RSS

การละเลยและละเมิดสิทธิเด็กในประเทศไทย

21 ก.พ.

การที่ผู้ใหญ่ไทยมัวทะเลาะกันทางการเมือง ทำให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นประชากรราวครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศถูกละเ ลยไม่ให้ความสำคัญและมีปัญหามากขึ้น อนาคตของประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่โดยเฉพาะชนชั้นนำ ว่าจะมีภูมิปัญญาและวิสัยทัศน์ ตระหนักถึงปัญหาของเด็กและเยาวชนไทยหรือไม่อย่างไร

ความสำคัญของปัญหา

ปัญหาเด็กวัยรุ่นที่ทำความผิดก่อกบฏในสถานดูแลเด็กที่ทำความผิดและปัญหาเด็ก วัยรุ่นที่เป็นข่าวบ่อย ๆ เป็นผลมาจากนโยบายพัฒนาประเทศไทยของรัฐบาลทุกรัฐบาล ที่เน้นการพัฒนาทุนนิยมอุตสาหกรรมและการเร่งรัดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม ประชาชาติ ทำให้เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตได้ในระดับหนึ่ง แต่การพัฒนาตามแนวนี้นอกจากจะนำไปสู่วิกฤติทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจสังคมแก่เด็กและเยาวชน 2 เรื่องใหญ่คือ

1) สร้างความเหลื่อมล้ำต่ำสูง การกระจายทรัพย์สิน, รายได้, โอกาสทางการศึกษาที่ไม่เป็นธรรมในหมู่ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ มากขึ้น และกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและได้รับความช่วยเหลือน้อยที่สุดคือเด ็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียง และไม่มีสิทธิในการรับรู้และเรียกร้องสิทธิของพวกตน ในหลายด้านเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจนทั้งในชนบทและชุมชนแออัดในเมือง

2) สร้างค่านิยมและพฤติกรรมของประชาชนให้เน้นการหากำไรสูงสุด และการบริโภคสูงสุดของเอกชน นำไปสู่การเอาเปรียบและ/หรือการละเลยละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อ่อนแอ มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุดเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งผู้ใหญ่ในครอบครัวของเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสและเด็กด้วยกันเองส ่วนหนึ่งก็เอาเปรียบละเมิดสิทธิเด็กที่อ่อนแอกว่าด้วย เพราะวัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนายของไทยมองว่า เด็กเป็นทรัพย์สินของพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งพ่อแม่จะทำอย่างไรกับเด็กเช่น ใช้งานหนัก ตบตี ทารุณ ขายลูกเป็นทาสแรงงานหรือโสเภณีก็เป็นเรื่องส่วนตัวของพ่อแม่ ไม่ใช่เรื่องที่สังคมหรือรัฐ, ชุมชนต้องเข้าไปปกป้องเหมือนในประเทศประชาธิปไตยอื่น ๆ ปัญหาการละเลยและละเมิดสิทธิเด็กที่สำคัญ คือ

1. ด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต เด็กยากจนยังคงมีปัญหาขาดสารอาหารหรือภาวะบกพร่องทางโภชนาการในอัตราสูง ทั้งเพราะความยากจนและการขาดความรู้ ขณะที่เด็กร่ำรวยหรือฐานะปานกลางมีปัญหาโรคอ้วนมากขึ้น เพราะไม่ได้รับการดูแลให้ออกกำลังกายและกินอาหารที่เหมาะสม

เด็กมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด, พัฒนาการทางอารมณ์ที่มีปัญหา เนื่องจากขาดความรักความอบอุ่นและการดูแลที่สร้างสรรค์ ครอบครัวแตกแยกไปทำงานที่อื่น ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังหรืออยู่กับตายายที่ชรา อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเพิ่มขึ้น เด็กทั่วไป (รวมทั้งลูกคนรวย คนชั้นกลาง) มีความเครียดและแสดงออกอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะระบบโรงเรียนและสภาพแวดล้อมเน้นการแข่งขันเอาแพ้เอาชนะกันอย่างรุนแรงเ ข้มงวด

2. ปัญหาการถูกทอดทิ้งและทารุณกรรม มีเด็กเสียชีวิตและบาดเจ็บเพราะอุบัติเหตุ เด็กที่กำพร้าพ่อแม่ที่ตายจากเอดส์ เด็กถูกทำร้ายทุบตี ทำอนาจาร, ข่มขืนฯลฯ เพิ่มขึ้น

3. ปัญหาเด็กและเยาวชนไม่ได้เรียนหนังสือหรือต้องออกกลางคัน ไม่ได้เรียนจบชั้นมัธยมปลายมีราวครึ่งหนึ่งของเด็กวัยเดียวกัน กลายเป็นคนว่างงานและแรงงานที่ถูกเอาเปรียบ ส่วนหนึ่งต้องขายบริการทางเพศ

4. ปัญหาวัยรุ่นมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ทำผิดกฎหมายหรือจารีตศีลธรรม เช่นปัญหายาเสพติด, การพนัน, และการมั่วสุมทางเพศเป็นปัญหาซึ่งเกิดจากจิตวิทยาและพัฒนาการเฉพาะตัวของวัย รุ่นและสภาพแวดล้อมแบบทุนนิยมที่เสื่อมทราม ไม่มีการศึกษาและติดตามแก้ปัญหาอย่างเข้าใจสาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่มีการให้การศึกษาพ่อแม่ผู้ปกครองครูอาจารย์ให้เข้าใจเรื่องจิตวิท ยาและพัฒนาการของวัยรุ่น ทำให้ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาได้ หรือกลับเพิ่มปัญหา

5. ปัญหาเด็กเร่ร่อน เด็กเกเร ก่อคดีอาชญากรรม และเด็กในภาวะยากลำบากประเภทอื่น ๆ

การที่เด็กมีปัญหาถูกละเลยและละเมิดสิทธิ์เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเน้นแต่การเพิ่มความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจส่วนรวมม ากกว่าการกระจายทรัพย์สิน, รายได้, การศึกษา, สวัสดิการสังคมต่าง ๆ ให้เป็นธรรม รวมทั้งไม่ได้สนใจการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง แม้รัฐบาลจะยอมรับว่ามีปัญหาความยากจนแต่จะเน้นการให้สินเชื่อแก่คนจนเพื่อช ่วยให้คนจนเข้าสู่เศรษฐกิจระบบตลาดได้มากขึ้น เป็นการเน้นการช่วยผู้ใหญ่แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในระ บบทุนนิยมผูกขาดมากกว่าช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก การพัฒนาของภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวกับเด็กคือ ให้บริการทางสาธารณสุขและการศึกษาตามระบบราชการแบบต่างคนต่างทำตามหน้าที่เฉ พาะด้าน ไม่ได้มองปัญหาการพัฒนาเด็กในทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม ทั้งการให้บริการยังทำได้ไม่ทั่วถึง และมีคุณภาพแตกต่างกัน โดยรวมคือไม่มากพอที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กได้ทั่วทั้งประเทศ

นโยบายและการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาเด็กของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนเด็กและเยาวชนที่มีจำนวนมากและมีปัญห าเพิ่มขึ้น หน่วยงานต่าง ๆ ยังแก้ปัญหาแบบแยกเป็นส่วน ๆ ต่างคนต่างทำตามหน้าที่ตามงบประมาณ กำลังคน สติปัญญาที่มี และเป็นการช่วยแบบสังคมสงเคราะห์ บรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการตามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้มีการระดมในเรื่องความรู้และความคิดเพื่อวิเคราะห์สาเหตุทางโครงสร้าง สังคมของปัญหาสิทธิเด็กและหาทางแก้ไขที่รากเหง้าของปัญหาอย่างถอนรากถอนโคนแ ละอย่างเชื่อมโยงเป็นองค์รวม แม้จะมีการเขียนแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและส ังคม ตั้งแต่ฉบับที่ 8-9 แต่ก็เป็นแผนที่เขียนแบบกว้าง ๆ ลอย ๆ มากกว่าจะมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนและมุ่งให้เกิดผลอย่างจริงจัง

จะแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนกันอย่างไร

1. จะต้องพัฒนาหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ให้รู้จักจัดเก็บวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาเด็กและเยาวชนอย่างครอบคลุมล ะเอียดมากขึ้น ข้อมูลที่จากองค์กรที่ทำงานเรื่องเด็ก, ข่าวหนังสือพิมพ์ ปัญหาในระบบโรงเรียน ปัญหาสาธารณสุขฯลฯ สะท้อนให้เราเข้าใจปัญหาของเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอ และขาดการวิจัยที่มองอย่างเชื่อมโยงกับปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคมเศรษฐกิจ

ควรเพิ่มการวิจัยและวิเคราะห์ปัญหาทั้งในระดับภาพรวม คือโครงสร้างและการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศที่มีผลกระทบต่อเด็กและเย าวชนส่วนใหญ่ และในการมองปัญหาทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ที่เน้นตัวเด็กและเยาวชนในสถานการณ์ปัจจุบัน

การวิจัยวิเคราะห์ควรเน้นสภาพ, สาเหตุ และทางแก้ไขปัญหาสำคัญ ๆ เช่น สิทธิและโอกาสของเด็กและเยาวชนในการได้รับการดูแลจากครอบครัวและรัฐอย่างมีค ุณภาพ, การใช้แรงงานและการเอาเปรียบเด็กและเยาวชนด้านต่าง ๆ ปัญหาทางสังคมสำหรับเด็กและเยาวชนทั้งในแง่จิตวิทยา การศึกษา การใช้ชีวิตและการทำงานในแง่ที่เชื่อมโยงและเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการพัฒนาเ ศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยอย่างเข้าถึงสภาพความเป็นจริง

2. รัฐบาลและผู้ใหญ่ควรหันมาให้ความสำคัญของปัญหาเด็กและเยาวชนอย่างพยายามเข้า ใจสาเหตุ, สภาพของปัญหาอย่างแท้จริง และหาแนวทางและโครงการพัฒนาในเชิงปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคมและปฏิรูป หน่วยงานที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเป็นองค์รวมหรือครบวงจร การปฏิรูปการศึกษาและสาธารณสุข ควรเน้นการบริการเด็กให้ทั่วถึงเป็นธรรมและมีคุณภาพมากขึ้น เช่นปฏิรูปศูนย์เลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาลทั่วประเทศให้มีคุณภาพอย่างเร่ง ด่วน จะช่วยให้เด็กไทยฉลาดและมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีขึ้นมาก โครงการและกิจกรรมทุกอย่างต้องเน้นเป้าหมายให้เด็กได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของข้าราชการและหน่วยงาน หรือเน้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจและธุรกิจเอกชนมากกว่าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของ เด็กและเยาวชน

3. การทำงานประจำของกระทรวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องเด็กและเยาวชนยังไม่เ พียงพอที่จะเข้าใจและแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนได้ ควรมีการระดมสมองกันทั้งภาครัฐ, องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ภาคธุรกิจเอกชนที่สนใจ พ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อหาแผนปฏิบัติการระดับชาติ ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่จะแก้ไขและพัฒนาเด็กและเยาวชนทั่วทั้งประเทศที่ได้ ผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อย่างเชื่อมโยงกับปัญหายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศแนวใหม่ ที่ควรเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชนมากกว่านโยบายการพัฒนาเศรษฐ กิจเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ

 

ป้ายกำกับ: ,

3 responses to “การละเลยและละเมิดสิทธิเด็กในประเทศไทย

  1. ด.ญ.จุฑาทิพย์ กลิ่นเอี่ยม

    กุมภาพันธ์ 7, 2010 at 4:42 pm

    อย่าละเมิดสิทธิเด็กน่ะค่ะ

     
  2. toon

    กรกฎาคม 24, 2011 at 7:58 pm

    เอ่อ ไม่ค่อยรู้เรื่่ื่อง มีภาพประกอบหน่อยได้ไหม

     
  3. earn

    กรกฎาคม 14, 2012 at 1:09 pm

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: