RSS

ทักษิณเรียลลิตี้โชว์”การขาดจริยธรรม”

21 พ.ย.

เป็นข่าวใหญ่ที่รับรู้กันทั่วแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินใ ห้จำคุก 2 ปี จากคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดาภิเษก

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการที่ภรรยานายกรัฐมนตรีเข้ายื่นประ มูลซื้อที่ดิน 33 ไร่ ตรงรัชดาภิเษกในราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนฟื้นฟูนั้นมีการดำเนินการอย่างขัดหลักจริยธรรมของคนเป็นนายกรัฐมนต รี


คำพิพากษาจึงได้ระบุว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายกรัฐมนตรี มีฐานะมั่งคั่ง เป็นบุคคลที่มีอำนาจ บารมี ทางการเมืองสูง การที่มีการประมูลราคาการขายที่ดินดังกล่าวจะได้ราคามากหรือได้น้อย ย่อมมีผลถึงสถานะทางการเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเง ิน ที่นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบอยู่ ขณะที่จำเลยที่ 2 เป็นภริยาและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป โดยก่อนมีการประมูลขายที่ดิน ก็ได้มีข่าวแพร่กระจายไปก่อนแล้วว่า ภริยานายกรัฐมนตรีจะร่วมประมูลราคาด้วย และอาจกล่าวได้ว่าค่านิยมของข้าราชการส่วนใหญ่ มักจำยอมต่อผู้มีอำนาจ

กระบวนการจัดการประมูลราคาครั้งที่ 2 ที่มีการกำหนดวงเงินมัดจำขั้นต่ำสูงถึง 100 ล้านบาท ทำให้สามารถกันผู้เข้าประมูลให้น้อยลง จึงมีผู้เสนอราคาเพียง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โนเบิล เดเวอร์ล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 เสนอราคาสูงสุด แต่ยังต่ำว่าราคาขั้นต่ำที่เคยกำหนดไว้ในการประมูลครั้งแรก

ศาลจึงพิเคราะห์ว่า ผู้ร่วมประมูลทั้ง 2 รายรู้ว่ากำลังเสนอราคาแข่งกับจำเลยที่ 2 ซึ่งผู้ประมูลทั้ง 2 รายรู้ดีว่า ไม่สมควรชนะการประมูลครั้งนี้ จำเลยที่ 2 จึงชนะการประมูล จึงเป็นที่เห็นว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไม่สามารถข ายที่ดินทั้ง 4 แปลงได้ประโยชน์เท่าที่ควร จึงถือเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมโดยชัดเจน ซึ่งต้องห้ามไม่กระทำตามมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542

คำพิพากษาระบุว่าคุณหญิงพจมานซึ่งเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดิน จึงถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 100 วรรค 3

ที่น่าสนใจมากคือความเห็นในช่วงท้ายของคำพิพากษาระบุว่า

ข ณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินเพื่อป ระโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและประชาชนแต่จำเลยที่ 1 กลับฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายทั้งที่จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องกระทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ประพฤติตนในสิ่งที่ดีงามตามจริยธร รมของนักการเมืองให้เหมาะสมกับที่ได้รับการไว้วางใจในตำแหน่งหน้าที่อันสำคั ญยิ่ง จึงไม่สมควรรอการลงโทษ และพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100(1) วรรคสาม และมาตรา 122 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนความผิดฐานอื่นและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

นั่นเป็นตัวอย่างที่ดีของความไม่ดีของผู้นำในระบอบทักษิณ

ที่มา นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์ | บทความ
บทความ ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: