RSS

สื่อสารมวลชนกับความแตกแยกทางความคิดของผู้คนในสังคม

27 ก.ค.

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 10 กรกฎาคม 2551 09:49 น.

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานและสัมมนาเรื่องเกี่ยวกับกิจการการสื ่อสารมวลชนของประเทศเยอรมันนีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีสื่อวิทยุ โทรทัศน์และวิทยุท้องถิ่น (ที่เมืองไทยเรียกวิทยุชุมชน) ซึ่งมองดูการจัดการด้านสื่อของประเทศเยอรมันนีแล้วเกิดความเข้าใจได้เลยว่าท ำไมประเทศไทยในปัจจุบันทำไมความคิดอ่านของผู้คนในสังคมจึงเป็นฝักฝ่าย ไม่เข้าใจเนื้อหาของความแตกแยก มีแต่บริโภครูปแบบจนทำให้การวิเคราะห์เรื่องราวต่าง ๆ ในสังคมพลาดเป้าหมายไปอย่างน่าเสียดาย

การจัดการสื่อในประเทศเยอรมันนีมีลักษณะคล้ายกับรูปแบบการปกครองของป ระเทศเขาคือมีสื่อระดับส่วนกลางเป็นของประเทศ เช่น สถานีวิทยุและโทรทัศน์ ARD และ ZDF ซึ่งถือเป็นของรัฐบาลกลาง ที่เหลือเป็นสถานีวิทยุและโทรทัศน์ในระดับสหพันธรัฐ ซึ่งปัจจุบันประเทศเยอรมันมี 16 รัฐ แต่ในบางพื้นที่ 2 รัฐอาจจะรวมตัวกันจัดตั้งสถานีเพียง 1 ช่อง เท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจของประเทศเยอรมันนีคือ รัฐบาลกลางไม่มีองค์กรกำกับดูแลสื่อแต่ปล่อยให้ แต่ละรัฐมีองค์กรกำกับดูแลสื่อคล้าย กสช.ที่บ้านเราอยากให้เกิด โดยองค์กรดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายองค์กรกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์ทั้งด้านการอนุมัติคลื่นความถี่ การกำกับดูแลด้านเนื้อหาของสื่อและควบคุมกำกับทางวิชาชีพกับนักวิชาชีพผู้ผล ิตสื่อ นักข่าว และบุคลากรอื่น ๆ ในวงการสื่อสารมวลชนภายในรัฐนั้น ๆ

ส ิ่งที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็นเรื่องที่ประเทศไทยไม่เคยทำได้แถมยังไปเรียกร้ องต้องการความเป็นกลางเอาจากสื่อสารมวลชนโดยไม่มีมาตรการใด ๆ เท่าที่สมควรจะทำอีกด้วย

ในประเทศเยอรมันนีกรณีดังกล่าวรัฐบาลเยอรมันจะเก็บค่าธรรมเนียมการรั บสื่อจากเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์และ/หรือวิทยุเป็นรายเดือน แล้วรัฐบาลกลางร่วมกับรัฐต่าง ๆ นำเงินเหล่านี้มามอบให้สถานีของรัฐบาลกลางและมลรัฐที่เป็นช่องหลักของรัฐนำไ ปผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ให้เกิดประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพิงโฆษณาจากธุรกิ จพาณิชย์ใด ๆ

อย่าลืมว่าเสรีภาพของสื่อสารมวลชนรวมถึงความเป็นกลางทางการเมืองจะเก ิดขึ้นได้ก็ต่อ เมื่อสื่อเหล่านั้นปราศจากอิทธิพล แรงจูงใจหรือความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้ให้เงินจากภาคธุรกิจหรือแม้แต่ภาคอื่น ๆ การที่รัฐเป็นผู้จัดสรรเอาเงินจากค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้สื่อไปทำรายการโดย ไม่พึ่งพิงการโฆษณาเชิงพาณิชย์นั้น สื่อก็จะผลิตรายการที่ดี มีคุณค่า เกิดประโยชน์แก่สังคม เช่น รายการสำหรับเด็ก ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอื่น ๆ ซึ่งหากนับเชิงพาณิชย์แล้วไม่ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจใด ๆ เลย ความเป็นอิสระของสื่อหรือการผลิตรายการเชิงคุณภาพจะเกิดได้โดยนัยนี้เท่านั้ น

สำหรับสถานีวิทยุโทรทัศน์เชิงพาณิชย์ที่รัฐอนุญาตให้ทำการโฆษณาได้นั ้นก็มีเช่นกันหากแต่การควบคุมและกำกับดูแลในด้านเนื้อหา คุณภาพของรายการ และจรรยาบรรณในวิชาชีพของนักสื่อสารมวลชนมีความชัดเจนเด่นชัดอยู่มากด้วยต้อ งถูกจำกัด ตรวจสอบ และก่อนจะเป็นนักสื่อสาร มวลชนได้จะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผ่านระบบที่เชื่อถือได้ของรัฐเสียก่อน

ส ิ่งที่ผู้เขียนประทับใจก็คือ การพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงและบรรณาธิการข่าวเรื่องการจัดรายการพบว่า เขาเน้นความเป็นกลางทางการเมืองอย่างสูง เช่น รายการข่าวต้องมีลักษณะการรายงานข่าวสารและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับผู้ร ับสารได้รับรู้เท่านั้น ผู้รายงานข่าวไม่มีหน้าที่วิจารณ์ เสนอแนะหรือออกความเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่หากจะเป็นรายการในเชิงวิเคราะห์หรือวิจารณ์แล้วละก็ ผู้ดำเนินรายการก็ไม่มีสิทธิ์จะออกความเห็นส่วนตัว ต้องอ้างอิงความเห็นของเจ้าของความเห็นหรือดีที่สุดต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญในป ระเด็นนั้นมาให้ความเห็นต่อเรื่องที่เสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องจัดให้มีความเห็นที่ครบถ้วนรอบด้านทั้งฝ่ายเห็นด้วยแล ะไม่เห็นด้วยอยู่เสมอ

ยิ่งไปกว่านั้นประเทศที่เราถือว่าเจริญสุดขีดแล้วนั้นเป็นประชาธิปไตยกลับไม่มีรายการวิทยุและโทรทัศน์แบบสองทางเหมือนบ้านเรา กล่าวคือรายการที่ให้ผู้ฟังหรือผู้ชมโทรศัพท์เข้ามา (Phone In) แล้วให้ความเห็นกันสด ๆ นั้นประเทศนี้เขาไม่ทำกัน หากแต่เขาจะให้ผู้ต้องการออกความเห็นโทรศัพท์เข้ามาแล้วบันทึกไว้ในคอมพิวเต อร์ โดยที่ผู้ดำเนินรายการจะเปิดข้อมูลดูว่าเนื้อหาที่ผู้ฟังที่ต้องการจะสื่อคื ออะไร สอดคล้องกับรายการหรือไม่

หลังจากนั้นผู้ดำเนินรายการจึงสื่อสารกลับไปพูดคุยกับผู้ฟังที่คิดว่ าเป็นเป้าหมายที่ถูกเลือกเสียก่อนเพื่อตกลงในเนื้อหา เวลา และแจ้งข้อจำกัด เช่น การห้ามพูดคำหยาบคายหรือด่าทอผู้อื่นผ่านทางสถานี หากฝ่ายผู้ฟังรับเงื่อนไขได้จึงจะเปิดสายให้ออกรายการทันที

เพียงแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าประเทศไทยกำลังสำลักกับเสรีภาพในการสื่อสาร อย่างไม่ลืมหูลืมตาโดยที่ไม่รู้ตัวว่าเรามีเสรีภาพล้นเกินหรือไม่ และประเทศใหญ่ ๆ เช่น เยอรมันนีเอง คำว่าเสรีภาพของสื่อหมายถึงมีทั้งด้านที่เป็นสิทธิและหน้าที่ที่ต้องกระทำต่ อสังคมด้วย จะเห็นได้ว่ารายการข่าวมักง่ายแบบที่สถานีโทรทัศน์ไทยชอบทำ คือ ผู้ดำเนินรายการไม่ต้องไปหาข่าวเอง เช้าขึ้นมาก็ซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านให้ชาวบ้านฟังแถมยังดันออกความเห็น วิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาข่าวไปต่าง ๆ นานา ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ใช่ผู้หาข่าวนั้น รวมถึงก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่อง แค่การให้ความเห็นประเทศที่เจริญเขายังต้องให้ผู้ที่รู้จริงหรือนักวิชาชีพม าเป็นผู้ออกความเห็นโดยตรงเสียเองด้วยซ้ำไป

ส ื่อสารมวลชนของประเทศไทยจึงอยู่สภาวะน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นักข่าวที่ออกไปทำข่าวในสนามกลับเป็นผู้มีความรู้น้อย อายุน้อย และประสบการณ์ต่ำ ทำได้อย่างมากก็แค่ตั้งคำถามในเรื่องที่ไม่เห็นจำเป็นต้องถาม เช่น ไปถามทหารว่าจะปฏิวัติหรือไม่ หรือไปถามฝ่ายค้านในประเด็นหนึ่งแล้วนำคำถามดังกล่าวหรือคำตอบกลับมาถามฝ่าย รัฐบาลแล้วกลายเป็นสร้างให้เกิดความขัดแย้งไปอย่างไม่สิ้นสุด หรือผู้รายงานข่าวบางคนกลับมีอารมณ์และความรู้สึกร่วมจนลืมความเป็นกลาง เช่น กรณีชวนคนออกมาร่วมประท้วง เป็นต้น ซึ่งต่างชาติเขาไม่ทำกันเพราะถือว่าขัดต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพอย่างร้ายแรง

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

2 responses to “สื่อสารมวลชนกับความแตกแยกทางความคิดของผู้คนในสังคม

  1. lek

    กรกฎาคม 28, 2008 at 3:39 am

    ยุคนี้เป็นยุคแห่งข่าวสารข้อมูล ใครมีข่าวสารข้อมูลมากทำกำไรได้มาก
    แต่เมื่อข่าวสารที่ล้นหลามจนเกินความต้องการ ไม่เป็นกลาง ไม่น่าเชื่อถือ กำลังรอคอยนวัตกรรมการกลั่นกรองข้อมูล ให้ตกผลึกข้อมูลที่น่าเชื่อถือออกมาอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อมิให้ต้องผจญกับผลกระทบมากมายมหาศาลจากข่าวสารบิดเบือน ไม่เป็นกลาง ไม่น่าเชื่อถือเหล่านั้น ระบบการกลั่นกรองที่ดีและรวดเร็วเป็นทางออกที่ดี ทีควรส่งเสริมให้เกิดขึ้น ควบคู่กับการเบ่งบานของข้อมูล เพื่อเลือกสรรข้อมูลที่มีประโยชน์ มาใช้พัฒนาสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ต่อไป

     
  2. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    กรกฎาคม 28, 2008 at 11:33 am

    แต่ก็แทบไม่น่าเชื่อขนาดว่าขณะนี้เป็นุยุคข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริงแล้ว..ยังมีการบิดเืบือน
    ข้อมูลแท้จริงจากฝ่ายที่เรียกว่า ตัวกลางนั้นแหละค่ะ จนทุกวันนี้ถึงมีปัญหาเกิดขึ้นตามมามากมาย จนวุ่นวายกันไปหมดทุกฝ่าย..น่าสลดเหลือเกิน

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: