้เสียงข้างมากลงมติทำอะไรเพื่อประโ ยชน์เฉพาะกลุ่มพรรคพวกตนได้ แต่ทั้งรัฐบาลและผู้แทนต้องทำเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่หรือคนทั้งประเทศ คือเคารพสิทธิเสรีภาพ ประโยชน์ของคนส่วนน้อยด้วย

นั่นก็คือประชาธิปไตย หมายถึงประชาชนทั้งหมดสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค และมีความเป็นพี่น้องกัน ไม่ใช่เผด็จการเสียงข้างมากของ สส.ในสภา

ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องอยู่บนรากฐานหลักการที่สำคัญ 5 ประการ คือ

1. หลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ประชาชนแสดงออกซึ่งการเป็นเจ้าของโดยใช้อำนาจที่มีตามกระบวนการเลือกตั้งที่ต้องอิสระและเป็นธรรม ในการให้ได้มาซึ่งผู้ปกครองและผู้แทนของตน (ไม่มีการซื้อขายเสียง ไม่มีการใช้อำนาจ ระบบอุปถัมภ์) และโดยการใช้อำนาจในการคัดค้านและถอดถอนผู้ปกครองและผู้แทนที่ประชาชนเห็นว่ า ไม่ได้บริหารประเทศในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เช่น มีพฤติกรรมฉ้อโกง หาผลประโยชน์ทับซ้อนจนร่ำรวยผิดปกติ ปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เช่น ในรัฐธรรมนูญ 2550 ประชาชน 2 หมื่นคนเข้าชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองตั้งแต่นายกร ัฐมนตรีลงมาได้ รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งสูง เช่น ผู้บัญชาการตำรวจก็มีสิทธิถูกประชาชนยื่นขอให้วุฒิสภาถอดถอนได้เช่นกัน

2. หลักสิทธิเสรีภาพ ประชาชนทุกคนมีความสามารถในการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตาม ที่บุคคลต้องการ ตราบเท่าที่การกระทำของเขานั้น ไม่ไปละเมิดลิดรอนสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือละเมิดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงของประเทศชาติเช่น การวิจารณ์คัดค้านรัฐบาล การชุมนุมโดยสงบ เป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การจัดตั้งสหภาพแรงงาน สมาคมต่างๆ ซึ่งข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐก็มีสิทธิเสรีภาพด้วยเช่นกัน

3. หลักความเสมอภาค การเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรและคุณค่าต่างๆของสังคมที ่มีอยู่จำกัดอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่ถูกกีดกันด้วยสาเหตุแห่งความแตกต่างทางชั้นวรรณะทางสังคม ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือด้วยสาเหตุอื่น

4. หลักการปกครองโดยกฎหมายหรือหลักนิติธรรม การให้ความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทั้งในเรื่องสิทธิเสรีภาพในทร ัพย์สิน การแสดงออก การดำรงชีพ ฯลฯ อย่างเสมอหน้ากัน โดยผู้ปกครองไม่สามารถใช้อำนาจใดๆลิดรอนเพิกถอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ และผู้ปกครองไม่สามารถใช้อภิสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย หรือเหนือกว่าประชาชนคนอื่นๆได้

5. หลักการเสียงข้างมาก (Majority rule) ควบคู่ไปกับการเคารพในสิทธิของเสียงข้างน้อย (Minority Rights) การตัดสินใจทางสาธารณะใดๆที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหมู่มาก ย่อมต้องถือเอาเสียงข้างมากที่มีต่อเรื่องนั้นๆ เป็นเกณฑ์ในการตัดสินทางเลือก แต่ควรจะได้มีการเปิดอภิปรายการให้ข้อมูลข่าวสารถึงผลดีผลเสียต่อประชาชนอย่ างกว้างขวางและรอบคอบ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญต้องทำประชาพิจารณ์ ประชามติด้วย

หลักการเสียงข้างมากนี้ ต้องใช้ควบคู่ไปกับการ เคารพและคุ้มครองสิทธิเสียงข้างน้อยด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นหลักประกันว่า ฝ่ายเสียงข้างมากจะไม่ใช้วิธีการพวกมากลากไปเพื่อผลประโยชน์ของพวกตนอย่างสุ ดโต่ง แต่ต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งหมด เพื่อส ร้างสังคมที่ประชาชนเสียงข้างน้อย รวมทั้งชนกลุ่มน้อย ผู้ด้อยโอกาสต่างๆ สามารถอยู่ร่วมกับประชาชนกลุ่มอื่นๆ ได้อย่างสันติสุข โดยไม่มีการเอาเปรียบกัน และไม่มีการสร้างความขัดแย้งในสังคมมากเกินไป

สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเป็นสังคมที่ยอมรับและส่งเสริมคติพหุนิยม (การยอมรับสิทธิของคนกลุ่มต่างๆ) และความหลากหลายทางวัฒนธรรมซึ่งจะทำให้สังคมมีความร่ำรวยมั่งคั่งและมีโอกาสอยู่รอดได้ดีกว่า สังคมแบบคิดหรือทำอะไรตามๆรัฐบาลหรือชนชั้นนำอยู่แนวเดียว

หลักการเสียงข้างมากไม่ได้แปลว่า เผด็จการโดยเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทน อย่างที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากในสมัยรัฐบาลทักษิณและขณะนี้โดยรัฐบาลสมัค ร พยายามดึงดันทำอะไรตามใจชอบ เช่น จะแก้รัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อปกป้องให้ทักษิณและพรรคการเมืองพ้นจากกระบวนการยุติธรรม หรือแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ชนชั้นสูงและชนชั้นกลางมากกว่าคนส่วนใ หญ่โดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายค้าน สื่อมวลชน นักวิชาการและองค์กรประชาชน

ดังนั้น การจะมองว่ารัฐบาลไหนมีความชอบธรรม เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยหรือไม่ จึงจะต้องคำนึงถึงหลักการที่เป็นรากฐานระบอบประชาธิปไตยท ั้ง 5 ข้อ นี้อย่างครบถ้วนอยู่เสมอ จะอ้างเพียงข้อหนึ่งข้อใดหรือเพียงบางส่วนของข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เท่ากับเป็นการหลอกลวงเอาลัทธิเลือกตั้งมาอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย

รัฐธรรมนูญ 2550 ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่

รัฐธรรมนูญคือ กติกาเพื่อจัดสรรอำนาจ ทรัพยากร สิทธิ บทบาท หน้าที่ของประชาชน รัฐธรรมนูญมีผลต่อการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐธรรมนูญ 2550 มีการให้หลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพ โอกาสของประชาชน และลดอำนาจและโอกาสหาผลประโยชน์เองนักการเมืองลง เพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร โดยฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ (เช่น สว. พิจารณาถอดถอนนักการเมือง) ฝ่ายองค์กรอิสระ สื่อมวลชน องค์กรประชาชนในระดับหนึ่ง แต่รัฐธรรมนูญก็เป็นแค่ตัวบทกฎหมาย การจะทำให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เพื่อประชาชนคนส่วนใหญ่อยู่ที่ประชาชนและสมาชิกองค์กรต่างๆต้องลงมือทำตามเจตนารมณ์อย่างเข้มแข็งมากกว่านี้

ในสภาพเศรษฐกิจการเมืองที่เป็นจริง คนส่วนน้อยยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองสูงกว่าคนส่วนใหญ่มาก ทำให้รัฐธรรมนูญส่วนที่จะเอื้อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ ยังมีผลบังคับใช้ได้จริงน้อย รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ร่างโดยชนชั้นกลางที่มาจากข้าราชการและนักวิชาการสายนิติศาสตร์รัฐศาสตร์ มีลักษณะประนีประนอมที่เขียนให้ดูดี เอาใจภาคประชาชนบ้าง แต่ยังให้อำนาจชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง เช่นตุลาการ ผู้พิพากษามาก เช่น การคัดสรร สว.เป็นต้น ถ้ามองระยะยาวแล้วก็ควรวิจารณ์และหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ดีขึ้นกว่านี้ได้ แต่ในขณะนี้ สส.พรรคพลังประชาชนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อช่วยทักษิณและพรรคการเมืองให้ไม่ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นการแก้เพื่อคนส่วนน้อย แก้ให้เลวลง ไม่ใช่ทำเพื่อคนส่วนใหญ่ ไม่ได้แก้ให้ดีขึ้น ประชาชนจึงคัดค้านเรื่องที่ สส. พรรคพลังประชาชนจะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้

ใ นระยะยาว ประชาชนควรแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้น และพยายามแก้ไขปัญหา เช่น การซื้อเสียงขายเสียงให้ตรงประเด็น เช่นแก้ไขหลักเกณฑ์และกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใหม่ ให้มีการเลือกแบบ สส.แบบสัดส่วนทั่วประเทศจำนวนมากขึ้น ส่วนการเลือกสส. แบบแบ่งเขต การเลือกผู้ว่า และอื่นๆ ควรต้องได้เสียง 50 % ถึงจะถือว่าชนะ ถ้าคนได้คะแนนสูงสุดไม่ถึง 50 % ต้องเลือก 2 รอบ ฯลฯ รวมทั้งการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนปกครองตนเองได้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญเป็นแค่กฏหมายหรือเป็นโครงสร้างส่วนบนที่เป็นส่วนประ กอบ โครงสร้างส่วนฐานราก ได้แก่โครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง (ใครเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ปัจจัยการผลิตและอำนาจ) จะใช้ระบบทุนนิยมผูกขาด หรือระบบสหกรณ์ สังคมนิยมประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ และโครงสร้างอำนาจการต่อรองอำนาจของประชาชนกลุ่มต่างๆ (เกษตรกร คนงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย นายทุน ฯลฯ) ในระบบเศรษฐกิจสังคมที่เป็นจริง คือปัจจัยในการกำหนดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญกว่าตัวรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น ป ระชาชนที่สนใจและตื่นตัวทางการเมือง ต้องพยายามจัดตั้งกลุ่มองค์กร ศึกษาหาความรู้ทางเศรษฐกิจการเมือง สังคม ให้รู้เท่าทันนักการเมืองและชนชั้นผู้ปกครองทั้งหลาย เพื่อเรียกร้องผลักดันปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและทางสังคมเพิ่มขึ้น คือจะต้องทำให้มีการปฏิรูปทางด้านการคลังและงบประมาณ การปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปเกษตร ปฏิรูปการศึกษา ฯลฯ เพื่อกระจายทรัพย์สิน รายได้ ความรู้สู่ประชาชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เป็นธรรมเพิ่มขึ้น มีกา รจัดตั้งกลุ่มองค์กร เช่น สหภาพแรงงาน สหกรณ์ ผู้ผลิต ผู้บริโภค สมาคมอาชีพต่างๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับชนชั้นสูงและชนชั้นกลางได้มากขึ้น ประชาชนจึงจะมีทางแก้ปัญหาระบบเลือกตั้งที่มีแต่การซื้อเสียงขายเสียงและระบ บอุปถัมภ์ได้ และมีทางจะปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนกำหนดได้อย่างแ ท้จริง

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: