RSS

ต้องสร้างวัฒนธรรมพลเมือง จึงจะสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้ได้

03 พ.ย.

สร้างประชาชนให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้และจิตสำนึก

การจะเปลี่ยนแปลงและสร้างประชาธิปไตยที่แท้ที่ประชาชนมีส่วนกำหนดเพื ่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ได้ ไม่ใช่แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูประบอบการเลือกตั้ง หากจะต้องป ฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดการกระจายทรัพย์สินและรายได้เป็นธรรม (ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ)และปฏิรูปการศึกษา / สื่อมวลชน / และการจัดตั้งกลุ่มองค์กรประชาชน เช่นสหภาพแรงงาน สหพันธ์เกษตรกร สมาคมวิชาชีพ สหกรณ์ฯลฯ ที่มีองค์ความรู้และอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น (ประชาธิปไตยทางสังคม) ควบคู่กันไปด้วย



การปฏิรูปจะต้องเริ่มต้นจากการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ / ความคิด ให้ประชาชนต ระหนักว่าเราต่างเป็นพลเมือง คือเลือกมาอยู่ในเมือง ยอมรับการปกครองของรัฐบาล เพราะเรามีสัญญาประชาคมร่วมกันกับผู้ปกครองว่า พลเมืองเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติสาธารณะ ทั้งรัฐวิสาหกิจ คลื่นความถี่ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ฯลฯ และเป็นผู้เสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อม (ผ่านการซื้อสินค้าต่าง ๆ) โดยได้มอบหมายให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้บริหารจัดการแทน เพื่อประโยชน์ของสมาชิกทั้งหมดในสังคม

ถ ้ารัฐบาลทำหน้าที่บริหารจัดการ/ปกครองทำไม่ได้ตามสัญญาประชาคม พลเมืองมีสิทธิเข้าชื่อยื่นถอดถอน ชุมนุมคัดค้าน และรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยสันติวิธี มีสิทธิดื้อแพ่งที่จะไม่เชื่อฟัง ไม่ร่วมมือกับรัฐบาลที่ทุจริตฉ้อฉลและใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างไม่ชอบธรรมได้

สอนให้พลเมืองเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจและเรียนรู้ประชาธิปไตยจากภาคปฏิบัติ

งบประมาณที่รัฐบาลใช้บริหารประเทศล้วนมาจากภาษีและรายได้จากการให้สั มปทาน / การหารายได้จากสาธารณสมบัติและรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นของประเทศชาติหรือของประชาชนร่วมกัน ประชาชนในฐานะพลเมือง จึงมีสิทธิที่จะได้รับบริการการศึกษา สาธารณสุข บริการด้านสาธารณะ และโครงการพัฒนาต่าง ๆ จากรัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

เมื่อเป็นสิทธิที่พลเมืองควรได้ พลเมืองจึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณหรือรู้สึกว่าเป็นผู้อยู่ภายใต้อุปถัมภ์ผู้ปกครองคนใดหรือพรรคใด น ักการเมืองและข้าราชการรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ ที่กินเงินเดือนและใช้ทรัพยากรจากภาษีประชาชน ต่างหากที่ควรจะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณของพลเมือง เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ที่จะต้องทำงานให้บริการอย่างซื่อตรงและมุ่งประโยชน ์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งพวกเขาและลูกหลานจะได้ประโยชน์ในระยะยาวด้วย

การจะช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องความเป็นพลเมืองผู้มีสิทธิมีศักดิ์ศรี ต้องส่งเสริมให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้จากภาคปฏิบัติในชีวิตจริงด้วย เช่น ในครอบครัว ควรเลี้ยงดูลูกอย่างเป็นประชาธิปไตยด้วยเหตุด้วยผล ส่งเสริมให้เด็กมีความภูมิใจในตัวเองและมีจิตสำนึกเป็นพลเมืองที่รักชาติเห็นแก่ส่วนรวมคิดตัดสินใจเป็น

ในสถาบันการศึกษา ครูอาจารย์ต้องเคารพสิทธินักเรียน นักศึกษา ส่งเสริมให้พวกเขาคิดตัดสินใจ จัดให้มีการเลือกหัวหน้าชั้น มีสภานักเรียน สภานักศึกษา สภาคณาจารย์ สมาคมผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาและสภามหาวิทยาลัยที่มีการเลือกสรรอย่างเป็นประชาธิปไตย มีตัวแทนนักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์และบุคคลากร ผู้ปกครองและผู้นำในชุมชนรวมอยู่ด้วย

การจะปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพได้ ควรแก้ไขกฎหมายและโครงสร้างการบริหารให้คณะกรรมการและผู้บริหารสถานศึกษามีส ิทธิอำนาจและบทบาทเพิ่มขึ้น และลดอำนาจรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาลง โดยควรให้เป็นเพียงผู้ประสานงาน ผู้ส่งเสริมมาตรฐานและการประกันคุณภาพมากกว่าผู้สั่งการจากบนลงล่าง

ในที่ทำงาน ควรบริหารงานแบบประชาธิปไตยที่พนักงานมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้พนักงานจัดตั้งสหภาพแรงงาน สหกรณ์ออมทรัพย์ และให้พนักงานมีตัวแทนเข้าร่วมในคณะกรรมการนโยบายและบริหารของบริษัทและองค์ กรต่าง ๆ

ในชุมชน ควรส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ สมาคมอาชีพ สภาชุมชนขนาดเล็กระดับหมู่บ้านหรือกลุ่มบ้านที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมประชุมถก ปัญหาและลงมติได้ (แบบของประเทศเวเนซุเอล่า) จะทำให้ประชาชนเรียนรู้ประชาธิปไตยระดับรากหญ้าได้ดีที่สุด ส่วนองค์กรปกครองท้องถิ่นระดับตำบลและจังหวัด ควรปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้งและการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหาร เช่นจัดให้มีการประชุมใหญ่ ที่เปิดให้คนทั้งชุมชนเข้ามาร่วมประชุมได้ทุก 3-6 เดือน เพื่อถกเถียงเรื่องงบประมาณ แนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆการตรวจสอบเรื่องการทุจริตฉ้อฉล การทำประชาพิจารณ์ และการลงประชามติในเรื่องที่สำคัญ รวมทั้งต้องให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อยื่นเรื่องให้กกต. จัดการออกเสียงลงประชามติถอดถอนผู้บริหารที่ส่อว่าทุจริตฉ้อฉล ร่ำรวยผิดปกติ ทำงานขัดต่อกฎระเบียบและจริยธรรมได้

ปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชนเพื่อสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ

การปฏิรูปการศึกษา / สื่อมวลชนอย่างได้ผลต้องปฏิรูปคุณภาพครูอาจารย์ และผู้ทำงานและการจัดการสื่อสารมวลชนอย่างขนานใหญ่ รณรงค์ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนรักการอ่าน การเรียนรู้ พัฒนาตนเอง คิด วิเคราะห์ในเชิงเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์เป็น เลิกเรียนแบบท่องจำและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารแบบด้านเดียว ที่ทำให้ประชาชนเชื่อตาม ๆ กันด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าด้วยเหตุผล

การศึกษาและสื่อมวลชนควรเน้นการพัฒนาความฉลาดทางด้านปัญญา ด้านอารมณ์ และด้านจิตสำนึกต่อส่วนรวม (จริยธรรม คุณธรรม) ควบคู่กันไป เน้นการทำให้เด็กเยาวชน ประชาชน มีค วามภูมิใจ มั่นใจในตัวเอง ภูมิใจในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของชุมชนและประเทศ มีวุฒิภาวะในการเข้าใจปัญหาและคิดหาทางแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ และลุ่มลึก เป็นเหตุเป็นผล วิเคราะห์ทั้งข้อดีและข้อเสียทั้ง 2 ด้านอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมในระยะยาว (แทนการสอนและการสอบแบบเน้นคะแนนและการแข่งขันเอาชนะคนอื่นเพื่อหาเงินให้ได ้มากที่สุดด้านเดียว)

ครูอาจารย์และสื่อมวลชนต้องเข้าใจและช่วยอธิบายต่อว่า ป ระชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องแค่เลือกผู้แทน แต่หมายถึงพลเมืองมีสิทธิ เสมอภาค เสรีภาพทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่จะได้ประโยชน์จากการบริหารบ้านเมืองและการใช้ทรัพยากรส่วนรวม การออกและบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ อย่างยุติธรรม และพลเมืองมีบทบาทในเรื่องที่เกี่ยวกับส่วนรวมได้ตลอดเวลา ทั้งวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะ คัดค้าน ประท้วง เสนอกฎหมายใหม่ ยื่นเรื่องถอดถอนผู้แทนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตหรือด้อยประสิทธิภาพ

ความตระหนักว่าส่วนรวมสำคัญกว่าส่วนตัว คือพลังสร้างสรรค์ที่สำคัญที่สุด

การที่ประเทศจะแข่งขันสู้ประเทศอื่นในทางเศรษฐกิจได้ เราต้องสร้างความสำนึกเรื่องความรักหมู่คณะ ความรักชาติ การทำงานร่วมกันเป็นทีม การทำงานเพื่อชุมชน เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง สังคมที่จะสร้างความรักชาติได้อย่างแท้จริงต ้องเป็นสังคมที่ยอมรับนับถือประชาชนพลเมืองเป็นส่วนสำคัญ ให้เขามีส่วนเป็นเจ้าของประเทศ และได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์และฐานะศักดิ์ศรีที่เป็นธรรม

ก ารจะสอนความรักชาติอย่างได้ผลต้องสอนประวัติศาสตร์สังคมที่ยกย่องยอมรับบทบา ทของประชาชนพลเมืองด้วย ไม่ใช่ยกย่องเฉพาะผู้นำระดับสูง ต้องส่งเสริมให้ประชาชนภูมิใจในความเป็นพลเมืองไทย และสามารถเข้าร่วมแสดงบทบาทเพื่อพัฒนาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น กระตุ้นให้คนรักชาติด้วยการขยันเรียน ขยันทำงานเพื่อช่วยพัฒนาชาติ นิยมใช้ของภายในประเทศมากกว่าของสั่งเข้าจากต่างประเทศ เสียภาษีอย่างตรงไปตรงมา ทำหน้าที่พลเมืองดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่ยากจนและด้อยโอกาส

การจะทำให้นักการเมือง / เจ้าหน้าที่รัฐเลิกหรือลดทุจริตฉ้อฉล ต้องปฏิรูปปปช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต) และกกต. รวมทั้งองค์กรอื่น ๆ ให้เข้มแข็งขึ้นอีกหลายเท่า นอกจากจะปฏิรูประบบการเมืองและระบบราชการแล้ว ต้องทำให้คนเกิดความรักชาติอย่างเข้าใจชัดเจนว่าการทุจริตฉ้อฉลเป็นการทำลายความเข้มแข็งและความมีประสิทธิภาพของคนและองค์กร ทำให้ประเทศไทยไปแข่งขันสู้คนอื่นเขาไม่ได้ และคนไทยทั้งหมดรวมทั้งลูกหลานจะอยู่รอดอย่างมีคุณภาพชีวิตไม่ได้ฯลฯ

การสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่เห็นแก่ส่วนรวมเพิ่มขึ้นอยู่กับ สร้างการศึกษาและวัฒนธรรมแบบใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนคิดวิเคราะห์เป็น มีความฉลาดและจิตสำนึกแบบพลเมืองที่เห็นว่าประโยชน์ส่วนรวมสำคัญกว่าประโยชน ์ส่วนตัว มีวัฒนธรรมที่ใจกว้าง รับฟัง/เคารพสิทธิเสรีภาพของคนส่วนน้อย และปัจเจกชนที่คิดแตกต่างแต่ไม่เป็นภัยต่อส่วนรวมด้วย ต่อเมื่อมีการสร้างพลเมืองให้มีความฉลาดและความเข้มแข็งเท่านั้น คนไทยจึงจะใช้ปัญญารวมหมู่ทำงานร่วมกันแบบแข่งขันกับประเทศอื่นๆและอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตและมีศักดิ์ศรีได้

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 16 ตุลาคม 2551 08:48 น.

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: