RSS

การเมืองใหม่ต้องรวมทั้งเศรษฐกิจใหม่และสังคมใหม่ด้วย

31 ม.ค.

จะหาทางออกได้ต้องรู้จักวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้าของปัญหา

ปัญหาของประเทศไ ทยอยู่ที่ระบบโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวาร และกรอบคิดพฤติกรรมของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มองประชาธิปไตยเป็น แค่เครื่องมือในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่มีจิตสำนึกและวิสัยทัศน์ว่าการจะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งพอที่คนไทยจะอยู่ในโลกได้อย่างมีคุณภาพชีวิตนั้น จะต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง ให้เป็นธรรม และเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนด

ทางออกที่แท้จริงสำหรับประเทศไทย ต้องปฏิวัติ (เปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอย่างถอนรากถอนโคน) ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเรื่อง การปราบคอรัปชั่น เพียงแค่การตรวจสอบและส่งนักการเมืองฟ้องศาล เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะอาการของปัญหา ถึงศาลจะตัดสินลงโทษคน ๆ หนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งได้ แต่กลุ่มอื่นที่จะขึ้นมามีอำนาจรัฐแทนก็อาจจะมาโกงภายหลังได้ ทางแ ก้ไขอย่างแท้จริงคือ ต้องสร้างระบอบเศรษฐกิจ การเมือง สังคมใหม่ที่ป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่นของคนทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธ ิภาพ

ตัวอย่างคือต้องจัดการให้ประชาชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกความเป็นพลเมือง รู้ว่าตนเป็นผู้เสียภาษี เป็นเจ้าของงบประมาณและทรัพยากรของประเทศ มีหน้าที่หวงแหนดูแลไม่ให้นักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐคดโกง ส ่งเสริมให้ประชาชนตื่นตัวที่จะจัดตั้งสหภาพแรงงาน กลุ่มอาชีพ กลุ่มผลักดันต่าง ๆ ปฏิรูปองค์กรที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่น เช่น ปปช. สตง. ตลอดจนองค์กรอิสระอื่น พรรคการเมือง สื่อมวลชน องค์กรวิชาการ วิชาชีพ องค์กรประชาชน องค์กรข้าราชการ องค์กรศาสนา ให้เป็นองค์กรที่มีทั้งความรู้ จิตสำนึกเพื่อส่วนรวม มีการจัดตั้งและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เราจึงจะมีทางป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่น และหาผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง / เจ้าหน้าที่รัฐอย่างได้ผล

การเมืองใหม่

ปฏิรูปการศึกษา สื่อ และการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ เพื่อทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและตื่นตัว มีความรู้ทางเศรษฐกิจการเมือง ส ่งเสริมการจัดตั้งองค์กรประชาชน เพื่อศึกษาและหาทางแก้ปัญหาของทั้งกลุ่มตน ชุมชน และประเทศชาติอย่างได้ผล ประชาชนที่ตื่นตัวแล้วต้องช่วยกันจัดตั้งกลุ่ม องค์กร ในรูปแบบต่าง ๆ เช่นกลุ่มศึกษาปัญหาเศรษฐกิจการเมือง กลุ่มอาชีพ กลุ่มสหภาพแรงงาน กลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์ฯลฯ สำหรับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในจังหวัดต่าง ๆ เป็นตัวอย่างของการจัดตั้งกลุ่มประเภทหนึ่ง แต่น่าจะคิดให้ไกลกว่าการเป็นกลุ่มเฉพาะกิจ สมาชิกต้องช่วยกันทำให้เป็นกลุ่มที่เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง พึ่งตนเองได้ นำตนเองได้ มีความคิดและนโยบายแก้ไขปัญหา ทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ

พรรคการเมือง องค์กรอิสระ ตุลาการ ข้าราชการ ทหาร นักวิชาการ องค์กรเอกชน องค์กรประชาชนต่าง ๆ ไม่ควรนิ่งเฉย ปล่อยให้กลุ่มการเมือง 2 ขั้ว (พันธมิตรฯกับรัฐบาล) สู้กันไป แต่ควรเข้าไปมีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะ ผลักดันให้มีการแก้ปัญหาไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสร้างสรรค์ เช่น ถ้าใครเห็นว่าคณะรัฐบาลนี้มีปัญหา ขาดความรู้ความสามารถ วุฒิภาวะและวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหา ก็ควรผลักดันให้มีการถอดถอนหรือเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลโดยยึดหลักการประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่หลักการระบบเผด็จการเสียงข้างมากในรัฐสภา ที่ทั้งรัฐบาลและเสียงข้างมากในรัฐสภาในปัจจุบันไม่ได้มีแนวคิด/พฤติกรรมที่ เป็นประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เลย

เศรษฐกิจแบบใหม่

ต้องเปลี่ยนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดสุดโต่งที่พึ่งกา รลงทุนและการค้ากับต่างชาติและบรรษัทขนาดใหญ่มากไป จนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง และการเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เ ป็นระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในหมู่ผู้ ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม กับระบบสหกรณ์ผู้ผลิตผู้บริโภคและระบบรัฐสวัสดิการ เพื่อกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่เป็นธรรม เพิ่มการจ้างงาน และขยายตลาดภายในประเทศ แบบพึ่งพาตนเองในระดับชุมชนและระดับประเทศได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย ไทยจะส่งออกได้ลดลง เศรษฐกิจจะถดถอย เกิดปัญหาคนตกงานและรายได้ลดลงอย่างมากสูง ต้องแก้ปัญหาด้วยการพัฒนาคนทรัพยากร และตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงจะแก้ปัญหาคนตกงานและเศรษฐกิจถดถอยด้วยตัวเราเองได้ ลดการพึ่งเศรษฐกิจโลกลง

เน้นการพัฒนาทางเลือก ที่ลดการใช้น้ำมันลง พัฒนาพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น ใช้มาตรการทางภาษีเพิ่มการขนส่งสาธารณะและจักรยาน และลดการใช้รถส่วนตัว) ส่งเสริมเกษตรทางเลือก เกษตรอินทรีย์ การแพทย์ สาธารณสุขทางเลือก อาหาร สมุนไพรพื้นบ้าน ฟื้นฟูพัฒนาภูมิปัญญาและเทคโนโลยีพื้นบ้าน ลดการพึ่งพาทุนและเทคโนโลยีจากบริษัทข้ามชาติให้เหลือน้อยลงเท่าที่จำเป็นแล ะที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ เน้นการผลิตที่ใช้แรงงาน ทรัพยากรและเทคโนโลยีภายในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงาน จับจ่ายใช้สอยเงินหมุนเวียนในประเทศเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาและเป็นหนี้ต่างประเทศ ลดการทำลายธรรมชาติสภาพแวดล้อมและสังคมวัฒนธรรม

เน้นการพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพสูงขึ้นและมีงานที่เหมาะสมทำ ด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการฝึกอบรม ให้ประชาชนมีความรู้ความสามารถที่ใช้แก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมได้จริง เน้นนโยบายการเพิ่มการจ้างงานและการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ มากกว่าโครงการประเภทใช้ทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ด้วยโครงการเช่น การปลูกป่าไม้ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบกักเก็บน้ำและชลประทานที่เหมาะสม การส่งเสริมการประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และระบบสหกรณ์ ผู้ผลิตและผู้บริโภค การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน ศูนย์สาธารณสุข ศูนย์การศึกษานอกระบบ การดูแลคนชรา คนพิการ คนมีปัญหาด้านต่าง ๆ ให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โครงการเหล่านี้จะทำให้เพิ่มการจ้างงานและการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม ได้ดีกว่าโครงการประเภทก่อสร้างเมกะโปรเจ็กท์ที่ต้องใช้ทุนใช้เครื่องจักรอุ ปกรณ์ พลังงานจากต่างประเทศมาก โดยที่อาจไม่ได้ช่วยให้แรงงานในประเทศได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

แก้ไขปัญหาเร่งด่วนเรื่อง ค่าครองชีพสูง ความยากจน การไม่มีงานทำ การเจ็บไข้ได้ป่วย ด้วยการเก็บภาษีและหารายได้จากคนรวยอย่างมองการณ์ไกล ช่วยคนจนและคนเดือดร้อนให้มีอาหารและปัจจัยสี่ที่จำเป็นอย่างพอเพียง และพัฒนาเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองในระดับประเทศให้เป็นสัดส่วนสูงขึ้น จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวสู้ยืนอยู่วิกฤติเศรษฐกิจโลกถดถอยครั้งใหญ่นี้ไ ด้ดีขึ้น

สังคมวัฒนธรรมแบบใหม่

ปฏิรูปการศึกษา สื่อสารมวลชน ระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรท้องถิ่น อย่างขนานใหญ่ ปฏิรูปครูอาจารย์ ผู้ทำงานสื่อมวลชน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่นให้เป็นผู้นำทางปัญญา ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนฉลาด คิดวิเคราะห์เป็น พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ และความฉลาดด้านจิตสำนึก เพื่อที่พวกเขาจะได้พัฒนาเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาตนเองและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งเสริมการจัดตั้งองค์กร สื่อและสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ ทำให้ทุกองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน และสังคมประชาต้องคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์ ว่าตนเองมีข้อบกพร่อง ข้อจำกัดที่ต้องเรียนรู้ใหม่ พัฒนาใหม่อย่างไร ทำให้องค์กรต่าง ๆ เป็นองค์กรที่รู้จักการรับฟังและรู้จักเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มีการศึกษาวิจัยถกเถียงอภิปรายปัญหา เศรษฐกิจ การเมือง สังคมวัฒนธรรม และหาทางออกกันอย่างมีเหตุผล มีหลักวิชาการสนับสนุน อย่างสร้างสรรค์ หาทางออกและแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในระยะยาวเพิ่มขึ้น

ปฏิรูปองค์กรทางด้านศาสนา การศึกษาและศิลปวัฒนธรรม เน้นเรื่องการวิจัยและเผยแพร่ความรู้ในหลักธรรม ความจริง ความงามและการหาทางแก้ปัญหาชีวิตและสังคมอย่างมีปัญญา และช่วยสร้างสังคมให้เป็นธรรม เลิกลดความเชื่อแบบงมงาย การก่อสร้างวัตถุ ลัทธิหาเงินและบริโภคนิยม เลิกหาประโยชน์ส่วนบุคคล พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ผู้นำองค์กรต่าง ๆ ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างในด้านจริยธรรมและวัฒนธรรมที่ดีงาม คนทำผิดต้องถูกองค์กรทางสังคมลงโทษ ถูกคว่ำบาตรทางสังคม เพื่อให้เด็กเยาวชน ประชาชนทั่วไปตระหนักเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมและวัฒนธรรมที่ดีอย่างแท้จริง

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 27 พฤศจิกายน 2551 10:01 น.

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: