RSS

การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจและผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

15 ก.ย.

วิทยากร เชียงกูล

    สภาพที่เป็นทั้งสาเหตุ และตัวปัญหาที่สำคัญของปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนคือ การพัฒนาประเทศที่ไม่สมดุล  ไม่ได้กระจายทรัพย์สิน รายได้ และความรู้ไปสู่ประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึงเป็นธรรม ประชาชนขาดความรู้ข้อมูลข่าวสาร  ขาดจิตสำนึกที่จะเข้าใจว่า เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นถึงแม้จะไม่ผิดกฎหมายหรือเลี่ยงกฎหมาย  แต่ก็คือปัญหาความไม่ถูกต้อง ความด้อยประสิทธิภาพ  และความไม่เป็นธรรม ที่จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อการพัฒนาประเทศเพื่อคนส่วนใหญ่

     การที่ประชาชนไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและปล่อยให้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนขยายตัวและดำรงอยู่ได้  คือการปล่อยให้ผู้มีอำนาจรุมทึ้งการใช้ทรัพยากรกันแบบใครมีอำนาจใครได้ และมุ่งหากำไรสูงสุดของเอกชน  โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนและผลตอบแทนทางสังคม ซึ่งแม้เศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม การค้า และบริการของประเทศโดยรวมจะเจริญเติบโตในระยะสั้น  และมีการกระจายไปให้ประชาชนบางส่วนได้บ้าง แต่เศรษฐกิจโดยรวมก็จะมีปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุลและไม่เป็นธรรม เกิดความล้าหลัง ด้อยประสิทธิภาพ การทำลายทรัพยากรและสภาวะแวดล้อมแบบกอบโกยล้างผลาญตามมา ประชาชนส่วนใหญ่ยากจนลง และประเทศชาติเสียหายในระยะยาว

    สถานการณ์ของเศรษฐกิจการเมืองไทยช่วงปี พ.ศ.2544-2548  สะท้อนว่าปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนกลายเป็นการทุจริตคอรัปชั่นรูปแบบใหม่ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า และมีขนาดใหญ่โตที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อการพัฒนาประเทศได้มากกว่าการทุจริตคอรัปชั่นรูปแบบเก่าๆ

    การหาผลประโยชน์ทับซ้อนก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจส่วนรวมในระยะกลางและระยะยาว คือนำไปสู่การผูกขาด/ระบบอภิสิทธิ์ ขัดขวางการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ทำให้ต้นทุนสูงสำหรับธุรกิจคนอื่นที่ไม่ใช่พรรคพวก ทำให้ผู้ประกอบการขาดการพัฒนาประสิทธิภาพในระยะยาว ธุรกิจโดยรวมแข่งขันสู้ต่างประเทศได้ยากขึ้น

    ปัญหาหารทุจริต/ผลประโยชน์ทับซ้อนยังทำให้ธุรกิจต่างประเทศที่มีระบบการบริหารที่ดี (Good Corporate Governance) ไม่อยากจะเข้ามาลงทุน ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และการขยายความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ประชาชนซื้อของแพงและได้คุณภาพต่ำ

    การทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบ รวมทั้งการหาผลประโยชน์ทับซ้อนยังมีผลเท่ากับการสร้างระบบภาษีแบบถอยหลัง (Regressive Tax) ให้กับประชาชน เนื่องจากประชาชนที่ยากจน ต้องจ่ายสินบนเพื่อจะเข้าถึงบริการของรัฐ  คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของเขามากกว่าที่ประชาชนที่ร่ำรวย ผู้แม้จ่ายสินบนด้วยเหมือนกัน แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของเขาแล้ว คนรวยจะจ่ายต่ำกว่า โดยทั่วไปแล้วคนจนจะได้รับบริการจากรัฐน้อยกว่า เพราะคนจนมีความสามารถในการจ่ายสินบน และหรือมีความสามารถในการเอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐน้อยกว่าคนรวย (DANIEL KAUFMANN. FINANCE AND DEVELOPMENT, SEPTEMBER 2005, V.42. N.3)

    ดังนั้นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการทุจริตคอรัปชั่นจึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีโอกาสได้รับบริการที่มีคุณภาพจากรัฐลดลง เป็นหนี้ และถูกเอาเปรียบ ถูกครอบงำให้ต้องพึ่งพาระบบทุนนิยมแบบผูกขาด มือใครยาวสาวได้สาวเอาเพิ่มขึ้น

    ผลประโยชน์ทับซ้อนก่อให้เกิดผลเสียหายทางการเมือง คือ ทำให้ขาดการพัฒนาทางด้านประชาธิปไตยและการสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี (Good Governance) ประชาชนขาดความไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐ ขาดความเชื่อมั่นในการนำและการบริหารของรัฐ ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องกฏหมายและความถูกต้อง ขาดแรงจูงใจ/ความสนใจที่จะเป็นพลเมืองดี มีจิตสำนึกในการคัดค้านการทุจริตคอรัปชั่น หรือไม่เป็นฝ่ายส่งเสริมการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ

    นอกจากนี้ ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนยังทำให้เกิดผลเสียกายทางสังคม คือ ทำให้ประชาชนหลงไหลได้ปลื้มกับการพึ่งพาโครงการอุปถัมภ์ของรัฐ การเล่นพรรคเล่นพวก แสวงหาระบบอภิสิทธิ์ แก่งแย่งแข่งขันเพื่อเอาชนะกัน แบบตัวใครตัวมัน โดยไม่คำนึงเรื่องคุณธรรม ความเป็นธรรม และการร่วมมือกันเพื่อเอาชนะร่วมกันของหมู่คณะ ประชาชนขาดโอกาสในการพัฒนาวินัยในตนเอง การพัฒนาค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี รวมทั้งประชาชนยังถูกฉ้อโกง รีดไถ ถูกกลั่นแกล้ง ถูกทำลายศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจและคุณค่าความเป็นมนุษย์

    ปัญหาการหาผลประโยชน์ทับซ้อน มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมโดยส่วนรวมที่สำคัญ คือ ทำให้มีการเร่งรัดการใช้จ่าย ทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณะสมบัติ งบประมาณ ฯลฯ เพื่อผลประโยชน์ระยะสั้นของนักการเมืองและพรรคพวกซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนน้อย มากกว่าผลประโยชน์ระยะยาวของประชาชนส่วนใหญ่ การเร่งรัดทำลายทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้าและบริการแสวงหาผลกำไรสูงสุดของเอกชน ยังทำให้เกิดการทำลายสภาวะแวดล้อม การขาดสมดุลในระบบนิเวศ การขาดความสมดุลระหว่างเมืองกับชนบท การกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรม  ปัญหาความยากจนและปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น จนอาจเรียกได้ว่าเป็นการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาแบกอบโกยล้างผลาญ ซึ่งอยู่ตรงันข้ามกับแนวทางการพัฒนาแบบยั่งยืน

ที่มา นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ :
การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)
วิทยากร เชียงกูล
ISBN 974-449-285-6  



Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: