RSS

การปฏิรูปสื่อและการศึกษานอกระบบสำคัญไม่น้อยกว่าการศึกษาในสถาบัน

20 พ.ค.

ควรทุ่มเทงบประมาณและกำลังคนที่เก่งๆเข้าไปปฏิรูปการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างขนานใหญ่  เพราะคนไทยที่อยู่ในแรงงานส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาแค่จบชั้นประถม และไม่ค่อยสนใจการอ่าน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การศึกษาไม่ได้หมายถึงการฝึกและพัฒนาอาชีพเท่านั้น หากยังหมายถึงการให้ผู้เรียนทั้งเด็กและเยาวชน ผู้ใหญ่ข้าถึงความรู้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนาตนเองและเรียนรู้เข้าใจสังคมในทุกด้านด้วย

สาเหตุที่การเมืองมีปัญหาความขัดแย้งแบ่งเป็น 2 ขั้ว 3 ขั้ว ก็เพราะว่าประชาชนทั่วประเทศไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ฉลาด มีจิตสำนึก รู้เท่าทันระบอบทักษิณ ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลก และปัญหาอื่นๆที่พลเมืองสมัยใหม่ควรจะได้รู้

ดังนั้น จึงต้องรณรงค์ให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังไม่ตื่นตัวว่า ประเทศไทยมีวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจก็เพราะประชาชนยังได้รับความรู้และ ข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพลเมืองของประเทศพัฒนาอ ุตสาหกรรมมาก และการพัฒนาการเรียนรู้ของคนเป็นหนทางสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาปร ะเทศ

การศึกษาไม่ใช่แค่การเรียนในห้องเพื่อการสอบเอาประกาศนียบัตร แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ของคนทั้งประเทศ และประชาชนจะต้องได้รับการส่งเสริมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอด้วย เช่น เพิ่มรายการข่าวสร้างสรรค์ สารคดีน่ารู้ทางวิทยุและโทรทัศน์ การจัดบรรยาย อภิปรายสาธารณะ การฝึกอบรมสัมมนา การให้บริการด้านห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และสภาพแวดล้อม ฯลฯ ประชาชนถึงจะมีโอกาสพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิต และมีส่วนพัฒนาประเทศได้อย่างเข้มแข็ง

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจสมัยใหม่เริ่มตระหนักว่า การจะแข่งขันกับคนอื่นได้ ต้องทำให้คนทั้งองค์กรได้เรียนรู้ร่วมกัน เป็นองค์กรที่เรียนรู้อยู่เสมอ (Learning Organization) ประเทศชาติก็ด้วยเช่นเดียวกัน ต้องเป็นประเทศชาติที่เรียนรู้ (Learning Nation) ด้วย รัฐ รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชน ภาคสังคมพลเมืองต้องส่งเสริมให้ประชาชนอยากรู้อยากเห็น ชอบอ่าน ชอบฟัง ดูข่าวสารและความรู้ใหม่ ไม่อย่างนั้น นอกจากคนไทยจะแข่งขันสู้ใครเขาไม่ได้ แค่จะแก้ปัญหาของตนเองและประเทศอยู่ให้รอดก็ทำได้ยาก

สิ่งสำคัญที่ต้องปฏิรูปคู่กัน คือ สื่อมวลชน (วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ภาพยนตร์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ) เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียนรู้ของประชาชนมาก บางทีจะมีอิทธิพลมากกว่าโรงเรียนเสียอีก เพราะสื่อทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และเกมคอมพิวเตอร์ให้ภาพเคลื่อนไหว เร้าอารมณ์มากกว่า และเด็กเยาวชนก็ให้เวลาดูโทรทัศน์ ดูภาพยนตร์และเล่มเกมคอมพิวเตอร์กันมาก  เรามักไปคิดว่าสื่อมวลชนเป็นเรื่องของการขายสินค้าข่าวสาร ความบันเทิง ที่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของธุรกิจเอกชนตามกลไกตลาด แต่สื่อมวลชนเป็นสินค้าสาธารณะหรือสินค้าเพื่อส่วนรวม (Public Goods) ที่มีผลกระทบต่อความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ความคิดความเชื่อของประชาชนทั้งประเทศสูง และมีผลต่อการพัฒนาหรือไม่พัฒนาของสังคมทั้งสังคม

ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด คนรวยและคนมีการศึกษายิ่งจะได้นับข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพกว่า เช่น เป็นสมาชิกเคเบิลทีวี ติดจานดาวเทียมรับทีวีจากต่างประเทศได้ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องดูแลส่งเสริมรายการวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ สื่ออินเตอร์เนตภาษาไทย ให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และประชาชนเข้าถึงได้ทั่วกันโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำ

การมองว่าสื่อเป็นสินค้าของเอกชนและปล่อยให้การผลิตและการบริโภคสื่อขึ้นอยู ่กับกลไกตลาด ทำให้รายการทางวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เวบไซต์ อินเตอร์เนตส่วนใหญ่กลายเป็นเครื่องมือของระบบทุนนิยมโลกที่มุ่งการโฆษณาสิน ค้าและความบันเทิงแบบมอมเมา  เพื่อจูงใจให้คนแก่งแย่งแข่งขัน มีค่านิยมเห็นแก่เงิน และการบริโภค มุ่งหากำไรเอกชนให้ได้มาก ไม่สนใจจะให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างพลเมืองดี การร่วมกันคิดแก้ไขปัญหา และพัฒนาประเทศชาติ แถมสื่อที่มุ่งหากำไรยังเอาใจตลาดและหาผลประโยชน์เพื่อธุรกิจเอกชนด้วยการมอ มเมาเด็กและเยาวชนให้ชอบความรุนแรง หมกมุ่นเรื่องเพศ การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ค่านิยมแบบแข่งขันเอาชนะ ทำลายล้างผู้อื่น   และค่านิยมเลวร้ายอื่นๆ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงในด้านพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมของพลเมือง

ควรสรรหาและจัดตั้งคณะกรรมการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสช.)  โดยการคัดเลือกคนที่มีความรู้ มีความคิดเชิงปฏิรูป ที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มาทำงานปฏิรูปจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่และส่งเสริมการปฏิรูปสื่อวิทยุโทรทัศน์ให้มีเนื้อหาสาระ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง สื่อภาครัฐเช่นของทหาร ของกรมประชาสัมพันธ์  หรือที่รัฐถือหุ้นใหญ่อย่าง อสมท. ก็ควรจะปฏิรูปใหม่ โดยเน้นการเสนอรายการที่มีคุณภาพ ยกระดับความรู้ ศิลปวัฒนธรรมของประชาชน มากกว่าเน้นกำไรทางธุรกิจขององค์กร ซึ่งได้ค่าสัมปทานหรือกำไรเป็นตัวเงินไม่เท่าไร และเงินจำนวนนี้ไม่ค่อยกลับคืนสู่ส่วนรวมด้วย การทำสื่อวิทยุโทรทัศน์เพื่อช่วยการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของประชาชนทั้งประเทศ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศสูงกว่าเงินกำไรและค่าสัมปทานที่รัฐให้เอกชนเช่าไปทำหลายพันเท่า

วิทยุชุมชนและโทรทัศน์ภูมิภาคเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และ การพัฒนาความคิดอ่านรวมทั้งส่งเสริมความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและประเท ศชาติได้ แต่ต้องมีการจัดการดูแลให้เป็นของชุมชนและทำเพื่อประโยชน์ชุมชนอย่างแท้จริง โดยรัฐให้เงินสนับสนุนดึงนักวิชาการปัญญาชนมาช่วยพัฒนาวิทยุชุมชนและโทรทัศน ์ภูมิภาคด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้วิทยุชุมชนกลายเป็นเครื่องมือที่นักธุรกิจการเมืองท้องถิ่นเข ้ามาหาประโยชน์ส่วนตัว

รัฐบาลใช้งบประมาณการศึกษาปีละราว 2 แสนล้านบาทหรือราว 25% ของงบประมาณทั้งหมด แต่ยังพัฒนาคุณภาพประชาชนได้น้อย ในขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ที่มีอยู่มากและคนทั่วประเทศเข้าถึงและใช้เวลารับฟังรับชมมาก เรากลับไม่รู้จักใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ของประชาชน เราควรปฏิรูปการใช้วิทยุโทรทัศน์ที่เป็นสมบัติของส่วนรวมอยู่แล้วในการทำให้ประชาชนฉลาด มีจิตสำนึกและมีรสนิยมทางศิลปวัฒนธรรมที่สูงขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เอกชนเช่าผลิตรายการเพื่อความบันเทิงและเพื่อขายสินค้าโดยได้เงินเข้ารัฐบาลกลางเพียงนิดหน่อย

ถ้ายังไม่มีการผ่าตัดปฏิรูปการศึกษาและสื่อ การเขียนรัฐธรรมนูญให้ดี  และการปฏิรูปการเมืองจะไม่เกิดผลมากนัก นักศึกษา ประชาชนยังจะถูกมอมเมาให้แข่งขันเห็นแก่ตัวและมุ่งแต่ความบันเทิงอยู่ การเลือกตั้งครั้งต่อไป ระบอบทักษิณหรือระบอบอะไรคล้ายๆกันก็อาจมีโอกาสกลับมาอีก

วิทยากร เชียงกูล
ก้าวข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. _ _ กรุงเทพฯ
บ้านพระอาทิตย์, 2550
ISBN 978-974-8003-90-0

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

One response to “การปฏิรูปสื่อและการศึกษานอกระบบสำคัญไม่น้อยกว่าการศึกษาในสถาบัน

  1. แรนเถื่อน

    มิถุนายน 20, 2009 at 11:17 am

    Thank for content kubb….

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: