RSS

การดิ้นรนสู้ทางความคิดก่อน “การเมืองใหม่”

27 ก.ย.

กรณีสมัคร สุนทรเวช ถูกสอยจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ด้วยคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บางคนอาจมองว่าเป็นการใช้กระบวนการทางศาลเล่นงานทางการเมือง

แต่คนที่ใช้ปัญญาน่าจะเห็นสัจจธรรมของกฎแห่งกรรมอันเป็นผลจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่มุ่งสู่ระบบการเมืองใหม่
นี่เป็นเพียงคดีแรกที่คนไม่รู้กาลเทศะและขาดจริยธรรมในการใช้สถานภาพ ผู้นำประเทศเพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ซึ่งยังจะต้องเจอวิบากกรรมอีกหลายคดีตาม มา

บทบาทและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีนี้เป็นตัวอย่างอีกครั้งหนึ่ งของระบบกลไกการตรวจสอบระบอบประชาธิปไตยที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องยอ มรับ

เพียงแต่นักเลือกตั้งที่คิดแบบนักธุรกิจแล้วเข้ามาเล่นการเมืองแต่ขา ดอุดมคติทางการเมืองใช้คำเรียกว่า “ประชาธิปไตย”เพียงรูปแบบการเลือกตั้งเป็นเพียงข้ออ้างการเข้าสู่อำนาจด้วยก ารใช้เงินซื้อเสียงและสร้างเครือข่ายผู้รับจ้างยกมือ

น่าเสียดายที่มีนักวิชาการบางส่วนไม่ยอมลงมาสัมผัสความจริงและไม่สนใ จว่าเบื้องหลังที่มาของการชนะเลือกตั้งนั้นสกปรกอย่างไรแต่จะให้ค่าคนที่อ้า งผลการเลือกตั้งโดยไม่สนใจที่จะชี้ความผิดเพี้ยนในการดำเนินการที่ทุจริตหรื อผลาญงบประมาณแผ่นดินมหาศาลเพื่ออะไร
คล้ายการยอมรับวงจรอุบาทว์ของการเมืองแบบเก่าที่ถ่วงความเจริญที่แท้จริงของสังคมและประเทศชาติ

การที่มีประชาชนสนับสนุนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายพันธมิตรเพื่อประ ชาธิปไตยอย่างกว้างขวางทุกวงการ ทุกภาคและขยายวงไปถึงต่างประเทศก็เพราะประเด็นการกระทำฉ้อฉล ปกป้องคนผิด และทำลายความถูกต้อง

เมื่อได้รับข้อมูลความผิดที่ชัดเจน ความรู้สึกที่ต้องขับไล่หัวหน้ารัฐบาลที่ประพฤติผิดทางผิดคุณธรรมจึงเกิดขึ้ นอย่างมุ่งมั่น อดทนและเสียสละ

ท่าทีการใช้ความรุนแรงของคนเป็นนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองในสังกัดด ้วยการจ้างอันธพาลมาทำร้ายผู้ชุมนุมและพยายามให้ตำรวจใช้กำลังทำร้ายประชาชน จึงเท่ากับช่วยเรียกประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมกันมากขึ้นจนถึงขั้นนิสิตนักศ ึกษาหลายสิบสถาบันที่ประสานกันเป็นเครือข่ายไม่รอการนำขององค์การนักศึกษาที ่ยังขาดการตื่นตัวในการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

เหตุการณ์ชุมนุมกว่า 100 วันในการต่อต้านรัฐบาลที่กระทำไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นขณะนี้จึงไม่ควรถูกมองว ่าเป็น “ความขัดแย้ง”ระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกับรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช จนมีคนพยายามแสดงตัวเรียกร้องให้เจรจาหรือต่างฝ่ายต่างถอย

เ พราะนี่ไม่ใช่การทะเลาะกันแต่เป็นการตื่นตัวเปิดโปงความฉ้อฉลของนักการเมือง ที่ไม่รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ปกป้องสถาบันและผลาญงบประมาณเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้อง

เมื่อวันก่อนประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเผยผลสำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ 100 แห่ง เมื่อต้นเดือนกันยายนนี้มีความเห็นว่า “การเมือง”เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่กระทบต่อเศรษบกิจและผลประกอบการของบริษัท

หลักคิดที่ถูกต้องก็คือต้นเหตุที่ทำให้มีการชุมนุมประท้วง ความผิดต่างๆคือรัฐบาลสมัครที่ทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้ระบอบทักษิณมากมายหลายเร ื่อง

ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องนายใหญ่

การใช้อำนาจรัฐบาลไปทำบันทึกข้อตกลงที่ยอมให้ประเทสกัมพูชาไปจดทะเบี ยนมรดกโลกได้แต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นผลให้เสียอธิปไตยเหนือดินแดนโดยไม่ผ่านกา รเห็นชอบจากรัฐสภา

แม้คำพิพากษาจากศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ถูกต้องแต่
แล้วยังมีการเร่งผลาญงบประมาณอย่างมหาศาลรวมหลักล้านล้านบาทไม่ว่าจะ เป็นโครงการเช่ารถเมล์ การสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงและโครงการยักษ์ใหญ่อีกหลายเรื่องที่ไม่คำนึงถึ งความคุ้มค่าต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ในทางสังคมสมัคร สุนทรเวช ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองแล้วแม้พยายามดิ้นรนอย่างไรวิธีใดก็ตาม

ที่มา จากคอลัมภ์ ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์
ใน ผู้จัดการรายสัปดาห์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: