RSS

สังคมต้องการความรัก … ไม่ต้องการความแตกแยก

03 ม.ค.

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

มนุษย์เราถูกสร้างมาอย่างดีให้มีความแตกต่าง ดังอวัยวะของกายเดียวกัน ความแตกต่างไม่ควรเป็นเหตุแห่งความแตกแยก “ความรัก” ระหว่างมนุษย์จึงมีความสำคัญ และ “พระเจ้า” ผู้ยิ่งใหญ่ จึงเป็น “ความรัก” ที่จะผูกโยงอวัยวะที่ต่างกัน ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในร่างกายเดียวกัน

.. ในความรัก ผู้คนจะไม่เห็นแก่ตัว แต่จะเห็นแก่กันและกัน

.. ผู้ที่มีความรัก จะไม่โกงเอาประโยชน์ของคนอื่น หรือประโยชน์ของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว

สังคมที่จะให้ผู้คนอยู่กันด้วยความรัก จึงจะต้องป้องกันไม่ให้มีใครเอาเปรียบคนอื่นได้ จะได้อยู่ด้วยกันได้อย่างสันติด้วยความรัก

เพราะหากยังมีใคร สามารถเอาสมบัติคนอื่นๆมาเป็นของตัวได้ตลอดเวลา สังคมก็ยากจะสงบสุข และยากที่จะรักษาความดีและความรักในแผ่นดินได้อีกต่อไป

ในความขัดแย้งของสังคม ไทยยามได้รู้ความในการมองสังคมมากว่า 30 ปี ไม่เคยเห็นความพยายามที่จะสร้างความผิด ให้เป็นความถูก มีความผิดทางคดีความ แต่พยายามโกหกว่า “เป็นเรื่องปัญหาการเมือง ที่จะต้องแก้ด้วยการเมือง” หรือ “พวกที่กล่าวหา เป็นพวกอิจฉา เป็นพวกเกลียดเรา”

ไทยยามตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน ถูก “มารซาตาน” ทำให้สังคมถูกแบ่งแยก เป็น ข้างเหลือง-ข้างแดง “มารซาตาน” หลอกให้ประชาชนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกโดนหลอกให้เชื่อว่า รักอดีตผู้นำ กลุ่มที่ 2 โดนหลอกว่าเป็นพวกเกลียดผู้นำ และกลุ่มที่ 3 โดนหลอกว่า เป็นเรื่องของคน 2 กลุ่มทะเลาะกัน น่าเบื่อมาก เมื่อไรจะจบสักที

กลุ่มแรกโดนหลอกว่า พวก “รัก” กลุ่มที่สองก็โดนหลอกว่าเป็นพวก “เกลียด” กลุ่มที่สามก็โดนหลอกว่า อยู่ตรงกลาง ไม่ชอบ 2 กลุ่มที่ทะเลาะกัน โดย “คนๆเดียว”

เมื่อเขาทำสำเร็จ สังคมจะได้สับสน ไม่มานั่งดูหลักฐาน ไม่ต้องหาหลักฐานมาชี้แจง (เพราะอาจจะหาไม่ได้) ไทยยามรู้สึกเหลือเชื่อจริงๆว่า คนๆหนึ่งจะเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ ก้มหัวกับมารซาตาน ใช้หลักการ “ความเกลียดชัง” สร้าง “ความแตกแยก” ในหมู่ประชาชน ไม่สนใจที่ทำให้คนไทยเครียด เพราะไม่มีใครมีความสุขในสังคมที่แตกความสามัคคี เพียงเพราะตนเองไม่พร้อมและไม่กล้าพอที่จะชี้แจงคดีความของตนเอง

เพื่อเอาตัวรอด คนในชาติจะทะเลาะกันก็ไม่เป็นไร ? จึงได้จัดงาน “ความจริง (ส่วนเดียว เท็จหลายส่วน) วันนี้” ยุยงคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งให้จมมืดอยู่ในความเท็จ

เพื่อเอาตัวรอด ชาติจะถูกดูถูกก็ไม่เป็นไร ? จึงได้ทำจดหมายแจ้งผ่านสื่อมวลชนทั่วโลกว่า เรื่องของตนเป็นปัญหาการเมือง ตนไม่มีความผิด แต่ที่ผิดเพราะได้รับคะแนนนิยมสูง ทำให้ชาวโลกดูถูกกระบวนการยุติธรรมของบ้านพ่อเมืองแม่ เพียงเพราะต้องการเอาตัวรอดเท่านั้น !!

โดยที่ท่านยังมีพฤติกรรมเดิม คือ “ต้องพูดคนเดียว” ไม่เคยตอบกระทู้ในสภา ยุบสภาหนีการอภิปราย ไม่ตอบศาล ไม่ดีเบต หลังกลบเกลื่อนคดีทุจริตมากมาย ไร้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย และ ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงจริงๆ

ล่าสุด เมื่อท่านถูกประเทศอังกฤษเพิกถอนวีซา ท่านกลับกล่าวข่มขู่ว่า ท่านจะโฟนอินเข้ามา “พูดคนเดียว” กับฐานเสียงของตัวเองอย่างปิดกั้น การ “พูดคนเดียว” กลัวคนรู้ทันจับโกหกได้ของท่านนี่น่ากลัวจริงๆ!!

ไม่น่าเชื่อว่า คนๆเดียว จะกล้ายุยงคนให้ไม่ฟังความครบด้าน และกระตุ้นให้มาปกป้องตนเอง และบาปพอที่จะยอมเห็นคนไทยทะเลาะกัน จนอาจทำร้ายกัน และเริ่มมีคนไทยใจบริสุทธิ์หลายคนต้องทยอยเสียชีวิต

โดยท่านไม่หาหลักฐานใดๆมาโต้แย้งข้อกล่าวหา ในแต่ละกรณี

เช่น ในคดี (1) ภรรยาหนีภาษีโอนหุ้นจากคนรับใช้ ให้พี่ภรรยา หลักฐานมากมายประเภท (1.1) หากให้หุ้นจริง พี่ภรรยาจะต้องเสียภาษี และนอกจากกรณีเหล่านี้ที่อาจอ้างว่าเป็นของขวัญหลาน (เพียง 700 กว่าล้านบาทเท่านั้น ! และมีกรณีอื่นอีกหรือไม่ที่ภรรยาจ่ายเงินค่าหุ้นแทนพี่ภรรยา ? ) (1.2) จึงได้จัดอุบายเป็นพี่ภรรยา ซื้อหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์จากคนรับใช้ (1.3) ใช้เงินภรรยาจ่ายโบรกเกอร์ค่าซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (1.4) เงินที่ได้รับในบัญชีคนรับใช้เข้าบัญชีภรรยา เมื่อแปลงการโอนหุ้นให้ กลายเป็นการขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เป็นรายการปลอมเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีใช่หรือไม่ ?

และคดี (2) ภรรยาซื้อที่ดินรัชดาจากหน่วยงานรัฐ (2.1) มีกฎหมาย ปปช. อยู่แล้วห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าทำรายการกับภาครัฐอันเป็นเหตุให้เกิดความขัดกันของประโยชน์ได้ (2.2) ท่านเป็นสามีภรรยากันจริง ตามกฎหมาย ซึ่งการกระทำของคู่สมรสย่อมเป็นของบุคคลเดียวกันตามกฎหมาย (2.3) มีการประมูลรอบแรก ซึ่งมีราคากลาง 870 ล้านบาท (2.4) ผู้ประมูลต้องวางมัดจำการประมูล 10 ล้านบาท มีผู้วางมัดจำแล้ว 3 รายแต่ไม่มีใครยื่นประมูลเลย โดยไม่ทราบเหตุผล (2.5) จึงมีการจัดประมูลใหม่ โดยตัดพื้นที่บางส่วนเป็นส่วนสาธารณะ (น่าจะมีถนนด้วย) แต่ครั้งใหม่ ไม่มีราคากลาง จึงน่าสนใจมากขึ้น (2.6) กำหนดให้วางมัดจำเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท (2.7) หลังจากภรรยาเป็นเจ้าของ มีการเปลี่ยนเงื่อนไขเรื่องข้อจำกัดความสูงของอาคาร เป็นลักษณะการทำรายการที่มีความขัดแย้งกันของประโยชน์ของรัฐ (อยากขายได้ราคาสูง) และ ของภรรยา (อยากได้ต้นทุนต่ำ) ใช่หรือไม่ ?

ไทยยามเป็นคนหนึ่งที่ไม่นิยมการโกง การทำผิด และการเอาเปรียบประชาชน แต่ไทยยามยืนยันว่า ว ันใดที่ท่านอธิบายโต้แย้ง “หลักฐาน” และ “ความจริง” เหล่านี้ ได้ด้วย “ความจริง” ไทยยามจะดีใจเป็นที่สุดว่าบ้านเมืองจะพ้นปัญหาเสียที แต่ก็ไม่เคยเห็นท่านตอบปัญหาเหล่านี้สักที

ในสังคมประชาธิปไตย “ความแตกต่าง” เป็นเรื่องธรรมดา และไม่ควรนำไปสู่ “ความแตกแยก” จึงต้องประกอบไปด้วย “ความรัก” “ความซื่อสัตย์สุจริต” และ “สัจธรรม-ความจริง” ซึ่งจะทำให้สังคมที่เราทุกคนที่ต่างกัน ดังอวัยวะในกายเดียวกัน อุดมไปด้วยความรักสามัคคี ความดี ความสัตย์ซื่อ สัจธรรมความจริง อันเป็นผลให้มีความสุข และความเจริญยั่งยืนตลอดไปครับ

 

ป้ายกำกับ: , ,

5 responses to “สังคมต้องการความรัก … ไม่ต้องการความแตกแยก

  1. aboutetc

    มกราคม 8, 2009 at 12:04 am

    มือใหม่ค่ะ จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆ

     
  2. ปนัดดา

    กุมภาพันธ์ 22, 2009 at 9:08 am

    สังคมไม่ควร

    แตกแยกกัน

    น่าจะให้ความรักแก่กัน

    นะ

     
  3. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    กุมภาพันธ์ 23, 2009 at 2:01 pm

    ใช่ค่ะสังคมไม่ควรแตกแยกกันโดยเฉพาะความรักความสามัคคีัของพี่น้องไทยทุกคน ..เพราะเราไม่มีความรู้สึกเหล่านี้จึงทำให้เกิดเหตุการณฺวุ่นวายในสังคมอย่างไม่จบสิ้น

     
  4. ดูหนังออนไลน์

    มกราคม 20, 2012 at 4:19 pm

    สู้กันต่อไป

     
  5. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    มกราคม 23, 2012 at 3:11 pm

    ขอบคุณที่สนใจค่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: