RSS

การเมืองภาคประชาชน แสดงพลังไล่รัฐบาล

30 ส.ค.

คำแถลงโต้การชุมนุมใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมายังคงเป็นตรรกแบบการตีสำนวนแบบโต้วาที

สำนวนที่มักอ้างว่าแกนนำพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลไม่มีกฎหมายรองรับสถาน ะและเป็นเหมือนแก๊งซ์ข้างถนน 5 – 6 คนไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่จะมากำหนดชะตากรรมของประเทศได้อย่างไร

นี่เป็นการไม่ยอมรับการเมืองภาคประชาชนและอ้างระบบรัฐสภาที่พวกตัวเอ งได้เปรียบอยู่เพราะใช้เงินและอิทธิพลจนได้รับเลือกตั้งเข้ามามีอำนาจรัฐและ ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาขณะนี้

ระบอบประชาธิปไตยนั้นดีกว่าเผด็จการแน่นอนเพราะความเป็นประชาธิปไตยจ ะต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ขณะที่ผู้นำและผู้บริหารต้องทำงานด้ วยความโปร่งใสเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งต้องยอมรับระบบการตร วจสอบจากกลไกของรัฐสภา องค์กรอิสระและภาคประชาสังคม

การเมืองในระบอบทักษิณแม้จะมาจากการเลือกตั้งแต่เมื่อไม่รับฟังความค ิดเห็นหรือการวอพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชนระบบตรวจสอบกลไกตามรัฐธรรมนูญจึงไม ่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย แม้มีระบบรัฐสภาก็เป็นระบบเผด็จการรัฐสภาเพราะใช้เสียงส่วนใหญ่ครอบงำการตัด สินใจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

ดังนั้น นักวิชาการที่ยึดติดกับหลักประชาธิปไตยแบบฝรั่งโดยไม่สนใจว่าสภาพพื้นฐานของ ความรู้และวัฒนธรรมทางการเมืองประเทศที่พัฒนาแล้วต่างกับคนบางส่วนของสังคมไ ทยที่ขาดอุดมการณ์ทางการเมืองและไม่รู้ทันวิชามารของนักการเมือง

ยิ่งนักธุรกิจการเมืองในระบอบทักษิณ ที่มีการบริหารจัดการเชิงธุรกิจที่คำนึงถึงการลงทุนและการถอนทุนคืนโดยใช้กา รคิดนโยบายเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์เพื่อสะสมทุนในการใช้จ่ายทางการเมือ งเพื่อให้ได้ตำแหน่งและอำนาจ

นวัตกรรมความฉ้อฉลของนักธุรกิจการเมืองที่มีการหยั่งรากและขยายเครือ ข่ายจึงนับวันมีแต่จะสร้างโอกาสการผูกขาดทางอำนาจการเมืองและขาดการบริหารอย ่างมีประสิทธิภาพจึงให้ผลไม่คุ้มค่าต่อประเทศชาติ

เราจึงได้เห็นสภาพของรัฐบาลที่นำโดยสมัคร สุนทรเวช ทำภารกิจปกป้องรักษาผลประโยชน์ให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวแม้จะถูกเปิดโปงโจมตีจากสังคมว่าเป็น “รัฐบาลหุ่นเชิด”แต่เขาก็อดทนและไม่พยายามพิสูจน์ว่าไม่ใช่

ขณะที่ภารกิจสำคัญดูเหมือนการเร่งอภิโครงการใช้เงินก่อสร้างต่างๆโดย ไม่สนใจคำวิขารณ์แผนการเร่งใช้เงินงบประมาณและใครจะได้ผลประโยชน์จากโครงการ เหล่านี้

ลองดูแผนที่จะใช้เงินจำนวนมหาศาลเฉพาะที่เห็นรวมแล้วมีถึง 2 ล้านล้านบาท ได้แก่

1.โครงการรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง 885000 ล้านบาท
2.โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ 2.34 พันกิโลเมตร 367000 ล้านบาท
3.โครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ 200,000 ล้านบาท
4.โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน 67,000 ล้านบาท
5.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 3 ปี (2552-2554) 14,942 ล้านบาท
6.โครงการผันน้ำ 7 โครงการ 150,400 ล้านบาท
7.โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ 6,754 ล้านบาท
8.โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 73,000 ล้านบาท
9.โครงการพัฒนาระบบประกันสุขภาพ 80,000 ล้านบาท
10โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 170,000 ล้านบาท
11. โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ 3 จี 26,600 ล้านบาท
13.มาตรการช่วยเหลือคนจน ( 6 เดือน) 46,000 ล้านบาท

เมื่อเห็นพฤติการณ์ที่ไม่ตระหนักในการรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของช าติแถมยังเร่งแต่จะก่อสร้างโครงการใหญ่ที่ใช้เงินจำนวนมหาศาลโดยไม่คำนึงถึง ความคุ้มค่า

ยิ่งได้รับทราบความตอนหนึ่งในพระราชดำรัสที่ทรงมีต่อผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทยและคณะโดยทรงเตือนผู้บริหารการคลังว่าชาติบ้านเมืองขณะนี้ “ใกล้ล่มจมแล้วซึ่งอาจใช้เงินไม่ระวังเพราะใช้เงินไม่ระวัง”

ปฏิกริยาขับไล่รัฐบาลเพื่อร่วมกันกู้ชาติไม่ให้ล่มจมจึงมีอย่างกว้างขวาง

ที่มา จากคอลัมภ์ ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์   นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: