RSS

คิดเป็น คิดอย่างอิสระ คิดอย่างถูกต้อง

17 ม.ค.

การคิดนำไปสู่การกระทำที่อาจสร้างปัญหาหรือแก้ปัญหา

การจะแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเศรษฐกิจการเมืองและหาทางออกสร้างการเมื องและเศรษฐกิจใหม่ให้สังคมไทยเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนได้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องส่งเสริมให้คนคิดเป็น คิดอย่างอิสระ และคิดอย่างถูกต้อง การศึกษาแบบจดจำตำรา เลียนแบบประเทศหรือผู้นำที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่วิธีที่เราจะพัฒนาตัวเองแล ะพัฒนาประเทศให้เป็นแบบเดียวกับพวกเขาได้ เราต้องเรียนรู้ วิเคราะห์ สรุปบทเรียนและเลือกสรรความรู้ / ประสบการณ์ของคนอื่นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของเราแต่ละคน และของประเทศไทยอย่างเป็นตัวของเราเอง

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่การเรียนความรู้ทางเทคนิคเฉพาะทาง หากจะต้องศึกษาเรียนรู้จักตัวเองและชุมชน รู้จักวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองทั้งของประเทศไทยและของโลก เพื่อสร้างความรู้ใหม่สำหรับตัวเราเอง การที่จะทำเช่นนี้ได้ เราต้องเปิดใจกว้างที่จะเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ คิดอย่างอิสระ และคิดอย่างถูกต้อง

ก ารเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้อ่านจากหนังสือของผู้เขียนเรื่อง “การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ” (สำนักพิมพ์สายธาร, 2549) ซึ่งจะรวมทั้งการเรียนรู้แบบคิดวิเคราะห์ ประยุกต์ใช้เป็นด้วย

การคิดอย่างอิสระ ห มายถึง การกล้าคิดตั้งคำถามต่อทุกเรื่อง กล้าคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล มีหลักฐานข้อมูลยืนยันที่สรุปได้หรือน่าเชื่อถือได้ แต่การคิดอย่างเป็นอิสระหรือคิดอย่างเสรีอย่างเดียว อาจจะนำไปสู่ความคิดปัจเจกชนแบบแปลก ๆ แหวกแนว ที่อาจจะไม่ถูกต้อง ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ชุมชนประเทศและโลก ต้องรู้จักการคิดอย่างถูกต้องด้วย

โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกที่ยังมีสงครามและความรุนแรงระหว่างคนกลุ่มต่า ง ๆ อยู่ทุกวัน โดยคน 2 ฝ่ายที่ต่างคนต่างคิดว่าตัวคิดถูก อีกฝ่ายคิดผิด การจะคิดให้ถูกต้องจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในโลกที่ศาสดา นักปรัชญา นักวิชาการแขนงต่าง ๆ พยายามหาตอบกันมาหลายพันปี และทุกวันนี้ก็ยังหากันอยู่

การคิดอย่างถูกต้อง น่าจะมีแนวทางดังนี้

1. คิดอย่างใช้เหตุผล มากกว่าใช้อารมณ์หรือความศรัทธา คิดแบบนักเสรีนิยมที่ใจกว้าง มากกว่าคิดแบบพวกหัวเก่าจารีตนิยม (ไม่ยอมรับฟังของใหม่) หรือเอาตัวเองเป็นหลักโดยไม่ฟังคนอื่น

2. คิดอย่างพยายามทำตัวให้เป็นกลางแบบภววิสัย (objective) ตัดหรือลดอคติที่จะเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดด้วยอารมณ์หรือศรัทธา พยายามที่จะไม่คิดแบบปกป้องอัตตา (ความเป็นตัวกูของกู) ปกป้องประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง ปกป้องความเป็นชาตินิยม ศาสนานิยม, ท้องถิ่น, วัฒนธรรมนิยม อย่างคับแคบ ไม่พยายามเข้าใจคนอื่น เห็นใจคนอื่น

3. คิดอย่างพยายามคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในระยะยาว (คิดเพื่ออนาคตลูกหลานและคนรุ่นหลัง) มากกว่าผลประโยชน์ของตัวเราหรือกลุ่มเราในปัจจุบัน

4. คิดอย่างพยายามให้ประสานกลมกลืนกับโลกธรรมชาติและสภาพแวดล้อม รวมทั้งธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมที่อยากร่วมมือกันและอยู่ด้วยกันแบบรวมหมู่ มากกว่าที่จะคิดแบบเอาชนะธรรมชาติและเอาชนะคนอื่นแบบเห็นแก่ได้ส่วนตัวระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบในทางลบต่อส่วนรวมในระยะยาว

5. คิดแบบสร้างสรรค์ แบบแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใ ห้ทุกฝ่ายมีโอกาสชนะร่วมกัน (win-win, non zero sum game) มากกว่าคิดแบบมุ่งทำลายล้างหรือมองทุกคนเป็นคู่แข่ง ที่ต้องเอาชนะแบบคนชนะได้ทุกอย่าง คนแพ้เสียทุกอย่าง

6. คิดแบบรอบด้าน อย่างพยายามให้ครอบคลุมและให้ใกล้เคียงสภาพความเป็นจริงที่สุด เช่น มองทั้งด้านบวกและด้านลบ มองปัญหาในมิติต่าง ๆ แบบเชื่อมโยงเป็นระบบองค์รวม ไม่คิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่งประเภทไม่ใช่ขาว ก็ต้องเป็นดำ ถ้าใครคิดต่างจากเราหรือไม่เข้าข้างเรา ก็ถือเป็นศัตรู ไม่ด่วนสรุปอย่างง่าย ๆ

จะพัฒนาประเทศเพื่อความทุกข์หรือเพื่อความสุข

ยกตัวอย่าง วิธีคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมมนุษย์เมื่อตอนเกิดการปฏิวัติอุตสาหก รรม ในยุโรปเมื่อ 300 ปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่คิดว่านี่คือความเจริญก้าวหน้าครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ ต่อไปมนุษย์ทั่วโลกจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำนักคิดทุนนิยม เชื่อว่ากลไกตลาดของการแข่งขันเสรี จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในการผลิตและการค้า ทำให้ต้นทุนลด ราคาสินค้าลด คนจะมีงานทำ มีรายได้จับจ่ายใช้สอยกันเพิ่มขึ้น

แต่ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลกที่เป็นจริงเป็นการแข่งขันในตลาดผูกขาดหรื อค่อนข้างผูกขาดแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา นายทุนใหญ่ได้เปรียบ คนงานและผู้บริโภคเสียเปรียบ ความมั่งคั่งสะสมในมือคนส่วนน้อย เกิดความไม่สมดุล, ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง, ความขัดแย้ง เกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อ เกิดปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมมากมาย

ข้อบกพร่องของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมก่อให้เกิดสำนักคิดสังคมนิยมข ึ้นมาต่อต้านแนวการพัฒนาแบบทุนนิยม และหลายประเทศเช่นโซเวียตรุสเซีย ยุโรปตะวันออก จีน คิวบา เวียดนามฯลฯ ปฏิวัติสำเร็จ เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจทุนนิยมไปเป็นสังคมนิยม พวกเขาสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตได้เร็วขึ้น และกระจายรายได้ การศึกษาสาธารณสุขและอื่น ๆ ให้เป็นธรรมพอสมควร เมื่อเทียบกับประเทศที่มีระดับการกำลังพัฒนาใกล้เคียงกันที่เลือกแนวทางพัฒน าแบบทุนนิยม

แต่ทั้ง 2 สำนักคิดนี้ต่างก็เชื่อในเรื่องความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ หรือทางวัตถุเหมือนกัน เพียงแต่ใช้วิธีการบริหารจัดการต่างกัน ท ั้ง 2 สำนักไม่ได้สนใจเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คำนึงอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพ แวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต วัฒนธรรม ความผาสุกทางจิตใจ เท่ากับอัตราการเจริญเติบโตของภาคผลิตสินค้าและบริการ เป็นผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจของทั้ง 2 ค่ายซึ่งภายหลังจากสหภาพรุสเซียและประเทศสังคมนิยมอื่นเปลี่ยนมาเป็นทุนนิยม หรือทุนนิยมโดยรัฐ พวกเขาก็มีส่วนร่วมในการสร้างปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุลให้ประชาชนทั่วโลกเพิ ่มขึ้น ทั้งเกิดสงครามความรุนแรง ความยากจน อาชญากรรม ทั้งเพิ่มมลภาวะทำให้โลกร้อนและมีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติที่รุนแรง

ทางเลือกอื่นมี แต่คุณต้องรู้จักคิด

รัฐบาลและประชาชนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อเพิ ่มผลผลิตตามแนวอุตสาหกรรมการผลิตขนานใหญ่เป็นแนวคิดที่ถูกต้อง พรรคการเมืองพรรคใหญ่ทุกพรรคของไทย (รวมทั้งประชาธิปัตย์) คิดเรื่องแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเดียวกับพรรคไทยรักไทย เพราะคนส่วนใหญ่จะคิดแบบหัวเก่าจารีตนิยม คิดตามกัน ๆ คิดตามชนชั้นสูงและความพอใจส่วนตัวที่ได้ประโยชน์ระยะสั้นจากการเติบโตทางเศ รษฐกิจ หรือตามกระแสความคิดหลักของคนอื่น ๆ ไม่คิดวิเคราะห์อะไรที่ใหม่แตกต่างออกไป คนส่วนใหญ่ที่มักคิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง พลอยคิดว่าในเมื่อประเทศสังคมนิยมใหญ่ ๆ เปลี่ยนไปแล้วก็คงเหลือแต่ทุนนิยม เป็นแนวทางพัฒนาที่ถูกต้องทางเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น

แต่ถ้าเราได้คิดให้กว้าง คิดอย่างอิสระ คิดให้ถูกต้อง เราจะพบว่าการพัฒนาทุนนิยมผูกขาดในโลกปัจจุบันคือตัวการสร้างปัญหาวิกฤติของ โลกในหลายด้าน ต้องการแก้ไขเชิงปฏิรูประบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและการพัฒนาที่สมดุลอยู่มาก รวมทั้งหนทางการพัฒนายังมีทางเลือกอื่น ที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกทุนนิยมล้วน ๆ หรือสังคมนิยมล้วน ๆ

เราอาจจะเลือกส่วนที่ดีของ 2 ระบบนี้ เช่นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และมีประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจแบบตลาด มาผสมกับการทำให้กรรมสิทธิปัจจัยการผลิตเป็นของชุมชน การเก็บภาษีและจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความเป็นธรรมฯลฯ ของระบบสังคมนิยม มาผสมกัน เป็นส ังคมนิยมประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยสังคม ระบบรัฐสวัสดิการ ระบบสหกรณ์ ระบบบริษัทที่พนักงานและประชาชนชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกันได้ รวมทั้งควรเสริมด้วยแนวทางพัฒนาที่เน้นการรักษาระบบนิเวศหรืออนุรักษ์ธรรมชาติสภาพแวดล้อม แนวทางพัฒนาที่เ น้นเศรษฐกิจพอเพียงหรือพึ่งตนเองเป็นหลัก แนวทางการพัฒนาแบบชาวพุทธ การเพิ่มความสุขประชาชาติมากกว่าการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ การพัฒนาเพื่อความเป็นมนุษย์ คุณภาพชีวิตที่ดีของคนส่วนใหญ่ มากกว่าเติบโตของสินค้าและการบริการและการบริโภคเกินความจำเป็น การพัฒนาตามแนวทางทางเลือกใหม่นี้จะปกป้องความสมดุลของธรรมชาติและสภาพแวดล้ อม ความสมดุลของชีวิต ชุมชนและประเทศ ได้ดีกว่าระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดอย่างเห็นได้ชัด

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 20 พฤศจิกายน 2551 11:06 น.

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: