RSS

สิทธิมนุษยชน (Human Right) กับเศรษฐกิจสังคม

22 ส.ค.

  วิทยากร เชียงกูล

    ในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม การอภิปรายเรื่องสิทธิมนุษยชนมักจะเน้นที่สิทธิพลเมือง (Civil Right) และสิทธิทางการเมือง (Political Right) เช่น สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทน สิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกปิดกั้น ทำร้าย หรือจับกุมคุมขัง

แต่ความจริงแล้ว สิทธิมนุษยชน หมายรวมถึง สิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิทางสังคม และสิทธิทางวัฒนธรรม ที่มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับจากรัฐ เช่น สิทธิการมีส่วนร่วมในการปกครอง และการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างเป็นประชาธิปไตย สิทธิที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ ที่มีมาตรฐานเพียงพอสำหรับคนทั่วไป สิทธิที่จะได้รับบริการทั้งด้านสาธารณสุข และการศึกษา ฯลฯ

คำว่า สิทธิมนุษยชน เป็นคำที่มีความหมายกว้าง รวมถึงสิทธิ 5 ด้าน คือ

สิทธิพลเมือง  คือ สิทธิในชีวิต สิทธิที่จะไม่ถูกทรมาน ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย สิทธิในการได้รับสัญชาติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน
สิทธิทางการเมือง คือ สิทธิในการลงคะแนนเสียง สิทธิเสรีภาพในความเชื่อทางการเมือง การนับถือศาสนา สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในการชุมนุม ในการรวมตัวกันเป็นสมาคม และการดำเนินการทางการเมือง ในการตีพิมพ์โฆษณา และในการมีส่วนร่วมทางการเมือง
สิทธิทางเศรษฐกิจ คือ สิทธิในการหางานทำ ในการประกอบอาชีพ สิทธิในการได้รับค่าจ้างและราคาผลผลิตอย่างเป็นธรรม สิทธิในการได้รับการจัดสถานที่ให้ประกอบอาชีพ เช่น ลานค้า หรือตลาดนัด สิทธิได้รับการคุ้มครองในการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม สิทธิได้รับหลักประกันการมีมาตรฐานชีวิตอย่างเพียงพอ สิทธิมีที่อยู่อาศัย และสิทธิมีอาหารการกินอย่างเต็มอิ่ม
สิทธิทางสังคม คือ สิทธิได้รับประกันสุขภาพ ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญเลี้ยงตัวเมื่อชรา สิทธิในการเลือกคู่ครอง สิทธิได้รับการรักษาพยาบาลและการมีนาราคาถูก สิทธิของแม่ลูกอ่อนในการได้รับสวัสดิการ สิทธิของเด็ก ผู้หญิง และคนพิการ สิทธิไม่ถูกเลือกปฏิบัติ อันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านความเชื่อ ทางการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ อายุ เพศ และผิว
สิทธิทางวัฒนธรรม คือ สิทธิในการได้รับการศึกษา สิทธิในการแต่งกายตามความเชื่อ หรือตามใจอยาก สิทธิในการปฏิบัติตามประเพณีความเชื่อ สิทธิในการมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสาธารณะ สิทธิในการมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรม การบันเทิงและกีฬ่า (กมล กมลตระกูล. ส่องกล้องสิทธิมนุษยชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม: สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, 2550)
ทั้งนี้หมายถึงว่า การใช้สิทธินั้นๆ ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิของคนอื่น หรือทำให้คนในสังคมมีสิทธิในทางที่ถูกที่ควรลดลง

สิทธิของกลุ่มชนที่สำคัญ และสิทธิในบางเรื่องที่สำคัญ

    1. สิทธิสตรี (Right of Women) ที่จะได้รับการศึกษา ทำงานและได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคทัดเทียมกับบุรุษ
2. สิทธิเด็ก (Right Children) สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง มีชีวิตที่มีสุขภาวะ ได้รับการศึกษา ไม่ถูกใช้แรงงานเกินวัยอันเหมาะสม ไม่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว เฆี่ยนตี ล่วงเกินทางเพศ หรือถูกบังคับให้เป็นแรงงาน ทาส หรือโสเภณี
3. สิทธิของชนกลุ่มน้อย (Right of Indigenous People) ที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค เท่าพลเมืองคนอื่น
4.สิทธิในที่ทำกิน (Right to Land) โดยไม่ถูกไล่ที่ ไม่ถูกคดโกงเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนที่มีอำนาจมากกว่า
    5.สิทธิมีงานทำ และสิทธิในการประกอบอาชีพ โดยได้รับการคุ้มครอง (Right to work) โดยไม่ถูกเลิกจ้าง ถูกขับไล่จากที่ทำกินหรือแหล่งขายสินค้า เช่น กรณีหาบเร่ และแผงลอย ถูกไล่ที่หรือไล่จับ
6.  สิทธิที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม
(Right to Adequate Housing) เช่น การพัฒนาชุมชนแออัด การสร้างอาคารสงเคราะห์และการให้ความช่วยเหลือ ให้ประชาชนที่ยากจนได้มีที่อยู่อาศัย
7. สิทธิมีอาหารการกินอย่างเหมาะสม (Rights to Adequate Food) ไม่อดอยาก หรือเกิดภาวะทุกขโภชนาการในชนบท และในหมู่คนจนในเมือง
8. สิทธิได้รับการพยาบาล (Rights to Health) โดยไม่ถูกปฏิเสธจากหมอ โรงพยาบาล หรือไม่ถูกคิดค่ารักษาพยาบาลแพงเกินเหตุ
9. สิทธิได้รับการศึกษา (Rights to Education) ที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างน้อยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
10. สิทธิได้รับการประกันสังคม (Rights to Social Security) คือ สิทธิของแรงงานและประชาชนที่ได้รับการคุ้มครองชดเชย ค่ารักษาพยาบาล การเกิดอุบัติเหตุ การตกงาน การชราภาพหรือเกษียณอายุ จากรัฐหรือหน่วยงานด้านการประกันสังคม ซึ่งควรขยายถึงประชาชนทุกคน  นอกจากแรงงานที่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ เช่น เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย

สิทธิที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่ต้องประกันสิทธิเหล่านี้ให้กับพลเมืองของตน ตัวอย่างเช่น ประชาชนควรมีสิทธิที่จะมีน้ำสะอาดและปลอดภัยไว้กินไว้ใช้ เพราะเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ รัฐบาลจึงมีหน้าที่จัดหาน้ำบริการสะอาดให้กับประชาชนในราคาต่ำพอที่ทุกคนจะเข้าถึงได้

ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ มีปัญหารัฐบาลคอร์รัปชั่นและขาดประสิทธิภาพ ทำให้การบริการสาธารณูปโภค รวมทั้งน้ำประปาทำได้ไม่ทั่วถึง และมีแนวคิดที่ผลักดันมาจากธนาคารโลก ให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและสาธารณูปโภค ให้เป็นของบริษัทเอกชน แต่ประเด็นคือ ควรหาทางปฏิรูปการบริหารจัดการของรัฐบาล ไม่ว่าจะจัดการในรูปของของรัฐวิสาหกิจ  หรือสหกรณ์ผู้ใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพและให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม  รัฐบาลไม่ควรโอนกิจการน้ำประปาให้เป็นของเอกชน และทำให้กลายเป็นสินค้าเพื่อการหากำไรของเอกชน เพราะเท่ากับเป็นการทำให้น้ำสะอาด กลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงเฉพาะผู้บริโภค ที่เป็นคนรวยคนชั้นกลาง แต่คนจนเข้าไม่ถึง ประสบการณ์ในกลายประเทศพบว่า สหกรณ์ผู้ใช้น้ำประปา สหกรณ์ผู้ใช้ไฟฟ้าในชนบท ทำงานได้มีประสิทธิภาพสำหรับส่วนรวม มากกว่ากิจการประเภทเดียวกัน ทั้งของรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชน (วิทยากร เชียงกูล. หยุดวิกฤติซ้ำซาก ด้วยระบบสหกรณ์: บ้านพระอาทิตย์, 2550)
ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อนาคตเศรษฐกิจโลกและทางออกของไทย. – กรุงเทพ ฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
176 หน้า.
ISBN 978-974-13-0621-3

+++

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: