RSS

learnativity และ 20 คำศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่น่ารู้จัก

16 พ.ย.


1. knowledge (based) economics (economy) เศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ที่ต้องพึ่งพาการบริหารจัดการความรู้ข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม มีคนทำงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านข้อมูลข่าวสารเป็นสัดส่วนสูงกว่าสาขาอุตสาหกรรมการผลิตและความรู้ว่าควรจะทำอย่างไร (know-how) เป็นทรัพยากรที่สำคัญกว่าทรัพยากรประเภททุนเครื่องจักรแบบเก่า ความหมายคล้ายกับ Digital Economy

2. kyoto protocal การประชุมเพื่อแก้ไขสนธิสัญญาระหว่างประเทศเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของประชาชนที่เมืองเกียวโต ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1990 ประเทศที่ลงนามในการประชุมตกลงครั้งนี้ 160 ประเทศ ให้สัตยาบรรณว่า จะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สอีก 5 ชนิด ที่ก่อให้ภาวะเรือนกระจก  โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 เช่น กำหนดให้ภายในปี ค.ศ.2008-2012 ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมต้องลดการปล่อยแก๊สที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกลงต่ำจากระดับทศวรรษ 1990 ลงเฉลี่ยราว 5% แต่บางประเทศ เช่น กลุ่มตลาดร่วมยุโรปต้องลดลง 8% ถ้าประเทศไหนทำไม่ได้ตามเป้า ต้องใช้วิธีจ่ายงบประมาณไปช่วยโครงการลดแก๊สที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกในประเทศอื่นทดแทน ประเทศที่เข้าประชุมแต่ไม่ได้ให้สัตยาบรรณ คือ สหรัฐฯ และ ออสเตรเลีย

3. lateral thinking การคิดแบบนอกลู่ การคิดที่ใช้วิธีแตกต่างไปจากวิธีการคิดแบบสูตรสำเร็จที่ใช้กันอยู่ โดยการสร้างความเชื่อมโยงที่อยู่นอกเส้นทางของกระบวนการคิดแบบใช้หลักตรรกวิทยา เพื่อที่จะหาทางแก้ปัญหาที่มองไม่เห็นทางออกโดยชัดเจน ศัพท์คำนี้แพร่หลายไปโดย เอ็ดวาร์ด เดอ โบโน ผู้เขียนหนังสือชื่อ lateral thinking และหนังสือเกี่ยวกับ “การคิด” เล่มอื่นๆ

4. learnativity ความสามารถที่จะเรียนรู้ได้ของคนเรา ความมีประสิทธิภาพของการทำงานของคนแต่ละคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาวิธีอย่างไร หากขึ้นอยู่กับการที่เราจะรู้จักผสมผสานความคิดสร้างสรรค์, ความยืดหยุ่น, และการเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดต่อเรื่องที่ตรงประเด็นให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีสำหรับคนแต่ละคนได้อย่างไรมากกว่า

5. least development countries กลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุด ที่จัดกลุ่มโดยสหประชาชาติ เพื่อหาทางช่วยเหลือให้มากกว่าประเทศกำลังพัฒนาโดยทั่วไป เช่น ผ่อนผันหรือยกหนี้ระหว่างประเทศให้

6. legitimation crisis วิกฤติความชอบธรรมในการปกครอง สถานการณ์ที่รัฐบาลไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนว่ามีสิทธิอำนาจหรือความชอบธรรมในการปกครองมากเพียงพอ เช่น การที่รัฐบาลได้รับการเลือกตั้งมาแบบที่ประชาชนคับข้องใจว่ามีการใช้อำนาจในการโกงการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลบริหารอย่างไม่โปร่งใส มีการโกง เล่นพรรคเล่นพวก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความแตกแยก และปัญหาอื่นๆในสังคมมาก  ประชาชนสนใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง ร่วมมือกับรัฐบาลหรือเชื่อฟังกฎหมายลดลง แหล่งที่มาของวิกฤติความชอบธรรมในการปกครองในประเทศกำลังพัฒนาส่วนหนึ่งจะมาจากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเปิดเสรีตามกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางชนชั้นทางสังคม และความยากจนในหมู่ประชาชนมากขึ้น

7. less developed country ประเทศพัฒนาน้อยกว่า ประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมน้อย และผลผลิตประชาชาติต่อหัวต่ำกว่าประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม

8. LETS ย่อมาจาก (local exchange trading system) ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการกันในชุมชนโดยใช้เงินตราท้องถิ่นหรือโดยการจดบัญชีเป็นหน่วยเงินไว้ แล้วมาหักบัญชีกันตอนสิ้นเดือน พัฒนาขึ้นในบางชุมชนในแคนาดา , ยุโรป, สหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบจากบริษัทใหญ่ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของรัฐบาลกลาง

9. liberation theology เทววิทยาแบบปลดปล่อย แนวคิดทางเทววิทยาของกลุ่มบาทหลวงคาทอลิกในอเมริกาใต้บางกลุ่ม ที่เข้าข้างประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนจนที่ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบ และมีทัศนะว่านักบวชต้องเข้าร่วมเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมร่วมกับประชาชนด้วย แนวคิดนี้แม้จะถูกประณามจากพระสันตปาปาและรัฐบาลของประเทศต่างๆ แต่ก็ยังคงดำรงอยู่ เนื่องจากในประเทศเหล่านั้นมีปัญหาความยากจนและการเอารัดเอาเปรียบมาก และบาทหลวงก็มักจะได้รับการศึกษาสูง ตลอดจนมีจิตสำนึกในการทำความดีเพื่อส่วนรวม จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บาทหลวงหลายคนจะต้องเลือกเข้าข้างประชาชน

10. lifegivity การรู้จักใช้ชีวิตที่ยืนยาวให้มีความหมาย ซึ่งใช้ในความหมายที่ดีกว่าคำว่า อายุยืน-LONGIVITY เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้คนที่สุขภาพดีมีโอกาสมีอายุยืนขึ้น ทำให้เกิดแนวคิดว่า คนสูงอายุควรจะต้องหาอะไรทำที่ช่วยให้มีชีวิตมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น แทนที่จะแค่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ เป็นการยืดอายุการตายออกไป (DEATH EXTENSION) ออกไปเท่านั้น

11. lifelong education การศึกษาตลอดชีวิต แนวคิดที่เสนอว่า การศึกษาไม่ใช่ความหมายเฉพาะการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนเท่านั้น เพราะคนเราต้องพบกับสภาพแวดล้อมใหม่ตลอดเวลา คนเราจึงต้องรู้วิธีที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือรัฐต้องส่งเสริมให้คนมีโอกาสค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถูกจำกัดในเรื่องอายุ

12. localisation การพยายามสร้างวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศในระบบตลาดโลก ที่เป็นการต่อต้านการครอบงำแบบโลกาภิวัตน์ของประเทศมหาอำนาจตะวันตกในระดับหนึ่ง

13. localism ท้องถิ่นนิยม ในความหมายทั่วไป หมายถึงแนวโน้มของกลุ่มท้องถิ่น (วัฒนธรรม, ประเทศ, ชุมชน) ที่เน้นความเป็นท้องถิ่นของตน มากกว่าที่จะยอมรับระบบโลกนิยม (Globalism) หรือสากลนิยม (Universalism) ในความหมายทางการเมือง หมายถึงแนวคิดทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับการเมือง สังคม วัฒนธรรม ค่านิยมของท้องถิ่น มากกว่าระบบโลกาภิวัตน์โดยบรรษัทขนาดใหญ่ซึ่งมักมุ่งทำลายล้างวัฒนธรรมท้องถิ่น

14. low-maintenance การดูแลรักษาสินค้าประเภทคงทนหรือกึ่งคงทนให้อยู่ในสภาพที่ดีได้โดยไม่ต้องใช้เวลาหรือค่าใช้จ่ายสูง เป็นแนวคิดที่สำคัญอันหนึ่งที่ผู้บริโภคควรคำนึงถึง นอกจากการเปรียบเทียบราคาสินค้าในตอนแรก เพราะผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าที่ราคาต่ำกว่า  แต่ถ้าต้องเสียค่าดูแลรักษาภายหลังสูงกว่า ก็อาจจะไม่คุ้มเท่าซื้อสินค้าที่ราคาสูงกว่า แต่ค่าดูแลรักษาต่ำกว่า

15. luddism ขบวนการต่อต้านปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรเพื่อการผลิตขนาดใหญ่ที่ทำลายอาชีพและวัฒนธรรมของช่างฝีมือ , ธุรกิจขนาดเล็กและชุมชนเลี้ยงตนเองได้แบบดั้งเดิม

16. macrobiotics อาหารแบบแม็กโครไบโอติกส์ (ชีวจิต) อาหารที่ได้แนวคิดจากหลักการเรื่องหยินหยางของจีน ศาสนาพุทธนิกายเซน เน้นเรื่องธัญพืชและผักที่บริสุทธิ์ ข้าวซ้อมมือ ปลา อาหารจากธรรมชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่สารเคมี และวิธีการปรุงที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ปรุงแต่น้อย ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติเพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารและป้องกันการเกิดสารที่เป็นพิษ มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ  ขับไล่สิ่งที่เป็นพิษออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และจิตใจผ่องใส ต่างจากพวกมังสวิรัติที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ คือ เน้นเรื่องสุขภาพมากกว่าเรื่องศีลธรรม

17. main stream economics เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก เศรษฐศาสตร์ตะวันตกแบบดั้งเดิมซึ่งสนใจเรื่องการทำงานของกลไกตลาดระบบราคา, ทฤษฎีเคนส์, ความสมดุล, การวิเคราะห์เรื่องหน่วยสุดท้าย (marginal) ประสิทธิภาพของเศรษฐศาสตร์จุลภาค และคติปัจเจกชนนิยม เศรษฐศาสตร์กระแสหลักสนใจแต่การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเ หมือนกับว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และเป็นสากล ไม่มีทางจะเป็นแบบอื่นไปได้อีกแล้ว เศรษฐศาสตร์กระแสหลักเป็นสำนักคิดหนึ่งที่ขัดแย้งกับสำนักคิดแบบเศรษฐศาสตร์ การเมือง  แต่คนที่ร่ำเรียนมาและ/หรือมีกรอบคิดและความเชื่อฝังอยู่กับเศรษฐศาสตร์กระแ สหลักอย่างแนบแน่น มักคิดว่าเศรษฐศาสตร์กระแสหลักคือเศรษฐศาสตร์ที่เป็นสากลเพียงอย่างเดียว และสำนักคิดอื่นไม่ใช่เศรษฐศาสตร์

18. management capitalism (organized capitalism) ทุนนิยมที่มีการจัดการ การพยายามปฏิรูประบบทุนนิยมในประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ เช่น สวีเดน ออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อลดผมเสียที่เกิดจากทุนนิยมแบบปล่อยเสรีเกินไป (laissez faire) และคติปัจเจกชนนิยม ผลเสียที่เกี่ยวโยงกับการเน้นเรื่องกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล กลไกตลาด แรงจูงใจให้การแสวงหากำไรของเอกชน การกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ลักษณะที่สำคัญของ managed capitalism มี 1) การโอนอุตสาหกรรมและบริษัทที่สำคัญเป็นของรัฐ 2) มีองค์กรบริหารสาธารณะที่มีลักษณะเป็นนักวิชาชีพและมีวินัยสูง 3) การควบคุมการผูกขาด 4) การเติบโตของชนชั้นที่เป็นผู้บริหารด้านเงินเดือนแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ 5) มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งและคนงานมีส่วนร่วมในการบริหารและถือหุ้นบริษัท 6) ยอมให้มีพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายและกลุ่มก้าวหน้าต่างๆ 7) มรการเก็บภาษีรายได้ในอัตราก้าวหน้า และมีโครงการรัฐสวัสดิการอย่างทั่วถึง 8) รัฐมีบทบาทในเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยเพิ่มขึ้น

19. mainutrition การขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาสุขภาพทางกาย โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดคือ ในกลุ่มเด็กยากจนของประเทศกำลังพัฒนา นอกจากจะเกิดปัญหาการกระจายทรัพย์สิน รายได้ และอาหารที่ไม่เป็นธรรมในประเทศต่างๆแล้ว ส่วนหนึ่งยังมาจากการที่ประชาชนขาดความรู้เรื่องโภชนาการ หรือถูกหลอกโดยระบบทุนนิยมเพื่อการบริโภคที่ขายสินค้าที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการให้กับแม่และเด็ก

20. market failures approach ข้อเสนอว่ารัฐบาลควรเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เมื่อระบบตลาดล้มเหลว ไม่สามารถก่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและการจัดสรรการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น มีคนนอกได้หรือเสียประโยชน์ (externalities), มีการผูกขาด, หรือมีความจำเป็นที่รัฐบาลควรให้เงินสนับสนุนจัดหาสินค้าที่มีประโยชน์และสิ นค้าและบริการที่จำเป็นให้กับประชาชนที่ยากจนหรืออยู่ห่างไกลกระจัดกระจายเป ็นกรณีพิเศษ ไม่ใช่ปล่อยไปตามกลไกตลาดแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา

21. mass education การศึกษาเพื่อมวลชน การจัดการศึกษาสมัยใหม่ที่มุ่งให้พลเมืองมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างหลากหลายทั่วถึงเท่าเทียมกัน ตามความสามารถ ความถนัด และการเลือกของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การศึกษาเพื่อชนชั้นนำอย่างในการจัดการศึกษาในสมัยแรกๆ ข้อดี คือ  ทำให้มีการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่คนส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น ข้อเสีย คือ ทำให้คุณภาพการศึกษาต่อลง  กลายเป็นการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ เพื่อส่งคนไปป้อนระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม มากกว่าสร้างพลเมืองที่เป็นปัญญาชนหรือมีการศึกษา มีความคิดอ่านเป็นตัวของตัวเอง

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อธิบายศัพท์สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, – – กรุงเทพฯ : สายธาร, 2550.
ISBN : 978-974-94365-7-8

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: