RSS

ปฏิรูปการศึกษาและสื่อ เพื่อต่อสู้กับวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจ

07 ก.พ.

เปลี่ยนเป้าหมายและกระบวนการเรียนการสอน

การจัดการศึกษาในประเทศไทยมีปัญหาทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ ระบบการศึกษาเน้นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก มุ่งผลิตแรงงานจำนวนหนึ่งให้มีความรู้แบบท่องจำและทักษะทางวิชาชีพพอที่จะไป ทำงานระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เป็นบริวารต่างชาติ แต่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำให้คนที่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น และมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม การตั้งเป้าการพัฒนาแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ทำให้เกิดช่องว่างความแตกต่างทางฐานะรายได้และความรู้ระหว่างคนรวยกับคนจน และวิกฤติทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ

เราต้องเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองที่มีคุณ ภาพและมีความรับผิดชอบ ไปพัฒนาชีวิตและสังคมเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างเป็นธรรมมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน แ นวทางคือต้องปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข รักการเรียนรู้ การอ่าน ได้เรียนรู้จักตัวเอง ชุมชนและประเทศอย่างคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น ส่งเสริมการพัฒนาความฉลาดทุกด้าน (ปัญญา อารมณ์ จิตสำนึก) คนที่สนุกกับการได้เรียนรู้ จะเก่ง และมีโอกาสพัฒนาเป็นคนดีที่มีจิตสำนึกเห็นแก่ส่วนรวม มากกว่าการจัดการสอนการเรียนแบบท่องจำ แข่งขันกันอย่างเคร่งเครียด

นักจิตวิทยาพบว่า เด็กที่ได้เรียนรู้จักตัวเองอย่างมีความสุข จะมีความพอใจ มีแรงจูงใจในการเรียนรู้จากภายในตัวเอง คืออยากเรียนเพราะอยากรู้ที่สำคัญกว่าแรงจูงใจภายนอกที่เน้นเรื่องคะแนนผลกา รตอบแทน นักเรียนนักศึกษาที่รักการอ่าน(เริ่มจากการฟังและอ่านนิทานในสมัยเด็กเล็ก) รักการเรียนรู้จะเรียนได้ดีกว่า มีความกระตือรือล้น มานะอดทน คิดสร้างสรรค์ มีสมาธิ เข้ากับเพื่อนและครูได้ดี เป็นคนดี มีภาวะผู้นำเพื่อส่วนรวมได้มากกว่าคนที่ไปเรียนหนังสืออย่างเป็นหน้าที่ ด้วยความรู้สึกเคร่งเครียด เป็นทุกข์ จิตกังวล รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้มาเรียน

ดังนั้น เราจึงจะต้องช่วยกันป รับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน และการวัดผล เพื่อเป้าหมายในการส่งเสริมผู้เรียนให้รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้อย่างมีความสุข มีความภูมิใจ ความมั่นใจ เห็นค่าของตนเอง คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจด้วยตัวเอง การเปลี่ยนแปลงแนวนี้จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองขอ งผู้เรียนอย่างสำคัญ

การปฏิรูปการศึกษาในแนวใหม่นี้จะมีผลต่อการพัฒนาประชาชน ชุมชนและประเทศไปในทางส่งเสริมความฉลาดที่คำนึงถึงส่วนรวม คุณภาพชีวิตที่ดี และยั่งยืน ที่แตกต่างไปจากการจัดการศึกษาแบบเน้นการแข่งขันท่องจำความรู้และทักษะทางวิ ชาชีพ เพื่อเอาชนะคนอื่นและเน้นการหาเงิน การผลิตและการบริโภคสูงสุดในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาด ที่เป็นตัวการทำให้เกิดปัญหาวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจ

การปฏิรูปการจัดการศึกษา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต ความเป็นธรรม และภาวะผู้นำ

การจะปฏิรูปโครงสร้างการบริหารการจัดการศึกษาของภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมีวิสัยทัศน์เพื่อส่วนรวมเพิ่มขึ้น จะทำได้ง่ายกว่าถ้าเรากล้าคิดในทิศทางลดขนาดและลดบทบาทของการบริหารแบบรวมศูนย์อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมให้มีการกระจายและอำนาจในเรื่องการบริหารจัดการศึกษาของชาติเพิ่มขึ้น เช่นจ ัดตั้งคณะกรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ และคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติที่เป็นองค์กรอิสระของผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นก ลาง ปลอดจากอำนาจของนักการเมืองและข้าราชการชั้นสูง กระจายการจัดการศึกษาไปสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชนและองค์กรสังคมประชาอื่น ๆ เป็นสัดส่วนสูงขึ้น ส่วนการบริหารสถานศึกษาของภาครัฐ ควรพัฒนาให้โรงเรียนที่พร้อมเป็นนิติบุคคล บริหารตนเองได้ แต่จะต้องพัฒนาระบบตรวจสอบดูแลช่วยเหลือด้านคุณภาพจากฝ่ายวิชาการของกระทรวง ศึกษา สำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สมาคมวิชาการและสมาคมวิชาชีพควบคู่กันไป เพื่อตรวจสอบดูแลเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนของแต่ละสถาบันการศึกษาให้มีมาต รฐาน

ลงทุนปฏิรูปการศึกษาปฐมวัยของเด็กวัย 3-5 ปีทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพต่ำอย่างเร่งด่วน

เด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ถึง 5 ขวบ สมองจะพัฒนามากที่สุดและเร็วที่สุด นี่คือโอกาสทองที่การลงทุนเพิ่มขึ้นไม่กี่พันล้านบาทจะให้ผลคุ้มค่ามากที่สุ ด รัฐควรจัดตั้งโรงเรียนพ่อแม่ส ำหรับพ่อแม่ที่มาฝากครรภ์ในทุกโรงพยาบาล โดยควรให้ทุนสนับสนุนแก่พ่อแม่ที่ยากจนด้วย เพื่อให้พ่อแม่รู้จักวิธีที่จะดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ให้มีสุขภาวะที่ดีรวมทั้งการพัฒนาสมองที่ดีต้องให้ความรู้พ่อแม่ ผู้ปกครอง พี่เลี้ยงเด็กให้รู้จักการเลี้ยงเด็กให้ฉลาดรอบด้านและมีพัฒนาการทางอารมณ์ท ี่ดี ส่งเสริมให้เด็กมีความภาคภูมิใจเห็นคุณค่าในตัวเอง (SELF ESTEEM) หลีกเลี่ยงการทำร้ายทางจิตใจเด็กด้วยคำพูดแบบดุด่า ดูถูก ล้อเลียน โรงเรียนพ่อแม่ผู้ปกครองควรมีบุคลากรประจำคอยติดตามให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ผู้ป กครองที่มีลูกเล็กอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง สมองของเด็กช่วงแรกเกิด – 5 ปีมีโอกาสเรียนรู้ได้เร็วที่สุดและมากที่สุด และพัฒนาได้สูงถึง 80% ของการพัฒนาสมองทั้งชีวิต

พัฒนาศูนย์ดูแลเด็กเล็กให้มีพี่เลี้ยง/ครูและการบริการที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น โดยรัฐควรจัดสรรงบฝึกอบรมและให้พี่เลี้ยง/ครูมีความรู้ด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็กและให้การสนับสนุนพวกเขาให้เงินเดือนสูงพอสมควร และสนับสนุนให้ศูนย์ต่าง ๆ บริการได้อย่างมีคุณภาพใกล้เคียงกันทั่วประเทศ

พ ัฒนาด้านคุณภาพการจัดการเรียนการสอน แก้ปัญหาเด็กออกกลางคันในระดับประถมมัธยม และปัญหาโรงเรียนในเขตยากจนที่มีคุณภาพต่ำกว่าโรงเรียนในเขตร่ำรวยอย่างจริง จัง

ปฏิรูปด้านหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนที่จะส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน ใฝ่เรียนรู้ ฟังเป็น คิดวิเคราะห์เป็น รู้วิธีที่จะค้นคว้าเรียนรู้ต่อด้วยตัวเอง (อ่านวิทยากร เชียงกูล ก ารเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ สายธาร 2549) รู้จักตัวเอง รู้จักชุมชน รู้จักประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ธรรมชาติสภาพแวดล้อมของประเทศ รู้จักการวิจัยและการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเองและชุมชน เปลี่ยนแปลงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้สัมพันธ์กับชีวิตจริง สัมพันธ์กับชุมชนและสภาพแวดล้อม เพิ่มการเรียนรู้วิชาชีพ เช่น เกษตรในชนบท วิชาช่างในเขตเมือง ทั้งในประถมและมัธยมสายสามัญ เพื่อให้นักเรียนสัมผัสโลกของชีวิตจริงและตระหนักความเชื่อมโยงระหว่างวิชาก ารกับวิชาชีพและทักษะการใช้ชีวิต เพิ่มเป้าหมายเรื่องคุณธรรมจริยธรรมที่ครูจะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างโดยตรง และแทรกความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้เข้าไปในทุกวิชา ในกิจกรรม และการใช้ชีวิตจริง

แก้ปัญหาเด็กครึ่งหนึ่งออกกลางคันไม่ได้เรียนถึงชั้นมัธยมปลายอย่างครบวงจร เช่น ให้ทุนเด็กยากจนสำหรับค่าใช้จ่ายด้านอื่นนอกจากค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้น เพิ่มและพัฒนาครูให้ครูแต่ละห้องดูแลนักเรียนจำนวนน้อยลง จะได้ดูแลได้อย่างใกล้ชิดและเอาใจใส่ปัญหาส่วนตัวของนักเรียนแต่ละคนได้เพิ่ มขึ้น พัฒนาวิธีการสอนที่เน้นการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทำให้การเรียนสนุกและน่าสนใจมากขึ้น พัฒนาสื่อการเรียนสมัยใหม่ให้นักเรียนได้ค้นคว้าเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างส ะดวกเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้คนที่ออกกลางคันได้กลับมาเรียนการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยได้ อย่างสะดวกและเสียต้นทุนต่ำ การรับนักเรียนนอกระบบไม่จำเป็นต้องจำกัดอายุขั้นต่ำ ใครสะดวกที่จะเรียนนอกระบบก็ให้เลือกเรียนได้อย่างเสรี

สำนักงานการศึกษานอกระบบฯค วรทำงานร่วมกับสถานศึกษาในระบบ องค์กรต่างๆ ในชุมชน สื่อสิ่งพิมพ์วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ส่งเสริมและพัฒนาให้สื่อทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์เน้นเรื่องข้อมูลข่าวสารความรู้และความบันเทิงที่ยกระดับความฉลาดแล ะศิลปวัฒนธรรมประชาชนเพิ่มขึ้น ทุกฝ่ายจะต้องสนใจให้ความรู้คนทั้งประเทศ ในเรื่องสิทธิหน้าที่พลเมือง ประวัติศาสตร์ของชุมชนและของประเทศ เศรษฐกิจ การเมืองและกฎหมาย ที่ประชาชนพลเมืองทุกคนควรจะได้รู้

ทุกฝ่ายควรช่วยกันจัดการฝึกอบรม การประชุมเสวนา การจัดตั้งองค์กรและจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคนในชุมชนต่าง ๆ ส ร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมืองอย่างมีเหตุผล มีหลักวิชาการ ทำให้สังคมไทยทั้งสังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่สังคมก ารเลียนแบบ การนิยมบริโภค หรือการปลุกเร้าทางการเมืองโดยใช้อารมณ์รักชอบเกลียดเท่านั้น ประชาชนจะได้มีความรู้และวุฒิภาวะในการแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองอย่างสันติแ ละสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: