RSS

สำคัญกว่ากลไกแก้ขัดแย้ง คือ “สำนึกร่วม”ผลประโยชน์ชาติ

24 ม.ค.

การทำงานของหน่วยงานภาครัฐหลายองค์กร ค่อนข้างจะได้รับอิทธพล ทฤษฎี “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ของ นพ.ประเวศ วะสี ที่เชื่อในพลังการเคลื่อนของ 3 ขั้วมุมคือ “ภาคการเมือง ภาคสังคม และภาคสื่อ”ว่าสามารถทำ “งานใหญ่” ที่เคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ให้สามารถเป็นไปได้

บทเรียนที่ผ่านในช่วงทศวรรษนี้ สังคมได้เคลื่อนตัวไปสู่จุดที่นักวิชาการเรียกว่า “สังคมพหุนิยม”นั่นคือ การเกิดขึ้นของกลุ่มที่หลากหลายและมีความแตกต่างกันของผลประโยชน์ ดังนั้นแนวคิดแบบ Zero Sum Game ที่ “ผู้ชนะได้หมด” นั้นไม่สามารถดำรงอยู่ได้

ประเด็นก็คือ มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการสร้างเวทีต่อรองผลประโยชน์เพื่อให้เกิดดุลของ การจัดสรรทรัพยากรที่นับวันยิ่งมีอยู่อย่างจำกัด

อดีตที่ผ่านมานั้น การแย่งชิงทรัพยากรอาจจบด้วยโศกนาฏกรรมของสังคมชนบท แต่ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง

ขณะที่ประเทศก็ไม่สามารถหยุดนิ่งการขับเคลื่อนท่ามกลางกระแสการพัฒนา การหาเวทีให้กลุ่มผลประโยชน์ที่หลากหลายได้ใช้ต่อรองจึงเลี่ยงไม่พ้น

สำหรับโครงการพัฒนานักลงทุนและภาครัฐ มีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติและบวกรวมเป็นต้นทุนการดำเนินโครงการ นั่นก็คือ การเพิ่มต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน

กระบวนการนี้มีกลไกรองรับคือ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือเรียกสั้นๆว่า อีไอเอ.มีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (สผ.) รับผิดชอบกำกับดูแล

ประเทศไทยเริ่มนำเข้ากระบวนการอีไอเอ.มาใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ.2515 โดยระยะแรกจำกัดการบังคับใช้กับโครงการของรัฐต่อมาปี พ.ศ.2535 ขยายบังคับประเภทและขนาดของโครงการถึง 22 ประเภท และระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่ามาโครงการพัฒนาได้รับความเห็นชอบในรายงาน อีไอเอ.มากกว่า 3,500 โครงการ

แต่ด้วยโครงสร้างและกระบวนการแบบเดิมทำให้อีไอเอ.ไม่ได้รับการยอมรับ เพราะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นต่อเนื่อง การจัดทำรายงานไม่ครอบคลุมจนในที่สุดทำไปสู่การมองอีไอเอ.ด้วยทัศนคติด้านลบ

สผ.จึงถูกมองว่าเป็นหน่วยงาน “ตรายาง”ในการให้ความชอบธรรมกับการที่รัฐ-เอกชนเข้าไปแย่งชิงทรัพยากรของชนบ ทเพื่อป้อนเข้าสู่เมืองภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “การพัฒนา”

ว่ากันว่า ปัญหานี้ครอบคลุมทั้งระบบบริหารจัดการในส่วนของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาโครงการ ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการ รวมทั้งและบริษัทที่ปรึกษา เมื่อผสมโรงกับจำนวนโครงการที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีไอเอมีมากขึ้น จากปี พ.ศ.2546 มีเพียง 574 โครงการ แต่พอปี 2551 มีโครงการที่จะต้องพิจารณาถึง 1,097 โครงการ ในขณะที่ สผ. มีเจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบเพียง 65 คน

ความเคลื่อนไหวของ สผ.โดยเปลี่ยนระบบคิด นำ “Steak Holder” โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา และภาคประชาคม อย่างนักวิชาการตามมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการอีไอเอ.จึงเป็นคว ามเคลื่อนไหวที่มีนัยยะสำคัญ

การยกเครื่อง อีไอเอ. ที่ระบุว่า ดำเนินการภายใต้ หลัก 4 พ. คือ เพิ่มคุณภาพ เพิ่มความเร็ว เพิ่มความโปร่งใส และเพิ่มความรับผิดชอบนั้น โดยรวมแล้วก็มีปรัชญาพื้นฐานคือ การสร้างการยอมรับจากทุกภาคส่วนในกระบวนการจัดทำอีไอเอ.

ถ้าฟังจากนายชาตรี ช่วยประสิทธิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกถึงขั้นว่า คณะกรรมการผู้ชำนาญการ จะมีการเพิ่มสัดส่วนของ Steak Holder คือผู้แทนจากภาคประชาชนเข้าร่วมด้วย

หรือกระทั่งนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง เลขาธิการ สผ. บอกว่า ปัญหาการยอมรับของชุมชนน่าจะได้รับการแก้ไข เพราะมีการเพิ่มผู้เกี่ยวข้อง (Steak Holder) ให้เข้ามาสู่กระบวนการพิจารณาอีไอเอ อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ สผ.ก็ยังเรียกร้องว่า ความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากผู้ประกอบการและชุมชน

สิ่งที่ต้องยอมรับว่าเมื่อเกิดโครงการพัฒนาย่อมมีผลกระทบ เพียงแต่ว่า ผลกระทบนั้นเป็นที่เป็นไปภายใต้มาตรฐานที่ยอมรับได้หรือไม่

สังคมไทยต้องพัฒนาต่อไปก็คือ เมื่อสร้างกลไกแก้ความขัดแย้ง สร้างเวทีในการ “สานเสวนา” เพื่อนำปัญหาเข้าสู่ระบบ สำคัญกว่านั่นก็คือสังคมไทยจะใช้กลไกที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ นั้น

ส ิ่งเหล่านี้ว่ากันถึงที่สุดแล้วก็ขึ้นคิดอยู่กับ “สำนึกร่วม” ของผู้คนในสังคม การละทิ้งแนวคิดสุดโต่ง ละทิ้งวาทกรรม “มึงสร้างกูเผา” ละทิ้งระบบคิดที่มองทุน รัฐ เป็นปฏิปักษ์กับประชาชนแล้วหันมามองผลประโยชน์ชาติภายใต้ดุลภาพและความสมานฉ ันท์

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 27 พฤศจิกายน 2551 09:51 น.

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: