RSS

แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองแนวพุทธ

17 ส.ค.

ความรู้เรื่องความจริง ถูกตีความแบบบิดเบือน

พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ไม่เชื่อในเรื่องพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิเห นือธรรรมชาติ เป็นแนวคิดที่มีเหตุผลอธิบายได้แบบวิทยาศาสตร์ หรือเป็นองค์ความรู้เรื่องความจริงที่ยังคงทันสมัย เนื้อหาหลักธรรมของพุทธศาสนาเป็นความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของสรรพสิ่งว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้น โดยมีเหตุปัจจัยที่มา เช่นการกระทำของมนุษย์ เกิดจากตัวมนุษย์ ไม่ได้เกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ปัญหาความทุกข์และปัญหาทั้งหลายต่างมีเหตุปัจจัยที่มาที่มนุษย์จะต้องศึกษาแ ละหาทางแก้ไขด้วยตนเองในชาตินี้ด้วยหลักอริยสัจ 4 คือ เข้าใจสภาวะทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ เข้าใจเรื่องความดับทุกข์ และหนทางดับทุกข์(มรรค 8 )

ศาสนาพุทธไม่ได้เน้นเรื่องการทำบุญหรือการขอพรเพื่อหวังผลจากสิ่งศัก ดิ์สิทธิ์ใดๆ ไม่ได้เน้นให้เชื่อเพราะศรัทธา แต่ให้เชื่อด้วยเหตุผลและความเข้าใจว่านี่คือความจริงหรือสัจธรรม แต่ชนชั้นนำของไทยสอนให้ประชาชนไทยเชื่อศาสนาพุทธตามกันอย่างผิดๆ ตามลัทธิพราหมณ์บ้าง ไสยศาสตร์บ้าง ระบบความเชื่อถือแบบศักดินาบ้าง จนคนไทยส่วนใหญ่รู้จักพุทธศาสนาในแง่พิธีกรรมและหลักศีลธรรมง่ายๆมากกว่าที่ จะเข้าใจและปฏิบัติตามปรัชญาคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง รวมทั้งคนไทยจำนวนมากหลายคนยังเชื่ออย่างผิดๆชนิดตรงกันข้ามกับเนื้อหาหลักข องพุทธเลยก็มี จึงทำให้พุทธศาสนาในประเทศไทยยังไม่สามารถช่วยทำให้ป ระชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธที่ดี รวมทั้งยังไม่สามารถช่วยชี้ทางให้คนไทยรู้จักพัฒนาเศรษฐกิจสังคมไทยไปอย่างเ ป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ในระยะยาวได้

เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก 2 ปัจจัยคือ 1.ชนชั้นผู้ปกครอง บิดเบือนตีความและเผยแพร่คำสอนสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าพุทธศาสนาเพื่อผลประโยช น์ของกลุ่มตน ทั้งโดยการติดยึดผลประโยชน์และการขาดความฉลาดอย่างแท้จริง 2.ประชาชนติดอยู่ในอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งสมมติ เช่น ทรัพย์สินเงินทอง การสนองกิเลสความพอใจทางร่างกาย โดยคิดว่านี่คือเป้าหมายในชีวิต การทำให้ชีวิตมีความสุข ประชาชนไทยไม่สนใจจะศึกษาหาความรู้และความจริง และปฏิบัติธรรม ที่จะหาทางดับทุกข์หรือลดทุกข์ได้อย่างถูกทาง และช่วยกันเผยแพร่ให้คนอื่นๆได้เห็นทางพ้นทุกข์กันอย่างแท้จริง

พุทธศาสนาเสนอทางออกทั้งสำหรับปัจเจกชนและสังคม

เรามักเชื่อกันว่า ศาสนาพุทธมุ่งสอนให้ปัจเจกชนแต่ละคนหาทางออกหลุดพ้นจากทุกข์ด้วยตัวเอง ด้วยการหลีกเลี่ยงทำบาป มุ่งทำดีสิ่งที่เป็นกุลศและศึกษาปฏิบัติทำจิตใจให้ผ่องแผ้วบริสุทธิ ไม่ได้กล่าวถึงการที่คนแต่ละคนจะไปช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคม แต่ถ้าศึกษาให้ดีจะพบว่า ศาสนาพุทธนั้นมองคนอย่างเป็นส่วนหนึ่งของโลก ที่การกระทำของเราแต่ละคนมีผลกระทบถึงคนอื่น ชีวิตอื่น ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมทั้งหมด ดังนั้นช าวพุทธที่ดี นอกจากจะหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์ให้ตัวเองด้วยการไม่ทำบาป มุ่งทำดีและทำจิตใจให้ผ่องแผ้วแล้ว ควรจะคิดช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้หลุดพ้นทุกข์หรือมีความทุกข์น้อยลงเท่าที่ เราแต่ละคนควรช่วยได้ในปัจจุบัน (หรือในชาตินี้) และช่วยโลกให้พ้นวิกฤติของการพัฒนาแบบทุนนิยมผูกขาด ที่มุ่งการนิยมวัตถุแบบมุ่งเบียดเบียนสรรพสัตว์และทำลายล้างสภาพแวดล้อมด้วย

การที่ชาวพุทธจะช่วยตนเองและคนอื่นๆให้พ้นทุกข์ทางสังคมได้ต้องทำมากกว่าเรื่องแค่การทำบุญ เข้าร่วมพิธีกรรมเพื่อช่วยทำนุบำรุงพระสงฆ์และวัด และการทำทานเ พื่อช่วยสังคมสงเคราะห์คนอื่นทางด้านกายภาพเท่านั้น เพราะการทำกิจกรรมดังกล่าวซึ่งชาวพุทธในไทยจะรู้และเน้นกันมากนั้นไม่ว่าจะล งทุนลงแรงมากสักเท่าใดก็เป็นเพียงการช่วยผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาปัญหาความทุกข์ทางสังคมได้บางส่วน แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางการพัฒนาและระบบเศรษฐกิจสังคมที่สร้างปัญหา ได้

ชาวพุทธซึ่งได้ชื่อว่าผู้รู้ ผู้ตื่นแล้วต้องช่วยกันคิดหาทางป ฏิรูปหรือสร้างระบบเศรษฐกิจสังคมแบบใหม่ที่บางท่านเรียกว่าธรรมมิกสังคมนิยม บางท่านเรียกว่าธรรมาธิปไตย คือสังคมที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อส่วนรวม เน้นความเป็นธรรม เน้นจริยธรรรม เน้นเรื่องการลดความเห็นแก่ตัว เพิ่มความเห็นแก่ส่วนรวม มีเมตตา การช่วยเหลือกันและกันของสัตว์โลกผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายกับเรา เน้นบริโภคแต่พอดี ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์และธรรมชาติ เราถึงจะเป็นชาวพุทธผู้รู้ ผู้ตื่นแล้วอย่างแท้จริงได้

ระบบเศรษฐกิจที่ดี จะต้องเอื้อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมระยะยาว

ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมชอบอ้างเรื่องป ระสิทธิภาพสูงสุด คือการลงทุนให้น้อย ใช้เวลาให้น้อย แต่ทำให้ได้ผลผลิตมากที่สุด หรือเร็วที่สุด เพื่อจะได้ผลิตสิ่งของมาสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากที่สุด หลักการเรื่องทำอะไรให้เกิดประสิทธิภาพนี้ เป็นหลักการที่ดี แต่ต้องมองในแง่ประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จริงๆ ไม่ใช่มองประสิทธิภาพในแง่การลดต้นทุนส่วนตัวให้ต่ำเพื่อกำไรของนายทุนเจ้าของกิจการแต่เพียงผู้เดียว

ถ้านายทุนคิดต้นทุนการผลิตเฉพาะส่วนที่ตนจ่าย แต่ไม่คิดส่วนที่สังคม (หมายถึงสมาชิกในสังคมทั้งหมด) ต้องจ่าย เช่น โรงงานสูบน้ำจากแม่น้ำ หรือขุดน้ำบาดาลมาใช้ฟรีหรือเสียค่าธรรมเนียมถูกมาก ทำต้นทุน (ค่าใช้จ่าย, ความเสียหาย) ส่วนตัวของเขาต่ำ เขาผลิตสินค้าขายได้กำไรสูง แต่สังคมส่วนรวมถูกนายทุนผู้นั้นแย่งน้ำไปใช้ คนอื่นมีน้ำใช้น้อยลง น้ำที่มีอยู่เหลือน้อยลง สังคมต้องเป็นผู้ลงทุนหรือเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่คนส่วนใหญ่ของสังคมได้ประโยชน์น้อย ผู้บริโภคซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ยังคงซื้อสินค้าราคาสูงนายทุนซึ่งเป็นคนส่วนน้อ ยได้กำไรมาก อย่างนี้ไม่ใช่ประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ทั้งน้ำจืด ป่าไม้ พันธุ์พืช สัตว์ อากาศ ฯลฯ เป็นทรัพยากรร่วมกันของมนุษย์และมีจำกัด การจะอ้างว่าของเหล่านี้เป็นของฟรี ใครอยากใช้ก็ใช้ได้นั้นไม่ถูกต้อง เพราะคนจะเฮโลแย่งกันใช้ การใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้น มีต้นทุนที่ต้องคำนึงถึง ที่เราเรียกว่า ต้นทุนทางสังคม รัฐบาลไทยไม่ได้เก็บหรือเก็บภาษีค่าธรรมเนียมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของส่วน รวมน้อยเกินไป เพราะรัฐบาลซึ่งมาจากชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง มักคิดในกรอบการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เน้นการเติบโตเพื่อผลประโยชน์ร ะยะสั้นของพวกตน มากกว่าคิดเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของทุกคนในสังคมแบบการพัฒนาที่เป็ฯธรรมและ ยั่งยืน

ที่ถูกแล้ว รัฐบาลควรเก็บภาษีค่า ธรรมเนียมและการจำกัดโควตาการใช้ทรัพยากรส่วนรวมทั้งก๊าซธรรมชาติ น้ำมันที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการใช้มากเกินไป และให้มีเหลือไว้แบ่งปันให้คนทั้งสังคมรวมทั้งคนรุ่นลูกหลานได้ใช้ด้วย ไม่ใช่เปิดเสรีแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาให้นายทุนส่วนน้อยเพียงบางคนรีบใช้เพื่อหากำไรสูงสุดของเอกชน

เนื่องจากทรัพยากรในโลกมีจำกัด เศรษฐกิจแบบชาวพุทธควรเลือกการผลิตสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปัจจัยสี่หรือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น 4 ประการ คือ อาหาร ที่อยู่ ยา เครื่องนุ่งห่ม เป็นด้านหลัก โดยอาจจะเลือกผลิตปัจจัยอื่นที่จำเป็นในโลกสมัยใหม่ เช่น การศึกษา การพักผ่อนหย่อนใจ การเดินทาง ฯลฯ ได้ในระดับที่พอสมควร ป ระเด็นหลักคือต้องหาวิธีการที่จะผลิตและจัดสรรให้คนส่วนใหญ่ได้ผลิตปัจจัยที ่จำเป็นเหล่านี้อย่างพอเพียง หรือเรียกว่ากินอยู่แต่พอดี เช่น พัฒนาระบบสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลางให้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม พัฒนาระบบรัฐสวัสดิการและชุมชนสวัสดิการมาแทนที่แนวทางทุนนิยมผูกข าดแบบสุดโต่งที่บางคนเรียกว่าทุนนิยมสามานย์ ซึ่งเป็นการผลิตแบบกอบโกยล้างผลาญทำลายทรัพยกรและสภาพแวดล้อม ทำให้คนรวยคนชั้นกลาง ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยกินอยู่ อย่างฟุ่มเฟือย อย่างโลภเกินพอดี ทำให้ทรัพยากรโลกร่อยหรอและคนอื่นขาดแคลน ในขณะที่คนจนจำนวนมากไม่มีแม้แต่ปัจจัยสี่ที่พอเพียง

เพราะโลกเรามีทรัพยากรจำกัด แต่ประชากรเพิ่มขึ้น ต้องรู้จักแบ่งปันกัน การที่คนกลุ่มน้อยร่ำรวยแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรและการบริโภคมากเกินไป ทำให้คนจำนวนมากในโลกนี้ยากจน ขาดแคลน ไม่มีแม้แต่ปัจจัย 4 ซึ่งเป็นความต้องการขั้นต้นของมนุษย์อย่างพอเพียงหรือได้มาตรฐาน เมื่อคนส่วนใหญ่ยากจน ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะซื้อ สินนค้าที่ระบบทุนนิยมที่ผลิตเพื่อมุ่งขายหากำไรเอกชนมาได้มากก็ขายไม่ค่อยไ ด้ เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดความไม่สมดุล เกิดปัญหาความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองตามมา

การพัฒนาแนวทางทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดแบบสุดโต่งที่ไม่สมดุลและไม่เป็นธรรม คือตัวปัญหาใหญ่ของโลกในปัจจุบัน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ คนว่างงาน รวมทั้งสงคราม ความขัดแย้งทางการเมืองและสังคม อาชญากรรม และปัญหาต่างๆมากมายในสังคม

การที่ประเทศไทยขณะนี้มีวิกฤติการเมืองแบบแบ่งแยกเป็น 2 ขั้ว ทางเศรษฐกิจสังคมก็มีการพัฒนาอย่างไม่สมดุล มีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงมาก รวมทั้งมีปัญหาการทุจริตฉ้อฉลและการมุ่งแสวงหาเงินทองแบบเก็งกำไรฉาบฉวยกันม าก นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบเปิดเสรี พึ่งพาการลงทุนและการค้ากับทุนต่างชาติที่ทุกพรรคเห็นดีด้วยนั้นเป็นประโยชน ์ต่อนายทุนต่างชาติและช่วยคนรวย คนชั้นกลางของไทยบางส่วนให้รวยขึ้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาให้คนไทยส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือมีความส ุขขึ้น รัฐบาลซึ่งมักโง่และเห็นแก่ตัวไ ม่ได้ปฏิรูปเศรษฐกิจขั้นรากฐานคือภาคเกษตรและอุตสาหกรรมให้เข้มแข็งขึ้นอย่า งแท้จริง ไม่ได้ปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมทำให้ประชาชนไทยมีความรู้ มีประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างอำนาจต่อรองได้เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

ในสภาพที่ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมทั้งของไทยและของโลกมีปัญหาวิกฤติเศรษฐ กิจชะลอตัวและประชาชนมีปัญหาเรื่องความยากจนและการขาดแคลนการฉ้อโกงหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบกัน การใช้ความรุนแรงต่อกัน เพิ่มขึ้น ชาวไทยเราควรสนใจศึกษาเรื่องปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม และพุทธศาสนาอย่างวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ (มีเหตุมีผล) เราจึงจะเข้าใจถึงสภาพ สาเหตุของความทุกข์ และหนทางในการดับทุกข์ของสังคม ซึ่งมีความหมายกว้างใหญ่กว่าทุกข์ทางจิตใจของปัจเจกชน เพราะทุกข์ทางสังคมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัจเจกชนจำนวนมากมีทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ การจะใช้หลักธรรมพุทธศาสนาไปดับทุกข์ทางใจอาจจะได้ผลสำหรับคนชั้นสูง คนชั้นกลางบางคนที่ไม่เดือดร้อนทางกายแล้ว แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนจนและการศึกษาต่ำ ชาวพุทธทั้งหลายต้องช่วยกันปฎิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองเพื่อดับทุกข์ทางสังคม ด้วย จึงจะช่วยเพื่อนมนุษย์ให้พ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม วิทยากร เชียงกูล
แก้วิกฤติเศรษฐกิจแนวพุทธ สายธาร 2551

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

One response to “แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองแนวพุทธ

  1. รีสอร์ทเชียงใหม่

    เมษายน 24, 2010 at 12:22 pm

    การพัฒนาแนวทางทุนนิยมได้แนวคิดครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: