RSS

การเมืองใหม่ต้องการการค้นคว้าที่กว้างและลึกมากขึ้น

09 พ.ย.

ปัญหาวิกฤตการเมืองไทยมีสาเหตุลึก ๆ มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม (รวมทั้งเศรษฐกิจการเมือง) ที่มีความแตกต่างทางด้านอำนาจ ฐานะ รายได้ ความรู้ ระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างมาก ส่วนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพรรคพลังประชาชนและกลุ่มพันธมิตรฯเป็นเพียงอาก ารของโรคที่จะคงคลี่คลายไปทางใดทางหนึ่งใน 2-3 เดือนข้างหน้า(หรือเร็วกว่านั้นถ้าผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหลายกล้าเชิญทุกฝ ่ายร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศ)

แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่า คือการที่คนไทยทุกฝ่ายจะต้องระดมสมองคิดหาทางแก้ไขปัญหาที่สาเหตุที่แท้จริง แบบผ่าตัดปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างถอนรากถอนโคน ประเทศไทยถึงจะไปรอดแบบที่ประชาชนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตได้

กลุ่มพันธมิตรพยายามเสนอเรื่องการเมืองใหม่หลายเรื่อง เช่นเสนอให้ส.ส. ครึ่งหนึ่งมาจากกลุ่มอาชีพ เพื่อจะได้เป็นตัวแทนของประชาชนที่มีอาชีพหลากหลาย แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯบางคนเสนอว่าต้องสร้างระบบการศึกษาใหม่ เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอที่ดีกว่าการเมืองแบบเก่า แต่หลายเรื่องเป็นการเสนอแบบต่างคนต่างคิดเอง มีลักษณะเป็นอุดมคติลอย ๆ อยู่มาก ยังไม่เป็นเอกภาพและไม่ชัดเจนเป็นระบบ

การออกแบบสร้างการเมืองใหม่ เป็นเรื่องใหญ่ซับซ้อนที่ไม่อาจแก้ไขโดยสูตรหนึ่งสูตรใดในระยะสั้น ๆ ได้ นักวิชาการ นักวิชาชีพ ผู้นำชุมชน องค์กรประชาชนกลุ่มต่าง ๆ จะต้องช่วยกันระดมสมองศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง โดยถือข้อเสนอของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นความเห็นหนึ่ง แต่ต้องมองในแง่ความเป็นจริงว่า ถึงกลุ่มพันธมิตรฯจะทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าแผ่นดิน ต่อต้านรัฐบาลขี้โกงและใช้อำนาจในทางไม่ชอบอย่างได้ผลกว่าทุกกลุ่มในขณะนี้ ไม่ได้แปลว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะเสนอเรื่องการเมืองใหม่ได้ดีกว่าหรือมีความเป็นไปได้มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ

การเมืองใหม่ในความหมายของการปฏิรูปทั้งทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคม ให้เป็นประชาธิปไตย เป็นธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่แค่ต้องต่อสู้กับการเมืองเก่าแบบทักษิณเท่านั้น แต่ยังต ้องต่อสู้กับเศรษฐกิจสังคมรวมทั้งความคิดแบบเก่าที่มีอิทธิพลฝังรากลึกมาก เพราะชนชั้นนำทุกกลุ่มได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจ/สังคมเก่าด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มทักษิณเท่านั้น นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ประชาชนจะต้องเข้าใจ จะมองแบบอุดมคติลอย ๆ คงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาค้นคว้าและการระดมความคิดเห็นจากประชาชนที่ตื่นตัว/เห็นแก่ส่วนรวมอย่างกว้างขวางหลากหลาย ในบรรยากาศที่ส่งเสริมการใช้ข้อมูล องค์ความรู้ เหตุผล การเปิดใจกว้างรับฟังอย่างรอบด้าน การคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

หากนักวิชาการ นักวิชาชีพ นักพัฒนาองค์กรเอกชน องค์กรประชาชนฯลฯ ตื่นตัวเข้ามามีบทบาทในการศ ึกษาวิจัย เผยแพร่ความรู้ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิรูปโครงสร้างการเมืองเศรษฐกิจสังค ม จะเป็นการส่งเสริมงานที่กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังทำได้ดีกว่าที่กลุ่มพันธมิตรฯจะเหมางานทุกอย่าง โดยกลุ่มต่าง ๆ อาจจะร่วมมือหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร อภิปรายถกเถียงกัน เพื่อให้ได้แนวคิดที่รอบด้านที่ตระหนักถึงความเป็นจริงของสังคมไทย มีความเป็นไปได้ อย่างมีองค์ความรู้และอย่างเป็นระบบมากขึ้น

เรื่องการเมืองใหม่ไม่ใช่แค่การปฏิรูประบบเลือกตั้ง หากจะต้องปฏิรูปทั้งการเมืองเศรษฐกิจสังคมหลายเรื่องไปพร้อมกันอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ

1. การปฏิรูประบบการเมือง (รวมทั้งระบบกฎหมาย) เช่นปฏิรูปที่มาและสิทธิหน้าที่ของส.ส. ส.ว. รัฐบาล องค์กรอิสระ ตุลาการ เพื่อให้ได้ผู้แทนที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร คนงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย ซึ่งเป็นคนจนและเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง (ตัวอย่างเช่นการเลือกส.ส. จากตัวแทนของกลุ่มอาชีพ, การเลือกแบบผู้ชนะต้องคะแนน 50%, การเลือกแบบสัดส่วนตามบัญชีรายชื่อของพรรค การเลือกนายกรัฐมนตรีและทีมคณะรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อแยกฝ่ายบริหารจากฝ่ายนิติบัญญัติฯลฯ) มีการคานอำนาจนักการเมืองโดยองค์กรอิสระ ตุลาการ และองค์กรต่าง ๆ ซึ่งต้องปฏิรูปให้เป็นอิสระจริง มีองค์ความรู้และความกล้าหาญความเข้มแข็ง เช่นกกต. และปปช. ผู้มีบทบาทที่สำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และทำให้การเมืองโปร่งใส เป็นธรรมขึ้น

2. การปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชน เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กันไปเพราะถึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายใ ห้ดีอย่างไร นักธุรกิจการเมืองแบบเก่าก็จะหาทางแทรกเข้ามาได้ ถ้าประชาชนยังขาดการศึกษาข้อมูล ข่าวสารและจิตสำนึก ดังนั้นจึงต้องมีการรณรงค์ระดับชาติที่ต้องใหญ่มากกว่างานประจำของกระทรวงศึกษา เช่นมีคณะกรรมการระดับปกติเพื่อการปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชนเพื่อรณรงค์ให ้คนใฝ่รู้ รักการอ่าน คิดวิเคราะห์ โดยใช้เหตุผลและองค์ความรู้ มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เป็นพลเมืองที่ตื่นตัวมีบทบาททางการเมืองและสังคมมากขึ้น การกระจายการจัดการศึกษาและการจัดรายการวิทยุ โทรทัศน์สู่องค์กรท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาชน การปฏิรูปองค์กรคณะสงฆ์ การศึกษาและเผยแพร่ความรู้ด้านศาสนา และศิลปวัฒนธรรม

3. การให้ความรู้และจัดตั้งองค์กรประชาชน เช่นสหภาพแรงงาน (รวมทั้งสหภาพรัฐวิสาหกิจ, สหภาพครูอาจารย์ สหภาพข้าราชการ ทหาร ตำรวจฯลฯ) สมาคม, สหพันธ์เกษตรกร กลุ่ม, สมาคมอาชีพ สมาคมนักวิชาการ นักวิชาชีพ สหกรณ์ประเภทต่าง ๆ สมาคมและองค์กรด้านสิทธิเสรีภาพ ด้านศาสนา จริยธรรม ด้านสุขภาพอนามัย การปกป้องดูแลทรัพยากรและสภาพแวดล้อมฯลฯ เพื่อสร้างการเมืองและเศรษฐกิจภาคพลเมืองให้เข้มแข็งขึ้น

4. ปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เป็นระบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรม (ต่อต้านการผูกขาดตัดตอนและการค้ากำไรเกินควรจากผู้บริโภค) กับระบบสหกรณ์และรัฐสวัสดิการ โดยต้องส่งเสริมพัฒนาสหกรณ์ผู้ผลิต ผู้บริโภค สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์รูปแบบต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อให้สหกรณ์เข้าไปแข่งขันและค่อย ๆ เข้าแทนที่บริษัทธุรกิจธนาคารเอกชน และรัฐวิสาหกิจได้เพิ่มขึ้น นี่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่มีการจัดความสัมพันธ์เรื่องการถือครองปัจจัยการผลิตอย่างเป็นระบบ จะช่วยเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นเพียงปรัชญาหรือแนวคิดในเรื่องการผลิตการบริโภค (ไม่ใช่ตัวระบบเศรษฐกิจ) ให้เป็นจริงได้

รัฐต้องจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า และหารายได้จากสาธารณะสมบัติอย่างโปร่งใสมีประสิทธิภาพ เพื่อรัฐจะได้มีงบประมาณมาใช้พัฒนาการศึกษา สาธารณสุข รัฐสวัสดิการ และชุมชนสวัสดิการได้เพิ่มขึ้น นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจต้องเ น้นการพึ่งตนเอง การพึ่งแรงงาน ทรัพยากร เทคโนโลยีที่เหมาะสม และตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาการลงทุนและการค้ากับต่างประเทศแบบสุดโต่งมากเกินไปโดยไม่จำเป็น ลงมา กระจายการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมที่สมดุล เป็นธรรม ยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเน้นการเพิ่มความสุขประชาชาติ มากกว่าการเพิ่มของสินค้าและบริการ เศรษฐกิจไทยแบบใหม่นี้จะสามารถอยู่ได้แม้เศรษฐกิจสหรัฐหรือเศรษฐกิจทุนนิยมโลกจะถดถอยมีปัญหาสักแค่ไหนก็ตาม

5.ปฏิรูประบบราชการและองค์การบริหารท้องถิ่น ( รวมทั้งกฎหมาย โครงสร้างและวิธีการในการบริหาร) ให้ทำงานบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ลดอำนาจจากส่วนกลางลง กระจายอำนาจทรัพยากรและความรู้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ส่งเสริมการพัฒนาการบริหารท้องถิ่นจากระดับรากหญ้าแบบยืดหยุ่นคล่องตัวที่สา มารถทำงานอย่างได้ผลงานตามความพร้อมและความเหมาะสมของท้องถิ่น เช่นการจัดตั้งสภาชุมชนแบบให้การศึกษาและส่งเสริมประชาชนในกลุ่มบ้าน หมู่บ้านที่มีความพร้อม จะ 50-200 ครัวเรือนก็แล้วแต่ เป็นฝ่ายริเริ่มขอจดทะเบียนสภาชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งสมาชิกสามารถใช้ประชาธิปไตยทางตรงได้ดีกว่าอบต. ซึ่งใหญ่และตรวจสอบได้ยากเกินไป

สภาชุมชนแบบใหม่จะใช้วิธีทำงานแบบนัดให้สมาชิกทั้งหมดในชุมชนมาเข้าร ่วมประชุม เพื่อเลือกกรรมการพัฒนาชุมชนด้านต่าง ๆ การพิจารณาโครงการ งบประมาณและเรื่องสำคัญได้โดยตรง กรรมการและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยงานไม่มีเงินเดือน แต่รัฐจัดงบประมาณในการจัดประชุมตามสถานที่ที่พอมีอยู่แล้ว เช่นโรงเรียน วัด โดยไม่ต้องใช้งบก่อสร้างสถานที่และในการดำเนินงานตามโครงการต่าง ๆ ซึ่งอาจร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วสำหรับโค รงการที่ใหญ่กว่าระดับชุมชนได้ อาจจะมีเบี้ยเลี้ยงการประชุมหรือค่าตอบแทนให้กรรมการหรือผู้ประสานงานแล้วแต ่สภาชุมชนแต่ละแห่งจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และบริหารงบกันเอง ทางรัฐมีการจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อเป็นพี่เลี้ยง วางหลักเกณฑ์กว้าง ๆ กระจายทุนและตรวจสอบความโปร่งใสและประสิทธิภาพการทำงานของสภาชุมชน

ส่วนอบต., องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ รวมทั้งกทม. ก็ต้องหาทางปฏิรูปแก้ไขจุดอ่อนอย่างจริงจัง เพื่อให้มีการคัดเลือกคนและการทำงานได้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเพิ่มขึ้น ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น การเมืองของประเทศก็จะดีขึ้นด้วย

วิธีการ ที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปทั้ง 5 เรื่องนี้ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ภาคประชาชนจะต้องร่วมกันคิดร่วมกันผลักดันต่อสู้ต่อไป โดยการเผยแพร่ความรู้และการจัดตั้งประชาชนเป็นวิธีการที่สำคัญที่ทำได้หลายร ูปแบบไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะรูปแบบที่กลุ่มพันธมิตรฯทำอยู่เท่านั้น

(อ่านเพิ่มเติม วิทยากร เชียงกูล ปฏิวัติประชาธิปไตย เพื่อแก้ไขวิกฤติชาติ สายธาร 2551)

Advertisements
 

ป้ายกำกับ:

One response to “การเมืองใหม่ต้องการการค้นคว้าที่กว้างและลึกมากขึ้น

  1. นันทพร

    ธันวาคม 1, 2008 at 1:59 pm

    ขออนุญาตนำบทความนี้ไปตีพิมพ์ในวารสารสังคมพัฒนาค่ะ
    ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนา
    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: