RSS

ปัญหาและทางออกของการเมืองไทย

01 ก.ย.

ปัญหาไม่ใช่แค่โค่นล้มใคร แต่อยู่ที่ต้องปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง

ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยคือ โครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองที่เป็นแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารของบรรษัทข้ ามชาติ ทำให้ถึงเศรษฐกิจจะโตปีละหลายเปอร์เซนต์แต่ก็ยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความแตกต่างทางด้านทรัพย์สิน รายได้ ฐานะทางสังคม การศึกษา และรับรู้ข่าวสารในประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่นำไปสู่วิกฤติและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่มีผลประโยชน์และแนวคิดอุดมกา รณ์ต่างกันอย่างรุนแรง

การที่กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมเพื่อโค่นล้มกลุ่มนักการเมืองที่ฉ้อฉล รวบอำนาจ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ช่วยตรวจสอบผลักดันนักการเมืองและให้ข้อมูล แก่ประชาชนได้ดี แต่ทางออกระยะยาวคือประชาชนทุกกลุ่มจะต้องหาทางทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโ ครงสร้างทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมอย่างถึงรากถึงโคน เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยทางการเมืองและประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งหมายถึงว่าประชาชนทั้งประเทศควรจะต้องมีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาคและมีจิตสำนึกแบบพี่น้อง (ภราดรภาพ) ประเทศไทยจึงจะพัฒนาเจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน

ยกตัวอย่างเรื่อง การปราบคอรัปชั่น การตรวจสอบและส่งฟ้องศาล เพื่อให้ศาลลงโทษผู้คอรัปชั่นและหาผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นเพียงแต่การแก้ปัญหาเฉพาะอาการของปัญหา ถึงจะลงโทษคนกลุ่มหนึ่งได้ แต่คนกลุ่มอื่นก็อาจจะมาโกงภายหลังได้อีก ทางแก้แท้จริงคือ ต้องสร้างระบอบเศรษฐกิจ การเมือง สังคม แบบใหม่ ที่ป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่นของคนทุกกลุ่ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทำให้ประชาชนมีการศึกษาและการรับรู้ข่าวสารที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกความเป็นพลเมือง รู้ว่าตนเป็นผู้เสียภาษี เป็นเจ้าของงบประมาณและทรัพยากรของประเทศ มีหน้าที่หวงแหนดูแลไม่ให้นักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐคดโกง ประชาชนจัดตั้งสหภาพแรงงาน กลุ่มอาชีพ กลุ่มผลักดันต่างๆ เสริมสร้าง ปปช. สตง. องค์กรอิสระ สื่อมวลชน องค์กรวิชาการ วิชาชีพ องค์กรประชาชนต่าง ๆ พรรคการเมือง องค์กรศาสนาฯลฯ ให้เข้มแข็งแบบมีทั้งความรู้ และจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ทำงานอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เราจึงจะมีทางป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่น และหาผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างได้ผลเหมือนอย่างประเทศ เช่น ฟินแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง

ทางออกทางการเมือง

ประเด็นหลัก คือ ผู้รักชาติรักประชาธิปไตยทุกกลุ่มทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ประชาชนตระหนักว่าตนเป็นพลเมืองผ ู้เสียภาษีและเป็นเจ้าของประเทศ และช่วยให้ประชาชนมีความรู้ทางเศรษฐกิจการเมืองเท่ากับนักการเมือง นักธุรกิจ ทหารและข้าราชการ ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่ม องค์กร ในรูปแบบต่างๆ เช่นกลุ่มศึกษาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจการเมืองด้านต่าง ๆ กลุ่มสมาคมอาชีพสหภาพแรงงาน สหพันธ์เกษตรกร กลุ่มออมทรัพย์ เครดิตยูเนียน สหกรณ์ฯลฯ เพื่อศึกษาและหาทางแก้ปัญหาของทั้งกลุ่มตน ชุมชน และประเทศชาติอย่างได้ผล

ทางออกเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันความรุนแรงจากการปะทะกันแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่ง คือ ควรเคารพรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรม เรียกร้องผลักดันให้ สส. สว. ชลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ออกไปอย่างน้อย 2 ปี เ รียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการไต่สวนและพิจารณาคดีการเมืองที่ค้างคา อยู่ในขณะนี้ ต้องทำงานเร็วขึ้น กล้าหาญและโปร่งใส ผู้เป็นจำเลยต้องมาขึ้นศาล และแก้ข้อกล่าวหาไปตามกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลต้องเคารพสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญในการชุมนุมโดยสันติวิธี รัฐบาลไม่ควรออกมาคุกคาม ปลุกปั่น ขยายความรู้สึกขัดแย้งเพิ่มขึ้น และคนในพรรครัฐบาลไม่ควรจะไปจัดตั้งประชาชนฝ่ายตน มาก่อกวนปะทะกับฝ่ายพันธมิตรฯ ไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือออกกฎหมายใหม่เพื่อสกัดกั้นการชุมนุมโดยสันติวิธี ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นสิทธิของประชาชนโดยชอบธรรม เพราะจะยิ่งขยายความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

พรรคการเมือง องค์กรอิสระ ตุลาการ ข้าราชการ ทหาร นักวิชาการ องค์กรเอกชน องค์กรประชาชนต่างๆ ไม่ควรนิ่งเฉย ปล่อยให้ 2 ขั้วคือพันธมิตรฯกับรัฐบาลสู้กันไป แต่ควรเข้าไปมีบทบาทในการเสนอแนะ ผลักดันให้มีการแก้ปัญหาไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ ถ้าใครเห็นว่าคณะรัฐมนตรีมีปัญหา ขาดความรู้ความสามารถ วุฒิภาวะและวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหา ทำผิดรัฐธรรมนูญ ผิดจริยธรรมร้ายแรง ก็ควรวิพากษ์วิจารณ์ผลักดันเข้าชื่อกันยื่นถอดถอนเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงค ณะรัฐมนตรีรวมทั้งนายกฯได้ รัฐธรรมนูญ 2550 นั้นเปิดให้ข้าราชการรวมทั้งทหาร ตำรวจ มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือแม้แต่จัดตั้งสหภาพแรงงานได้ เพียงแต่ข้าราชการรวมทั้งทหารส่วนใหญ่ยังเลือกใช้วิธีอยู่เฉย ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเองมากกว่าจะสนใจศึกษาปัญหาเรื่องผลประโยชน์ประเทศช าติ ทั้ง ๆ ที่ประเทศเป็นของคน 64 ล้านคน ซึ่งควรจะมีความคิดหลากหลายได้มากกว่าความคิดขั้วใดขั้วหนึ่งของรัฐบาลหรือก ลุ่มพันธมิตรฯ

ทางออกในทางเศรษฐกิจ

ควรเปลี่ยนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดสุดโต่งที่พึ่งการลงทุนแล ะการค้ากับต่างชาติและบรรษัทขนาดใหญ่มากไป จนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง และการเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เ ป็นระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในหมู่ผู้ ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม กับระบบสหกรณ์ผู้ผลิตผู้บริโภคและระบบรัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการ เพื่อกระจายทรัพย์สิน และรายได้ที่เป็นธรรม เพิ่มการจ้างงาน และขยายตลาดภายในประเทศ แบบพึ่งพาตนเองในระดับชุมชนและระดับประเทศได้เพิ่มขึ้น

การแก้ไขปัญหาของแพง เศรษฐกิจชะลอตัว คนมีงานทำน้อย มีรายได้น้อย ควรเน้นการพัฒนาทางเลือก ที่ลดการใช้น้ำมัน (ก๊าซและถ่านหิน) ลง พัฒนาพลังงานทางเลือกเช่น แสงแดด ลม ความร้อนใต้โลก จากขยะ มูลสัตว์และจากชีวภาพต่างๆเพิ่มขึ้น (ลดวันทำงานจาก 5 วัน เป็น 4 วัน วันละ 10 ชั่วโมงแทน ใช้มาตรการทางภาษี เพิ่มการขนส่งสาธารณะและจักรยาน และลดการใช้รถส่วนตัว) ส่งเสริมเกษตรทางเลือก เกษตรอินทรีย์ การแพทย์ สาธารณสุขทางเลือก อาหาร สมุนไพรพื้นบ้าน ฟื้นฟูพัฒนาภูมิปัญญาและเทคโนโลยีพื้นบ้าน ลดการพึ่งพาทุนและเทคโนโลยีจากบริษัทข้ามชาติให้เหลือน้อยลงเท่าที่จำเป็นแล ะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ พัฒนาระบบสหกรณ์ผู้ผลิต ผู้บริโภค มาแข่งกับห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของต่างชาติ โดยจำกัดการขยายตัวของคนมือยาว และช่วยเหลือคนท้องถิ่นที่มือสั้นกว่าให้ได้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรมเพิ่มขึ ้น

เน้นการพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพสูงขึ้นและมีงานทำที่เหมาะสม ด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการฝึกอบรม ให้ประชาชนมีความฉลาดทุกด้าน คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น มีความรู้ความสามารถ ที่ใช้แก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมได้จริง เน้นนโยบายการเพิ่มการจ้างงานและการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ แทนโครงการประเภทใช้ทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ด้วยโครงการเช่น การปลูกป่าไม้ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบกักเก็บน้ำและชลประทานที่เหมาะสม การส่งเสริมการประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และระบบสหกรณ์ ผู้ผลิตและผู้บริโภค การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน ศูนย์สาธารณสุข ศูนย์การศึกษานอกระบบ การฟื้นฟูคนติดยาเสพติด ติดเหล้า ดูแลคนชรา คนพิการ คนมีปัญหาด้านต่างๆ ให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ทั้งในชุมชนชนบทและชุมชนเมืองทั่วทั้งประเทศ

แก้ไขปัญหาเร่งด่วนเรื่องน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง ด้วยมาตรการทางภาษีเพื่อลดการบริโภคที่ฟุ่มเฟือย และหารายได้จากคนรวยอย่างมองการณ์ไกล เช่นเก็บภาษีรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานมากและการใช้ไฟฟ้าเพื่อความบันเทิง ในอัตราสูงขึ้น, อุดหนุนให้พลังงานมีราคาต่ำลงสำหรับรถสาธารณะ รถบรรทุกสินค้าจำเป็น เรือประมง แทรกเตอร์ขนาดเล็กของเกษตรกร ฯลฯ ใช้มาตรการประหยัดพลังงานที่เข้มงวดและเป็นธรรม อุดหนุนช่วยคนจนและคนเดือดร้อนให้มีอาหารและปัจจัยสี่ที่จำเป็นให้พออยู่ได้ และพัฒนาเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองในระดับชุมชนและระดับประเทศ (หรือเศรษฐกิจพอเพียง) ให้เป็นสัดส่วนสูงขึ้น

ทางออกในทางสังคม

ปฏิรูปการศึกษา สื่อสารมวลชน ระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรท้องถิ่น อย่างขนานใหญ่ ปฏิรูปครูอาจารย์ ผู้ทำงานสื่อมวลชน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่นให้เป็นมีความรู้และจิตสำนึกเพื่อสังคมเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้ประชาชน คิด วิเคราะห์เป็น พัฒนาความฉลาดทั้งทางปัญญา ทางอารมณ์ และทางด้านจิตสำนึก เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองที่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาตนเองและชุมชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

ส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนาองค์กรประชาชน และสื่อชุมชน สื่อสาธารณะของประชาชน เพื่อขยายการเรียนรู้ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาตนเองของประชาชน องค์กร และชุมชน ทำให้ทุกองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน และสังคมประชา เป็นองค์กรที่รู้จักการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง รู้จักการคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์ รู้ว่าตนเองมีข้อบกพร่อง ข้อจำกัดที่ต้องเรียนรู้ใหม่ พัฒนาใหม่อย่างไร ทำให้องค์กรต่างๆเป็นองค์กรที่รู้จักการรับฟังและรู้จักเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เปิดกว้าง มีการศึกษาวิจัยถกเถียงอภิปรายปัญหา เศรษฐกิจ การเมือง สังคม และหาทางออกกันอย่างมีเหตุผล มีหลักวิชาการสนับสนุน อย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการโฆษณาชวนเชื่อแบบปลุกเร้าอารมณ์ให้คล้อยตามโดยไม่เปิดให้ประชา ชนได้คิดอย่างมีเหตุผล

– ปฏิรูปองค์กรทางด้านศาสนา ให้เน้นเรื่องความรู้ในหลักธรรมและการหาทางแก้ปัญหาอย่างมีปัญญา และช่วยสร้างสังคมให้เป็นธรรม เลิกลดความเชื่อแบบงมงาย การก่อสร้างวัตถุ เลิกหาประโยชน์ส่วนบุคคล เน้นการมีเมตตาธรรม ช่วยเหลือผู้อื่นให้เห็นธรรม เห็นการพ้นทุกข์ ซึ่งต้องโยงถึงทุกข์ทางสังคม คือ ทุกข์จากการเบียดเบียนเอาเปรียบกัน เอาเปรียบทรัพยากรและธรรมชาติด้วย

– การพัฒนาด้านศิลปวัฒนธรรม ต้องกำจัดสื่อลามก, สื่อรุนแรง, สื่อที่ส่งเสริมการแข่งขันชิงดีชิงเด่นของระบบทุนนิยมเพื่อการบริโภค ส่งเสริมการพัฒนาศิลปวัฒนธรรม ที่ยกระดับความคิดจิตใจ รสนิยมวัฒนธรรมของประชาชน ส่งเสริมให้เด็กเยาวชน ประชาชน มีพื้นที่ที่จะได้เรียนรู้และชื่นชมกับความสวยงาม ความดีงาม ความไพเราะ ธรรมชาติสภาพแวดล้อมที่ดี เรียนรู้ที่จะรักเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ต่างๆ มีความสุขและพัฒนาจิตใจที่ดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ส่งเสริมการยกย่องคนดี คนกล้าหาญ คนที่ฉลาด และทำประโยชน์ต่อส่วนรวม แทนการยกย่องคนรวย คนมีอำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ คนเด่นดังแบบผิวเผินที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมน้อย เพื่อให้เด็กเยาวชนมีแบบอย่างและค่านิยมที่ดี และพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวเอง ชุมชน และประเทศชาติ

(อ่านเพิ่มเติม วิทยากร เชียงกูล ปัญหาและทางออกของการเมืองไทย ชมรมนักศึกษานวัตกรรมสังคม 2551)

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

4 responses to “ปัญหาและทางออกของการเมืองไทย

  1. คนไทย

    กันยายน 1, 2008 at 10:24 pm

    เรียกร้องผลักดันให้ สส. สว. ชลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ออกไปอย่างน้อย 2 ปี เ รียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการไต่สวนและพิจารณาคดีการเมืองที่ค้างคา อยู่ในขณะนี้ ต้องทำงานเร็วขึ้น กล้าหาญและโปร่งใส ผู้เป็นจำเลยต้องมาขึ้นศาล และแก้ข้อกล่าวหาไปตามกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลต้องเคารพสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญในการชุมนุมโดยสันติวิธี รัฐบาลไม่ควรออกมาคุกคาม ปลุกปั่น ขยายความรู้สึกขัดแย้งเพิ่มขึ้น และคนในพรรครัฐบาลไม่ควรจะไปจัดตั้งประชาชนฝ่ายตน มาก่อกวนปะทะกับฝ่ายพันธมิตรฯ ไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือออกกฎหมายใหม่เพื่อสกัดกั้นการชุมนุมโดยสันติวิธี ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นสิทธิของประชาชนโดยชอบธรร

    สนับสนุนความคิดนี้ อาจารย์ควรจะเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รับทราบมากๆ นะครับ ติดตามกลอนอาจารย์ตั้งแต่สมัย
    “ฉันจึงมาหาความหมาย”

     
  2. คนกลาง

    มกราคม 20, 2009 at 10:09 am

    ข้าพระพุทธเจ้า ปลื้มปิติยินดีโสมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจึงขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญ และทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญคู่พสกนิกรชาวไทยสืบจิรัตติกาลเทอญ

     
  3. champ

    เมษายน 29, 2010 at 9:27 am

    “สวัสดดีครับทุกคน” ผมมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือครับ
    คือผมไปรู้จักน้องคนหนึ่งน้องเขาชื่อว่า น้องมิค น้องเขาเป็นคนที่เรียนดีมากแต่ทางบ้านไม่มีเงินจะส่งให้น้องมิคเรียนต่อได้ และแม่ของน้องมิคก็ยังเป็น โรคมะเร็งอีก ผมฟังน้องมิคเล่าชีวิตของเขาบอกตรงๆ ว่าสุดจะรันทส เลยทีเดียว ใครไม่เดือดร้อนแบบนี้บ้างไม่รู้สึกลอก บางคนชีวิตมีพร้อมทุกอย่างทำตัวฟุ่มเฟือยอยากทำอะไรทำ อยากซื้ออะไรซื้อ ผมบอกตรงๆว่าผมไม่รู้จะช่วยน้องเขาอย่างไร ถ้าท่านได้อ่านข้อความนี้แล้วอยากจะช่วยน้องเขาจริงจริง
    ช่วยโพสข้อความที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นให้ด้วยนะครับ หรือถ้าท่านอยากจะช่วยบริจาคเป็นเงินด้วยบัตร ATM ก็บริจาคมาที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขา ถนนนาคนิวาส
    บัญชีเลขที่ 918-0-06679-8 และ ณ. ที่นี้ ผมต้องขอขอบคุณแทน
    น้องมิคด้วยนะครับ
    และถ้าท่านอยากจะช่วยน้องมิคจริงจริง ให้ท่านโพสข้อความดังกล่าวหรือโอนเงิน ก่อนวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
    เพราะต้องเอาเงินไปเป็นค่ารักษาโรคมะเร็งของแม่น้องมิค ส่วนเงินที่เหลือก็เป็น ทุณการศึกษาของน้องมิคต่อไป
    ผมต้องขอขอบคุณ ที่ยังมีคนที่ใจดีอีกมากมาย ในขนะที่ตอนนี้บ้านเมือง ยังวุ่นวายเพราะความคิดที่แตกต่างกัน ก็ขอให้รักกันไว้ดีกว่า เพราะยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่อีกมาก “ก็อย่างกรณีของน้องมิคไงครับ”

     
  4. ที่พักเชียงใหม่

    พฤษภาคม 3, 2010 at 11:46 am

    น้องมิค เป็นญ หรือชายครับ อายุเท่าไร

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: