RSS

ไทยควรศึกษาการเมืองใหม่ของเวเนซูเอลา

10 พ.ค.

การเมืองไทยแม้จะเปลี่ยนขั้วรัฐบาลแต่ยังห่างจากการเมืองใหม่มาก ถ้าเทียบกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจในเวเนซุเอล่าภายใต้รัฐบาล อูโก ชาเวซในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชาเวซเน้นเรื่องความรักชาติทางเศรษฐกิจและการสร้างสังคมนิยม ประชาธิปไตย ซึ่งก้าวหน้ากว่าประเทศกำลังพัฒนาภายใต้ระบบทุนนิยมโลกส่วนใหญ่

รัฐบาลชาเวซกล้าเรียกค่าสัมปทานและภาษีจากบริษัทน้ำมันต่างชาติเพิ่ม แปรรูปบริษัทน้ำมันของชาติมาเป็นของรัฐมากขึ้นอย่างเป็นผลสำเร็จ ถึงบริษัทน้ำมันต่างชาติจะคัดค้านในตอนแรก แต่ในท้ายที่สุดบริษัทส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้ แสดงว่าพวกเขายังคงทำกำไรได้อยู่ เพียงแต่กำไรของพวกเขาลดลงเท่านั้น

รัฐบาลชาเวซมุ่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง เพื่อกระจายทรัพย์สิน รายได้ ความรู้สู่ประชาชนยากจนอย่างมุ่งพัฒนาองค์กรเพื่อความเข้มแข็งของประชาชน อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่นโยบายประชานิยมแบบหาเสียงของรัฐบาลนายทุน

อูโก ชาเวซ เป็นนายทหารระดับนายพันที่เป็นนักปฏิรูปสังคม เขาโด่งดังขึ้นมาจากการพยายามทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของ นายทุนในปีพ.ศ. 2535 แต่ล้มเหลว เขาและพรรคพวกถูกจับ แต่ชาเวซกลายเป็นขวัญใจประชาชน เขาและเพื่อนติดคุกเพียง 2 ปี ก็พ้นโทษเพราะกระแสการเมืองเปลี่ยน ชาเวซชนะการเลือกตั้งเป็น
ประธานาธิบดีในปี 2541 แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่โดยมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและการลง ประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาก้าวหน้าให้สิทธิประชาชนเพิ่มขึ้นในปี 2542 และการจัดการเลือกตั้งใหม่ซึ่งชาเวซชนะติดต่อกัน 2 สมัย

ชาเวซมาจากครอบครัวที่ยากจน ได้รับการศึกษาแบบเสรีนิยมค่อนข้างก้าวหน้า(รวมทั้งจากโรงเรียนนายร้อยที่มี การปฏิรูปให้เป็นเสรีนิยมมากกว่าโรงเรียนนายร้อยส่วนใหญ่) เป็นนักอ่านนักศึกษาค้นคว้าที่สนใจประวัติศาสตร์และปัญหาเศรษฐกิจ สังคมอย่างกว้างขวาง ทำให้เขาพัฒนาเป็นปัญญาชนหัวก้าวหน้าผู้มีแนวคิดแบบรักชาติ รักความเป็นธรรม ชาเวซเป็นคนติดดิน เป็นกันเอง พูดตรงไปตรงมา เป็นนักพูดนักสื่อสารกับประชาชนทั่วไปได้อย่างมีพลัง บวกกับประสบการณ์การรณรงค์ปฏิรูปสังคมเพื่อคนจนรูปแบบต่างๆ ช่วยเสริมให้เขาก้าวไปสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งที่เป็นนักการเมืองหน้า ใหม่ สร้างพรรคใหม่มาได้ไม่กี่ปีแม้ว่ารัฐบาลชาเวซจะถูกต่อต้านจากชนชั้นสูงชน ชั้นกลางที่มีฐานะและอำนาจทางเศรษฐกิจสูงอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในหลายรูป แบบ ทั้งการชุมนุมคัดค้านและการทำรัฐประหารของทหารฝ่ายขวา รัฐบาลชาเวซก็ยังเอาชนะการต่อต้านเหล่านี้มาได้ด้วยการสนับสนุนประชาชนและ นายทหารฝ่ายรักชาติ

เวเนซุเอล่าและประเทศลาตินอเมริกาอื่นเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยที่มี รัฐธรรมนูญมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีมาหลายสิบปี ความคิดแบบศักดินาเจ้าขุนมูลนาย ระบอบอุปถัมภ์และระบอบอำนาจนิยม ทหารนิยมยังมีอยู่ แต่น่าจะน้อยกว่าประเทศไทย การที่ประเทศเวเนซุเอล่าที่ผ่านมาพัฒนาอุตสาหกรรม การค้า และบริการมากกว่าการเกษตร ทำให้คนชนบทอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองมากส่วนใหญ่คือคนจน การที่มีคนอยู่ในเมือง 70 – 80 % ของประชากรทั้งประเทศอาจมีส่วนทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจ การเมือง และมีการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรเช่น สหภาพแรงงาน สหกรณ์ผู้ผลิต ฯลฯ ได้มากกว่ากรณีของไทย ซึ่งคนส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ได้รับการศึกษาและข่าวสารน้อย มีการจัดตั้งกลุ่มน้อย

การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงและปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่าง คนรวยกับคนจน ภายใต้กรอบการพัฒนาแบบทุนนิยมผูกขาดเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองใหม่ที่โดดเด่น แบบกลุ่มของชาเวซ รวมทั้งกลุ่มก้าวหน้าแบบซ้ายกลางในประเทศลาตินอเมริกาอีก 3 – 4 ประเทศ ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลได้โดยสามารถเอาชนะระบบพรรคใหญ่ 2 – 3 พรรคที่ครองอำนาจมาหลายสิบปีได้

รัฐบาลชาเวซทั้งเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจระดับชาติให้มุ่งทำ เพื่อส่วนรวมมากขึ้น และกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจการเมือง สังคม ไปสู่ประชาชนระดับรากหญ้า ในรูปของเทศบาล สภาคนงาน กลุ่มจัดตั้งชมรมโบลิวาร์กลุ่มเล็ก สภาชุมชน ซึ่งประชาชนทุกคนเข้าร่วมประชุมว่าควรจะทำโครงการอะไรก่อนเสนอของบประมาณและ ขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อชุมชน เพื่อการพัฒนาจากรัฐได้โดยตรง และบริหารจัดการรณรงค์กันได้เองโดยผ่านคณะกรรมการที่ประชาชนเลือกกันขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือการบริหารโรงงานและธุรกิจร่วมกัน โดยให้พนักงานมีหุ้นและมีส่วนเข้าร่วมบริหารเพิ่มขึ้น การส่งเสริมจัดตั้งสหกรณ์ผู้ผลิต ผู้บริโภคสินค้าและบริการต่างๆตามชุมชนต่างๆ มาแข่งกับระบบทุนนิยมเพื่อช่วยให้ประชาชนสร้างความเข้มแข็งของระบบ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น รวมทั้งรัฐบาลยังส่งเสริมสหภาพแรงงาน สมาคมวิชาชีพต่างๆ ให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อถอดถอนคณะกรรมการบริหารที่มีลักษณะเป็นขุนนางออกไป และเลือกตัวแทนคนงานและนักวิชาชีพที่รักษาผลประโยชน์ของสมาชิกส่วนใหญ่แบบ ประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น

รัฐบาลยังส่งเสริมการปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปทางด้านการศึกษา การปฏิรูปสื่อมวลชน เช่นการส่งเสริมวิทยุและโทรทัศน์ที่ชุมชนบริหารเอง โทรทัศน์สาธารณะเพื่อการพัฒนาประเทศ การห้ามโทรทัศน์เสนอเรื่องรุนแรงทั้งทางกายภาพและจิตใจและการเน้นเรื่องเพศ ช่วง 1 ทุ่ม ถึง ห้าทุ่มฯลฯ การปฏิรูปทางสังคมด้านต่างๆและการร่างรัฐธรรมนูญใหม่และกฎหมายที่มีแนวคิด เสรีนิยมก้าวหน้า รับรองสิทธิประชาชนกลุ่มน้อยและคนด้อยโอกาสต่างๆ มีการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการบริหารที่เปลี่ยนไปในทางกระจายอำนาจสู่องค์กร ภาคประชาชนเพิ่มขึ้น

เวเนซุเอล่าว่าโชคดีที่ประเทศสามารถหารายได้จากน้ำมันมาช่วยปฏิรูป เศรษฐกิจสังคมเพื่อคนส่วนใหญ่ได้มาก ทำให้ไม่ต้องเกรงกลัวการไหลออกของทุนต่างชาติมากเหมือนอย่างรัฐบาลบราซิลและ ประเทศอื่นๆ แต่เวเนซุเอล่าก็มีรายได้จากน้ำมันมานานแล้วโดยรัฐบาลชุดก่อนๆ หน้านี้ไม่ได้ใช้รายได้นี้เพื่อพัฒนาการศึกษา สาธารณสุขและการสร้างงานให้คนส่วนใหญ่ ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญด้านปัจจัยกับบุคคลคือผู้นำและกลุ่มผู้นำเวเน ซุเอล่า รวมทั้งการที่ประชาชนเวเนซูเอล่าตื่นตัวและสร้างอำนาจต่อรองได้เพิ่มขึ้น ด้วย

ประเด็นที่คนไทยควรเรียนรู้คือ จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดผู้นำและกลุ่มผู้นำแบบชาเวซในเวเนซุ เอล่าในยุคปัจจุบันได้อย่างไร และจะเลือกนำนโยบายปฏิรูปด้านเศรษฐกิจสังคมด้านต่างๆโดยเฉพาะการกระจายอำนาจ และการจัดตั้งประชาชนมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง

การปฏิรูปจากฐานล่างในบางเรื่องเช่นการตั้งกลุ่มช่วยเหลือเพื่อนบ้าน สหกรณ์ผู้ผลิต ผู้บริโภค สภาชุมชน ฯลฯ ประเทศไทยน่าจะส่งเสริมให้เกิดขึ้นและค่อยๆพัฒนาไปได้ โดยไม่ต้องรอให้เกิดการปฏิวัติโดยรัฐบาลที่ก้าวหน้า (ซึ่งยังไม่มีในกรณีของไทย) การพยายามสร้างกลุ่มองค์กรจากฐานล่างจะเป็นหนทางในการสร้างผู้นำระดับต่างๆ ไปพร้อมกันได้ด้วย แนวทางการรณรงค์ส่งเสริมให้คณะกรรมการและสมาชิกในชุมชนแก้ไขปัญหาและพัฒนา ชุมชนด้วยตนเอง ยังช่วยให้ประชาชนตื่นตัวและฉลาดขึ้น มองปัญหาได้อย่างรอบด้าน ตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ดีกว่าระบบราชการและระบบธุรกิจเอกชน เช่น ประชาชนในชุมชนจะสนใจเรื่องการพัฒนาด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม มากกว่ารัฐบาลและธุรกิจเอกชนที่มันสนใจแต่เรื่องการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ

แนวคิดของรัฐบาลชาเวซในการสร้างเศรษฐกิจพึ่งตนเองในเรื่องอาหารและ การผลิตสินค้าที่จำเป็นอื่นๆ ก็ต่างจากแนวคิดแบบพึ่งพาระบบทุนนิยมโลกของประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่รวมทั้ง ไทย แม้เวเนซุเอล่าจะมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันมากและสามารถนำเงินนี้ไปสั่ง ซื้ออาหารและสินค้าจำเป็นอื่นๆได้ แต่รัฐบาลชาเวซก็คิดว่าการพึ่งพาทรัพยากรที่วันหนึ่งจะหมดไปและการพึ่งพา ประเทศอื่นมากไป ทำให้ประเทศเวเนซุเอล่ามีโอกาสเสียเปรียบและมีความไม่มั่นคงทางอาหาร ทั้งยังไม่ส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศมีงานทำ มีความภาคภูมิใจในตัวเอง ในชุมชนและในประเทศ และไม่ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรในประเทศอย่างเหมาะสมด้วย

การสำรวจขององค์กรระหว่างประเทศเปรียบเทียบประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกาสะท้อนว่า ประชาชนเวเนซุเอล่าสนใจและเข้ามีส่วนร่วมทางการเมือง และมีความหวังว่า การเลือกตั้งจะช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขา เป็นสัดส่วนสูงกว่าประชาชนในประเทศลาตินอเมริกาอื่นๆ รวมทั้งชาวเวเนซุเอล่าส่วนใหญ่ยังพอใจกับโครงการพัฒนาสังคมด้านต่างๆและการ พัฒนาระบบบริหารร่วมกันในโรงงานและระบบสหกรณ์ ที่ทำให้คนมีงานทำ มีรายได้ดีขึ้น มีศักดิ์ศรี และมีความหวังในชีวิตเพิ่มขึ้น

(อ่าน วิทยากร เชียงกูล ผู้นำการเมืองใหม่แห่งลาตินอเมริกา อูโก ชาเวซ บ้านพระอาทิตย์ 2551)

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

3 responses to “ไทยควรศึกษาการเมืองใหม่ของเวเนซูเอลา

  1. mayjamay

    พฤษภาคม 12, 2009 at 1:17 pm

    น่าสนใจมาก

     
  2. แรนเถื่อน

    พฤษภาคม 19, 2009 at 5:08 pm

    ขอบคุณครับ

     
  3. stemis

    มิถุนายน 22, 2009 at 5:38 pm

    ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: