RSS

ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว

02 ก.ค.

วิทยากร เชียงกูล

ประเทศกำลังพัฒนา (Developing Countries) หรือประเทศพัฒนาน้อยกว่า (Less Developed Countries) หรือประเทศกลุ่มซีกโลกใต้ หมายถึง ประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวต่ำ มีระดับการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม รวมทั้งเกษตรกรรมที่ทันสมัยต่ำกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาประกอบด้วยประเทศในทวีปเอเชีย (ยกเว้น ญี่ปุ่น) แอฟริกา และลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศส่วนใหญ่ในโลก มีราวเกือบสองร้อยประเทศ

ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานี้ยังแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ซึ่งอาจถูกเรียกว่า ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่บ้าง กลุ่มประเทศเศรษฐกิจ (ตลาด) กำลังขยายตัวบ้าง เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ บราซิล เม็กซิโก ขณะที่ประเทศรัสเซียและยุโรปตะวันออก มักถูกเรียกว่า ประเทศที่กำลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน คือ เปลี่ยนจากสังคมนิยมไปเป็นทุนนิยม ในกลุ่มนี้บางประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วนสูง มีรายได้ต่อหัวสูง ปานกลาง บางประเทศได้เข้าร่วมหรืออยู่ระหว่างจะเข้าร่วมสหภาพยุโรป บางประเทศ เช่น สิงคโปร์มีรายได้ต่อหัวสูง และมีการพัฒนาอุตสาหกรรมการค้าและบริการเป็นสัดส่วนสูง จนบางคนคิดว่า ไม่น่าจะถูกจัดว่าอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาแล้ว

2) กลุ่มประเทศฐานะปานกลาง เช่น จีน อินเดีย ตรุกี ไทย มาเลเซีย อาร์เจนตินา

3) กลุ่มประเทศที่รายได้ต่อหัวต่ำหรือยากจนที่สุด แถบแอฟริกา เอเชียกลางและใต้
ประเทศในทวีปเอเชีย เอเชียเป็นทวีปใหญ่ที่สุด มีประชากรและทรัพยากรที่มากและหลากหลาย แต่ละประเทศมีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันมาก ตั้งแต่รวยที่สุดอย่างญี่ปุ่น รวยรองลงไปคือกลุ่มประเทศไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ีการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเกษตรแบบทันสมัย มีผลผลิตและการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมาก ประชาชนมีรายได้สูงพอสมควร จนถูกเรียกว่า ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (NICS คำย่อมาจาก Newly industrialized Countries)

ส่วนประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเกษตรแบบทันสมัย มีผลผลิตการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมากในระดับหนึ่ง บางหน่วยงานจะจัดกลุ่มนี้อยู่ในประเทศเศรษฐกิจกำลังขยายตัว (Emerging Economy) ซึ่งบางครั้งรวมทั้งจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่ มีการพัฒนาอุตสาหกรรมในบางเขต แม้ประชากรส่วนใหญ่ยังยากจนล้าหลัง แต่ก็เป็นประเทศเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว

จีน หลังจากเปิดประเทศ เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจากสังคมนิยมแบบวางแผนจากส่วนกลางเป็นแบบตลาด มีศักยภาพในการพัฒนาสูง เพราะเป็นประเทศใหญ่ มีประชากร 1,300 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของโลก และมีทรัพยากร เช่น ถ่านหินและอื่นๆมาก ค่าแรงต่ำ ตลาดภายในประเทศใหญ่ มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 10 ปีหลังสูงราวปีละ 10% มาตลอด แม้ในยามที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็ตาม ผลิตภัณฑ์มวลรวมหากคิดแบบปรับตามค่าครองชีพ (PPP) จีน ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ เนื่องจากสินค้าพื้นฐานมีราคาต่ำมาก

ปัจจุบันจีนเปิดรับการลงทุนและค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงปีละ 7-11% (ปี 2006 โต 10.7%) ในขณะที่ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเติบโตราว 2-5% จีนจึงกำลังเติบโตเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกประเทศหนึ่ง

ไทยมีการลงทุนและการค้ากับจีนค่อนข้างมาก จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 4-5 ของไทยและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เพราะจีนมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มาก และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

อินเดีย ซึ่งมีประชากรราว 1,000 ล้านคน มากเป็นที่สองรองจากจีน มีกำลังคนที่มีความรู้สูงอยู่ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทรัพยากรมากพอสมควร พัฒนาอุตสาหกรรมการค้า และบริการได้เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูง (ปี 2006 โต 9.2%) มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่โลกกำลังจับตามอง ทำนองเดียวกับจีน

จีน รัสเซีย อินเดีย เริ่มมีการประชุม 3 ฝ่าย เพื่อร่วมมือกันทางการลงทุนและการค้ามากขึ้น ทั้งในเรื่องพลังงานและอื่นๆ 3 ประเทศนี้ถ้ารวมกันเป็นกลุ่มเศรษฐกิจเดียวกัน จะมีประชากรถึง 40% ของโลก เป็นกลุ่มที่น่าจับตามองมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง

กลุ่มประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ในเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่เติบโตสูง เป็นทั้งคู่แข่งและคู่ค้าลงทุนกับไทย

ในกลุ่มอาเซียนซึ่งประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า ยังพัฒนาความร่วมมือได้จำกัด ถ้าเทียบกับสหภาพยุโรป หรือเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ แม้จะมีประชากรและทรัพยากรรวมกันค่อนข้างมาก เพราะประเทศเหล่านี้ผลิตสินค้าหลายอย่างคล้ายกัน และมุ่งค้าขายกับประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การพัฒนาทางการเมืองแตกต่างกัน ผู้นำและประชาชนยังมีวุฒิภาวะในระดับมีความรู้สึกชาตินิยมท้องถิ่น มากกว่าจะมองระดับภูมิภาคแบบชาวยุโรป

ในอนาคต เมื่อเศรษฐกิจแต่ละประเทศขยายตัวและมีการขยายความร่วมมือไปเป็นกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก คือรวม ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ด้วย กลุ่มประเทศภูมิภาคนี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นกลุ่มทางเศรษฐกิจที่สำคัญกลุ่มหนึ่งในอนาคต เพราะกลุ่มอาเซียนมีประชากรและทรัพยากรมากพอสมควร (ประชากรรวม 558 ล้านคน มี GDP รวมกันรวม 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) รวมทั้งมีสภาพทางภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์กลางการค้าขนส่ง การท่องเที่ยวที่ดีแห่งหนึ่งในโลก สิงคโปร์ พัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม การค้าและบริการสูง เวียดนามกำลังเติบโตในอัตราสูง ทั้งสองประเทศมีการพัฒนาการศึกษาค่อนข้างมากและมีระบบคัดเลือกคนมีความรู้ความสามารถ ไปบริหารจัดการเศรษฐกิจสังคมได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

ประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน คูเวต เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย เพราะไทยต้องสั่งน้ำมันดิบเข้ามามาก และไทยก็ส่งสิ่งทอ ข้าว ฯลฯ ไปขายแลกเปลี่ยน การค้าของไทยกับมาเลเซียมีมากพอสมควร แต่กับอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ยังไม่ค่อยมากนัก

ประเทศในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ บางประเทศใน 2 ทวีปนี้เช่น บราซิล เม็กซิโก ไนจีเรีย เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมีแนวโน้มจะเจริญเติบโตในอัตราสูงเช่นกัน ไทยเริ่มมีการค้ากับบางประเทศเพิ่มขึ้น

แรงงานจากไทยไปหางานทำใน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง และไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐฯจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่จนกว่า เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เข้ามาในไทยมาก

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อนาคตเศรษฐกิจโลกและทางออกของไทย. – กรุงเทพ ฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
176 หน้า.
ISBN 978-974-13-0621-3
+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: