RSS

การเมืองใหม่ ใหม่แบบไหนและอย่างไร?

05 ต.ค.

ประชาธิปไตยไม่ได้จำกัดอยู่แต่ผู้แทนในสภา

สถาบันผู้แทนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตยที่ประชาชนมอบอำนาจบางอย่างให้ผู้แทนช่วยทำหน้าที่บางอย่างแทน แต่ต้องเป็นการทำแทนอย่างเคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน รับฟังความเห็นประชาชน และทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย



ระบบประชาธิปไตยที่แท้ยังจะต้องมีประชาธิปไตยทางตรง และประชาธิปไตยแบบที่ประชาชนมีส่วนกำหนดอย่างใกล้ชิดควบคู่กันไปด้วย เช่นการทำประชาพิจารณ์ จัดเวทีอภิปรายรับฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศ การทำประชามติ ให้ประชาชนลงคะแนนออกเสียงในประเด็นปัญหาที่สำคัญ ว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

รัฐบาลในระบบประชาธิปไตยจะต้องเคารพและสนันสนุนส ิทธิเสรีภาพของพลเมือง สื่อมวลชน สิทธิในการจัดตั้งกลุ่ม สมาคม สหภาพแรงงานและองค์กรประชาชนประเภทต่าง ๆ สิทธิในการวิจารณ์ คัดค้าน ดื้อแพ่งในฐานะพลเมือง สิทธิในเรื่องความเชื่อทางศาสนา สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมทั้งที่เป็นสิทธิชุมชน และสิทธิของพลเมืองแต่ละคน

แต่รัฐบาลสมัคร ทำสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับระบบประชาธิปไตยที่แท้จริงเห็นได้ชัดมากกว่ารัฐบ าลใด ๆ พวกเขาใช้เสียงข้างมากในสภาเป็นเครื่องมือในการยึดอำนาจรัฐและบริหารแบบเผด็ จการ โดยไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ความคิดเห็นและผลประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ แถมยังเป็นรัฐบาลที่ใช้กำลังตำรวจและกลุ่มอันธพาลจัดตั้ง ทำร้ายประชาชนที่ชุมนุมคัดค้านรัฐบาลโดยสงบอย่างไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบใด ๆ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอยู่ส่วนไหนของระบบประชาธิปไตย?

เพราะรัฐบาลสมัครมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของพวกตนเอง รับรองการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนประสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียว เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ในการที่กลุ่มตนจะไปลงทุนในกัมพูชา และมีพฤติกรรมที่เลวร้ายอื่น ๆ จึงเกิดการชุมนุมคัดค้านรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรฯประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่แค่กลุ่มนักกิจกรรมไม่กี่คนเท่านั้น แต่เป็นกลุ่มปัญญาชน ชั้นกลาง ผู้นำชุมชน ประชาชนทั่วไปนับล้านคนที่มีแนวคิดคัดค้านรัฐบาลเผด็จการคล้ายกัน รวมทั้งเป็นกลุ่มที่ต้องการการปฏิรูป การเมือง เศรษฐกิจและสังคมให้เป็นประชาธิปไตย โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้นด้วย การชุมนุมคัดค้านไล่รัฐบาลสมัคร ซึ่งเป็นตัวแทนและผู้สืบทอดระบอบทักษิณ ไม่ใช่การไล่ตัวบุคคล แต่เป็นการขับไล่กลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดที่ฉ้อฉลและเป็นเผด็จการบ้าอำนาจ ฝ่ายพันธมิตรฯ จึงได้พลังสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศและการต่อสู้ถึงได้ยืดเยื้อ

การชุมนุมคัดค้านรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการใช้สิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านรัฐบาลและสิทธิในการดื้อแพ่งของพลเมือง ซึ่งเป็นสิทธิที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญและโดยขนบของระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมคัดค้านตรวจสอบเปิดโปงข้อมูลผลักดันรัฐบาลโดยกลุ่มพันธมิตรฯ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นการตรวจสอบผลักดันฝ่ายบริหารที่ได้ผลดีกว่าและรวดเร็วกว่ าสส.ฝ่ายค้านและสว.ในสภาในหลายเรื่อง เช่นทำให้พรรครัฐบาลถอย ไม่กล้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องของตน รัฐมนตรีบางคนที่ทำผิดต้องลาออกไป องค์กรอิสระ อัยการ ศาลซึ่งบางกรณีมีทีท่าลังเล ถ่วงเวลา ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ต้องเร่งทำงานและตัดสินเรื่องให้เร็วขึ้นอย่างกล้าตัดสินใจมากขึ้น

กลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้เกิดประชาธิปไตยแบบที่ภาคพลเมืองมีส่วนกำหนดเพิ่มขึ้น และลดอำนาจเผด็จการทางรัฐบาลได้ระดับหนึ่ง นี่คือบทบาทที่สำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งหมายถึงประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมหลายแสนคนและอาจมีผู้สนับสนุนแบบเงียบ ๆ หลายล้านคน พวกเขาส่วนใหญ่เป็นปัญญาชน ชนชั้นกลางที่มีทั้งปัญญาและกำลังทางเศรษฐกิจ จึงต่อสู้แบบการเมืองภาคพลเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดเยื้อ แม้คนที่ขึ้นไปปราศรัยในเวทีพันธมิตรฯ จะมีแนวคิดและลีลาการพูดที่หลากหลาย เช่นบางคนใช้ถ้อยคำรุนแรง เร้าอารมณ์ ปลุกความคิดกษัตริยนิยม ชาตินิยมแบบสุดโต่ง หรือโจมตีบุคคลแบบด่ากราด มากกว่าการให้ข้อมูลและการให้ประชาชนได้คิดเองอย่างมีเหตุผล แต่นั่นน่าจะถือเป็นประเด็นย่อยมากกว่า เพราะประเด็นหลักซึ่งคนหลายล้านคนเห็นพ้องด้วยกันจึงมาเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ฯหรือแนวร่วมกันได้นั้น คือการเปิดโปงคัดค้านรัฐบาลที่เป็นตัวแทนและผู้สืบทอดระบอบทักษิณและกลุ่มนา ยทุนใหญ่ที่รวบอำนาจทุจริตฉ้อฉล มุ่งหาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง อย่างไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศในระยะยาวแต่อย่างใด

พันธมิตรฯ จะไปทางไหน?

พลตรีจำลอง ศรีเมือง กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า กลุ่มพันธมิตรฯ มีจุดมุ่งหมาย 3 ข้อ คือ 1. คัดค้านการที่รัฐบาลพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง 2. เรียกร้องให้รัฐบาลสมัครออก 3. ต้องการสร้างการเมืองใหม่ ที่ต่างไปจากระบอบเลือกตั้งแบบนักการเมืองซื้อเสียงหาเสียง ใช้ระบบอำนาจนิยม/อุปถัมภ์นิยม เข้ามาเป็นรัฐบาลโกงบ้านกินเมืองต่อไปอย่างไม่รู้จบ 2 ข้อแรกเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ข้อ 3 พันธมิตรฯต่างคนต่างพูด เป็นแนวคิดหลวม ๆ ที่ยังไม่ตกผลึกชัดเจน คงจะต้องระดมความคิด ความเห็นพ้องจากคนส่วนใหญ่มากกว่าจากแกนนำคนใดคนหนึ่งหรือ 5 คนรวมกัน

การเมืองแบบเก่าที่มีปัญหาจนทำให้เกิดวิกฤตินั้นเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารและวัฒนธร รมการเมืองแบบอำนาจนิยม/อุปถัมภ์นิยม จึงต้องการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งการศึกษาและสื่อมวลชนที่ก้าวหน้าและเป็นธรรมมากกว่าสังคมเก่าอย่างถอ นรากถอนโคน ผู้นำในการปฏิรูปจะต้องเข้าใจรากเหง้าปัญหาความเป็นจริงของสังคมไทยจึงจะแก้ ปัญหาและสร้างการเมืองใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องการการพัฒนาทางด้านความรู้และการจัดตั้งภาคประชาชนอ ย่างลึกซึ้งจริงจัง ไม่อาจชูคำขวัญง่าย ๆ แบบสู้ครั้งสุดท้ายครั้งเดียวแล้วจะได้การเมืองใหม่มาเลย ถ้าจะให้ข้อเรียกร้องเป็นรูปธรรมอาจจะเป็นการเรียกร้อง เช่นให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปการเมืองใหม่ที่มาจากคนกลาง เช่นนักวิชาการและตัวแทนภาคประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ

การเมืองใหม่จะเป็นไปได้จริงต้องมีแนวคิดที่ก้าวหน้าที่มีทางทำให้เกิดขึ้นได้ โดยไม่คิดแบบอุดมคติ เพ้อฝันมากไป ควรเน้นการส่งเสริมประชาชนให้รักการอ่าน การจัดตั้งกลุ่มศึกษาและองค์กรประชาชนทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อให้พวกเขาได้ฉลาด มีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น แม้จะทำได้ยาก และใช้เวลา แต่นี่คือหนทางเดียวที่จะสร้างการเมืองใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ ประชาชนส่วนใหญ่ได้

การที่แกนนำพันธมิตรฯ บางคนเคยเสนอให้มีการสรรหาผู้แทนจำนวนหนึ่งและลดผู้แทนจากการเลือกตั้งลงมาน ั้นเป็นแนวคิดที่น่าจะเกิดปัญหาผลประโยชน์ขัดแย้งตามมา ถ้าให้คนกลุ่มใดก็ตามมีอำนาจมากไป โดยไม่มีระบบตรวจสอบคานอำนาจที่ดีจากฝ่ายประชาชน จะทำให้เกิดการทุจริตฉ้อฉลตามมาได้ เป็นธรรมชาติของทุกสังคม

การจะสร้างการเมืองใหม่เพื่อประชาชนได้ต้องเน้นที่ 1.การปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชนให้มีคุณภาพ และ 2.ส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนาองค์กรประชาชน เช่นสหภาพแรงงาน สหพันธ์เกษตรกร สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์ผู้ผลิตผู้บริโภค พรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้า (เช่นสังคมนิยมประชาธิปไตย,พรรคกรีน)3.ทำ ให้องค์กรตรวจสอบต่าง ๆ เช่นองค์กรอิสระ ตุลาการ สื่อมวลชน นักวิชาการฯลฯ มีแนวคิดประชาธิปไตยแบบก้าวหน้า (ถือผลประโยชน์ประชาชนสำคัญที่สุด) และเข้มแข็ง ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

การเมืองใหม่ไม่อาจฝากความหวังไว้ที่คนกลุ่มหนึ่งหรือสถาบันใดสถาบัน หนึ่งซึ่งเป็นการมองแบบเพ้อฝัน ไม่สมจริง ทั้งไม่ควรมองแบบตายตัวว่า ถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่อีก ประชาชนไทยก็จะขายเสียงหรือถูกหลอกให้เลือกนักการเมืองหน้าเก่า ๆ เข้ามาอีกโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ควรมองแบบเปรียบเทียบว่าถ้ามีก ารแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ก้าวหน้าขึ้น ให้ประชาชนสิทธิเสรีภาพรับรู้ข้อมูลข่าวสารมีโอกาสและความเข้มแข็งทางเศรษฐก ิจ มีการจัดตั้งองค์กรและการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งให้ยุติธรรมมากขึ้น ประชาชนไทยก็จะมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาในการคัดเลือกผู้แทนได้มากขึ้นเหมือน ในประเทศอื่น ๆ ได้เช่นกัน

การจะหาทางทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นจริง ๆ จะต้องระดมคนที่ตื่นตัวให้เห็นทางเลือกของเศรษฐกิจการเมืองแบบใหม่และทำงานศึกษาและจัดตั้งองค์กรกันอย่างหนัก และใช้เวลาม ากกว่าการปลุกระดมคนในวงกว้างให้มาชุมนุมประท้วงเรียกร้องในเรื่องใดเรื่องห นึ่ง ซึ่งจะมีข้อจำกัดว่าจะทำได้ในบางขอบเขต และในบางเรื่องเท่านั้น ไม่มีการปฏิวัติครั้งไหนในโลกที่ประชาชนต่อสู้ครั้งเดียวแล้วได้ผลทุกอย่างต ามอุดมคติหรือเป้าหมายขั้นสูง การต่อสู้ของฝ่ายประชาชนที่ประสบความสำเร็จจะต้องคำนึงถึงหลักจังหวะก้าวที่มีเหตุผลและพอประมาณที่จะเป็นไปได้ในโลกที่เป็นจริง อยู่ด้วยเสมอ

ที่มา บทความของวิทยากร เชียงกูล ใน  ผู้จัดการรายสัปดาห์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

One response to “การเมืองใหม่ ใหม่แบบไหนและอย่างไร?

  1. รีสอร์ทเชียงใหม่

    กุมภาพันธ์ 27, 2010 at 10:31 am

    ประชาธิปไตยต้องอยู่ที่ประชาชนคนไทย

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: