RSS

การเปิดเสรีทางการค้ามีผลกระทบต่อการเอาเปรียบแรงงานและสภาพแวดล้อมในประเทศพัฒนา

19 ก.ย.

วิทยากร เชียงกูล

      ประเทศที่รับนโยบายการค้าเสรีมาตั้งแต่ทศวรรษ 2520 เช่น โบลีเวีย เม็กซิโก ชิลี นั้น ไม่ได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ปัญหาในประเทศกลับพอกพูนและทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากการค้าเสรี  ไม่ได้ทำให้ประเทศเหล่านี้ เกิดสมรรถภาพในการสร้างเทคโนโลยีของตนเอง มีแต่ทำให้เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ การทำลายทรัพยากร ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม การลิดรอนสิทธิเสรีภาพ  และช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย

    ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดของการค้าเสรีก็คือ โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษ ได้ย้ายจากประเทศอุตสาหกรรมสู่ประเทศกำลังพัฒนา ทั้งนี้เพราะว่า ประเทศกำลังพัฒนานั้นมีกฎหมายแรงงาน และกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวดน้อยกว่า และหรือที่ไม่ได้มีผลบังคับใช้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ในประเทศเม็กซิโก ที่มีชายแดนติดกับสหรัฐอเมริกา และได้เซ็นสัญญา NAFTA (North American Free TRade  Agreement) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 กับสหรัฐฯและแคนาดา ปรากฏว่า เกิดโรงงานนรก หรือ โรงงานที่กดค่าจ้างแรงงานและมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานผุดขึ้นมากมายในชายแดนของประเทศเม็กซิโก บริษัทข้ามชาติใหญ่ๆอย่าง BMW Chrysler Fisher Price และ Xerox แห่กันไปใช้แรงงานถูกๆ ในเม็กซิโกเพื่อผลิตสินค้าส่งออกข้ามชายแดนไปยังสหรัฐฯ คนงานเม็กซิโกได้เงินค่าจ้างคนละ 3.50 – 5 ดอลลาร์สหรัฐ (14-20 บาท) ต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าในสหรัฐฯสิบเท่า ต้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่จรดกลางคืน ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน และยังต้องสูดดมสารเคมีในโรงงานโดยไม่ได้ประกันสุขภาพ

    ผลกระทบของการค้าเสรีต่อแรงงานแบบที่เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโก เกิดในทุกประเทศที่เซ็นสัญญาการค้าเสรี ดังที่คณะมนตรีว่าด้วยการค้าและพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UN Council on Trade and  Development) ได้รายงานว่า นโยบายการค้าเสรีมีผลให้เกิดการกดขี่แรงงานมากขึ้นอย่างฉับพลันในประเทศกำลังพัฒนาที่เซ็นสัญญาการค้าเสรีไปแล้ว

    นอกจากนี้โรงงานต่างๆเหล่านี้ ก็ปล่อยควันเสีย น้ำเสียออกมาซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในประเทศแม่ของโรงงานเหล่านั้น เพราะมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดกว่าประเทศกำลังพัฒนา ผู้ถือหุ้นของบรรษัทข้ามชาติต่างๆ ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม หรือสภาพการทำงานของคนงาน เพราะพวกเขาอยู่ห่างไกลย่านเสื่อมโทรมเหล่านั้น ไม่ต้องสูดดมสารเคมีเอง ไม่ต้องสูดอากาศเสีย และดื่มน้ำเป็นพิษ แต่ได้ประโยชน์ด้วยการเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ที่ไม่ต้องสนใจอะไรมากไปกว่าผลกำไรส่วนตัว

    ในเม็กซิโก บริษัทข้ามชาติจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดายังสามารถใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการที่รัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นออกกฎหมายควบคุมสภาพแวดล้อม ซึ่งทำให้บริษัทของสหรัฐฯต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น  หรือได้รับผลกระทบส่งสินค้าของตนไปขายไม่ได้จากกฎหมายดังกล่าว การฟ้องร้องเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นกับระบบศาลปกติ แต่ตัดสินโดยระบบอนุญาโตตุลาการ ซึ่งในหลายกรณีตัดสินเข้าข้างฝ่ายบริษัทข้ามชาติ (กรรณิการ์ กิจติเวชกุล (บก.) ข้อตกลงเขตการค้าเสรี ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย เล่ม 2, พิมพ์ดีการพิมพ์ 2547.)

.

ที่มา นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ :
การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)
วิทยากร เชียงกูล
ISBN 974-449-285-6  



Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: