RSS

การพัฒนาแบบยั่งยืน

08 ต.ค.

วิทยากร เชียงกูล

แนวนโยบายการพัฒนาในปัจจุบัน เป็นแนวนโยบายที่เน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งวัดจากตัวเลขการบริโภคสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สนใจว่าเป็นการบริโภคที่จำเป็นหรือเป็นประโยชน์ ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนส่วนใหญ่ดีขึ้นแต่ละปีหรือไม่ แนวนโยบายแบบนี้เน้นการผลิตให้ได้มากที่สุด เน้นการแข่งขันในเรื่องการผลิต การค้าและการบริโภค โดยไม่สนใจว่าสภาพแวดล้อมจะถูกทำลายมากเพียงใด มีการเอาเปรียบของคนที่มือยาวกว่า และเกิดความเสื่อมทางด้านวัฒนธรรม จริยธรรม และค่านิยม หรือไม่เพียงใด

นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นนโยบายที่มุ่งเลียนแบบหรือมุ่งตามกันประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมแล้ว อย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าโลกาวิวัฒน์แบบไม่มีจิตสำนึกนั้นกำลังนำประเทศไทยไปสู่โลกาวินาศมากเพียงใด

แนวนโยบายการพัฒนาในปัจจุบัน เป็นแนวนโยบายแบบมุ่งหาผลประโยชน์ หากำไรระยะสั้น เพื่อคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจมากกว่า มือยาวกว่า ทำให้การกระจายทรัพย์สินและรายได้ไม่เป็นธรรมมากขึ้น ทรัพยากรสภาพแวดล้อมถูกทำลายอย่างกว้างขวางรวดเร็ว ไม่ใช่แนวนโยบายการพัฒนาแบบยั่งยืน ในการรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังแรงงานคนอย่างระมัดระวัง ทะนุถนอม เพื่อที่ประชาชนส่วนใหญ่จะได้มีกินมีใช้ และมีสภาพแวดล้อมของชีวิตที่ดีไปถึงชั่วลูกชั่วหลาน รู้จักการแบ่งปันเพื่อให้คนส่วนใหญ่มีกินมีใช้อย่างทั่วถึง และลดความขัดแย้ง ความเครียดในชีวิตลง

นโยบายการพัฒนาปัจจุบันส่งเสริมการลงทุนต่างชาติอย่างไม่จำแนก มุ่งส่งเสริมการส่งออก การสั่งเข้า การเพิ่มผลผลิต และการเพิ่มการบริโภคอย่างไม่มีขอบเขต ส่งเสริมการพึ่งพาทุน และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ส่งเสริมการสร้างเขื่อน การสร้างโรงไฟฟ้า การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ไม่ใช่แนวนโยบายการพัฒนาแบบยั่งยืน ที่มุ่งส่งเสริมเฉพาะอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่ใช้ทรัพยากรในระดับที่จำกัด ที่มุ่งการพึ่งพาตนเอง การผลิตและการบริโภคที่ยกระดับคุณภาพชีวิตมากกว่าการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยและทำลายล้าง มุ่งการประหยัดพลังงาน และพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่นที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อย เช่น พลังงานจากแสงแดด ลม ความร้อนใต้โลก คลื่นในทะเล ฯลฯ

แนวนโยบายการพัฒนาแบบยั่งยืนที่เน้นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตดูเป็นแนวคิดใหม่ ถ้าเปรียบเทียบกับแนวนโยบายการพัฒนาแบบเน้นความเจริญเติบโต และบริโภคนิยมในปัจจุบัน แต่ถ้าเรากลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดีเราจะพบว่า แนวคิดแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ หรือของแปลกหน้าสำหรับสังคมไทย แต่อย่างใด บรรพบุรุษของเราในสมัยก่อนหน้าที่จะรับแนวคิดการพัฒนาและเทคโนโลยีแบบฝรั่งเข้ามานั้น เป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาในการรู้จักใช้อย่างทะนุถนอมธรรมชาติเป็นอย่างดี รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การนับถือแผ่นดิน แม่น้ำลำธาร ต้นไม้ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ของคนไทยรุ่นก่อนนั้น เป็นการตระหนักถึงบุญคุณ ถึงคุณค่าของธรรมชาติที่มนุษย์เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมด้วยอย่างยั่งยืน โดยไม่ทำลายในอัตราที่รวดเร็วชนิดที่จะทดแทนขึ้นใหม่ไม่ทัน เหมือนสมัยพัฒนาอุตสาหกรรม

แนวคิด การพัฒนาแบบพุทธ ที่เน้นทางสายกลาง เน้นการไม่โลภ เน้นการทำดีต่อเพื่อนมนุษย์ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน มากกว่าการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตกในปัจจุบัน ที่มุ่งเอาชนะธรรมชาติ มุ่งผลาญทรัพยากรธรรมชาติ แต่แนวคิดในการพัฒนาแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติและแนวคิดแบบพุทธของเราได้ถูกลืมเลือน ถูกทำลาย ถูกครอบงำ โดยแนวคิดการพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตกโดยสิ้นเชิง ทุกวันนี้เราเป็นไทย เป็นพุทธกันแต่ชื่อเท่านั้น แต่แทบไม่มีรากเหง้าของความเป็นไทย หรือความเป็นพุทธกันอยู่เลย

ที่กล่าวมานี้ หลายคนที่อาจจะแย้งว่า เป็นความคิดเชิงอุดมคติหรือการหวนหาอดีตที่ดีงาม ซึ่งไม่มีทางจะหวนกลับมาได้อีกแล้ว หลายคนคงคิดว่าเราคงต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีทางเลือกอื่น เราต้องตัดไม้ ต้องสร้างเขื่อน ต้องสร้างโรงงานไฟฟ้าปรมาณู ต้องสร้างถนนสร้างทางด่วนให้มากขึ้นและมากขึ้น เพื่อที่เราจะได้มีพลังงานเพียงพอผลิตสินค้า และบริการให้คนได้อย่างเพียงพอ เดินทางค้าขายติดต่อกันได้สะดวก แต่ปัญหาก็คือว่า ถ้าเรายังคิดพัฒนาประเทศในกรอบคิดที่มุ่งเอาชนะธรรมชาติ และเพิ่มการบริโภคอยู่ ถึงเราจะผลาญทรัพยากรและสภาพแวดล้อมธรรมชาติไปสักเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันที่จะเพียงพอที่จะสนองตัณหาอันไม่มีขอบเขตของมนุษย์ได้ และจะยิ่งเป็นการทำลายล้างตัวเองในระยะยาว ยิ่งมีพลังงานมาก คนก็จะยิ่งใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยมาก สภาพแวดล้อมถูกทำลายมาก ยิ่งสร้างถนน สร้างทางด่วนมาก คนก็จะยิ่งใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น ทำให้ต้องเป็นหนี้เป็นสิน ขาดดุลชำระเงินและทำให้การจราจรติดขัด สภาพแวดล้อมเป็นพิษมากขึ้น ทั้งที่เราสามารถใช้พลังงานที่จำเป็นอย่างเหมาะสม และเดินทางโดยการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ รถใต้ดิน รถรางไฟฟ้า รถเมล์ หรือรถจักรยานได้อย่างเป็นผลดีต่อชีวิตและสภาพแวดล้อมมากกว่า

ที่ว่าเราไม่มีทางถอยกลับ ไม่มีทางเลือกอื่นนั้น เป็นเพราะเราไม่รู้จักจินตนาการที่จะหาทางเลือกอื่น มากกว่าเป็นเพราะเราไม่มีทางเลือกจริงๆ ทางเลือกในการพัฒนาที่มีความเป็นไปได้สำหรับเมืองไทย ซึ่งเป็รประเทศขนาดกลางที่มีประชากรและทรัพยากรค่อนข้างมาก ไม่ใช่ประเทศเล็กที่ยากจนมีแนวทางคร่าวๆดังต่อไปนี้

1. ปรับเปลี่ยนนโยบายการพัฒนาใหม่ เน้นการพัฒนาชนบทและเมืองในต่างจังหวัดมากขึ้น ควรเปลี่ยนนโยบายพัฒนาการเกษตรเพื่อส่งออกวัตถุดิบ เป็นการเกษตรแบบทางเลือก ซึ่งประกอบไปด้วย การเกษตรแบบผสมผสาน การเกษตรแบบอินทรีย์ และแบบธรรมชาติเพื่อการใช้เอง และส่งออกบางส่วน ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ซึ่งนอกจากจะต้นทุนสูงต้องพึ่งพา ยังถูกครอบงำโดยบริษัทนายทุนข้ามชาติแล้วยังทำลายดิน ทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และทำลายสุขภาพของผู้บริโภคด้วย ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเกษตรแบบทางเลือกได้อยู่มาก เพียงแต่รัฐบาลต้องมีจินตนาการในเรื่องนี้ และต้องการจัดการทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ดี ช่วยให้เกษตรกรส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเกษตรกรขนาดเล็ก ให้มีทุนมีความรู้ มีการจัดองค์กร รู้จักบริหารจัดการที่ดี ทำให้ประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้น มีอาหารและพืชผลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตมากขึ้น

2. การพัฒนาอุตสาหกรรมการค้า บริการ ก็จำเป็น แต่ต้องรู้จักเลือก และกำกับแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสม ควรเน้นที่การผลิตสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และที่จะช่วยยกคุณภาพชีวิต เน้นการผลิตเพื่อตลาดภายใน (ซึ่งเรามีประชากรถึง 60 ล้านคน) ด้วย และส่งออกสินค้าเฉพาะที่เราถนัด ได้ประโยชน์เชื่อมโยงกับคนส่วนใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับการเกษตร ไม่ใช่มุ่งอุตสาหกรรมส่งออกสารพัดชนิดซึ่งหลายอย่างเพียงแต่สั่งเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ พลังงาน ฯลฯ มาประกอบในประเทศเพื่อส่งออกขาย ทำให้มีแต่จะเสียเปรียบ ขาดดุลชำระเงินมากขึ้น ถูกครอบงำจากต่างชาติมากขึ้น รวมทั้งทำลายสภาพแวดล้อมมากขึ้น รัฐควรหันมาส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดย่อม ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เป็นประโยชน์เชื่อมโยง และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

3. แนวนโยบายทั่วไปต้องเน้นที่การกระจายอำนาจการบริหาร และการปรับรื้อระบบการจัดการในทุกๆด้าน ทั้งการกระจายอำนาจและปรับรื้อระบบทางการปกครอง ทางด้านการคลัง การควบคุมจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และเศรษฐกิจด้านต่างๆ การจัดการทางการศึกษา สาธารณสุขและการพัฒนาทางสังคม ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทในการกำหนดชะตาชีวิตของพวกเขาเองมากขึ้น รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวัง เพื่อประโยชน์สูงสุดของส่วนรวมมากขึ้น การกระจายทรัพย์สินและรายได้ มีความเป็นธรรมมากขึ้น คนมีโอกาสได้รับการศึกษา มีงานทำอย่างทั่วถึง ทำให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เป็นธรรม สงบสุข ร่มเย็น และประชาชนมีชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้น

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
152 หน้า
ISBN 974-89872-7-2

+ +

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

One response to “การพัฒนาแบบยั่งยืน

  1. stemis

    มิถุนายน 22, 2009 at 5:44 pm

    ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: