RSS

คนไทยจะสามัคคีกันจริง ๆ ได้อย่างไร

20 มิ.ย.

ความสามัคคี(สมานฉันท์)คือการร่วมมือร่วมใจของสมาชิกในสังคมที่จะทำ อย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ทำอย่างหนึ่งอย่างใดร่วมกัน ภายใต้แนวคิดหรือระเบียบวินัยที่เห็นพ้องต้องกัน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ความสามัคคีของคนในชาติซึ่งประกอบไปด้วยคนหลายชนชั้น หลายเผ่าพันธ์ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ผลประโยชน์จะมีขึ้นมาได้ พัฒนาได้ก็ต้องอยู่บนเงื่อนไขของการพัฒนาสังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ที่พยายามลดความขัดแย้งให้น้อยลง สร้างผลประโยชน์ร่วมกันให้มากขึ้น ประชาชนได้รับการศึกษาแบบเสรีนิยม คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลได้ มีวุฒิภาวะ ใจกว้าง สังคมมีช่องทางกระบวนการที่จะแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างสันติวิธี เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ


สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันยุคต่อสู้กับคอมมิวนิสต์จบไปแล้ว การทำสงครามแบบเก่ามีโอกาสน้อยลงมาก การเรียกร้องความสามัคคีแบบปลุกใจรักชาติแบบเก่าเป็นเรื่องล้าสมัย ปัจจุบันเป็นสงครามทางเศรษฐกิจมากกว่า เราต้องคบค้าติดต่อกับประเทศต่าง ๆ อย่างทั้งแข่งขันทั้งร่วมมือพึ่งพาอาศัย มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันมากขึ้น ความมั่นคงของประเทศอยู่ที่การพัฒนาพลเมืองให้มีคุณภาพ มีความสามารถในการแข่งขันและต่อรองกันทางเศรษฐกิจการเมืองกับประเทศอื่นได้ ดี มากกว่าการสร้างกองทัพใหญ่โตซึ่งจะสิ้นเปลืองและกลับทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอ

แม้ประเทศจะมีปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ แต่ถึงขั้นนี้ต้องถือว่าเป็นปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจวัฒนธรรมภายในประเทศไทยเอง ซึ่งจะต้องหาสาเหตุให้พบและหาทางแก้ไขให้ถูกทาง เป็นเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญาและแนวทางแก้ไขทางการเมืองเศรษฐกิจและ สังคมอย่างมาก ถ้ารัฐบาลชนชั้นนำไทยยังคิดแคบ ๆ ว่านี่เป็นเรื่องการทหารล้วน ๆ อย่างที่ทหารและตำรวจที่ได้รับการฝึกอบรมแบบเก่ามักจะเข้าใจ ก็จะล้าหลัง ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งสมัยใหม่ที่ซับซ้อนได้

ในเมื่อยุคนี้เป็นยุคของสงครามแข่งขันกันทางเศรษฐกิจสังคม ความสามัคคีในยุคใหม่จึงควรเป็นความสามัคคีของพลเมืองที่มีการศึกษาและ จิตสำนึกในการช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชาติ(ที่ทุกคนรู้สึกได้ประโยชน์ อย่างเป็นธรรมใกล้เคียงกัน)ให้เจริญเติบโตเข้มแข็ง สามารถที่จะแข่งขันต่อรองเพื่อลดการเสียเปรียบต่างชาติให้น้อยที่สุด การจะพัฒนาความสามัคคีชนิดนี้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาการเมืองให้เป็น ประชาธิปไตยหรือธรรมาธิปไตย มีรัฐบาลที่เป็นธรรม ซื่อตรง เห็นแก่ประโยชน์คนส่วนใหญ่ รู้จักการดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและทางการเมืองระหว่างประเทศที่ชาญฉลาด เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในระยะยาว

ปัญหาของประเทศไทย คือการศึกษาและสื่อมวลชนของเรายังล้าหลัง ไม่ได้สอนให้คนคิดวิเคราะห์เป็น มีจิตสำนึกของความเป็นพลเมือง ว่าการทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวเป็นเรื่องฉลาดและเกิดประโยชน์ระยะยาว นักการเมืองและผู้นำของเรายังขาดความรู้ วิสัยทัศน์ จิตสำนึกเข้าใจสภาพสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปน้อย นอกจากจะมุ่งแข่งขันเพื่อตัวเองแล้วยังพัฒนาเศรษฐกิจและครอบงำให้ประชาชน หลงใหลกับค่านิยมที่เน้นการแข่งขันเพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเอง กองทัพยังใหญ่โต ใช้งบประมาณมากและนายทหารยังได้รับการศึกษาแบบเก่าคิดแต่ในเรื่องการสะสม อาวุธป้องกันประเทศแบบเก่า ทั้ง ๆ ที่ความมั่นคงของชาติสมัยใหม่ คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคม ซึ่งทหาร นักการเมือง ตำรวจ ข้าราชการ ชนชั้นนำ ต้องเรียนรู้ใหม่และเปลี่ยนบทบาทของตนมาเป็นนักพัฒนาและร่วมมือกันพัฒนา ประเทศ บนพื้นฐานของการยอมรับนับถือ สิทธิเสมอภาค เสรีภาพของประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มที่ยากจนอย่างเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

ในสังคมที่เป็นจริง ย่อมมีความขัดแย้งและความแตกต่างหลากหลายได้ เพียงแต่ต้องรู้จักว่าปัญหาความแตกต่างของคนในประเทศเดียวกันนั้นสามารถ แก้ไขและหาทางออกได้ด้วยเหตุผล ด้วยกฎหมายที่เป็นธรรม และสันติวิธี การเรียกร้องความสามัคคีหรือสมานฉันท์แบบโบราณที่ทุกคนต้องเชื่อฟังรัฐบาล และทำอะไรเหมือน ๆ กัน ไม่สอดคล้องกับโลกที่เป็นจริง ความสามัคคีที่จำเป็นในโลกสมัยใหม่ คือความสามัคคีในการร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจการเมืองสังคม ให้ชุมชนและประเทศเข้มแข็ง เจริญเติบโต เอื้ออำนวยประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ และป้องกันการเสียเปรียบต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัททุนข้ามชาติขนาดใหญ่

การจะสร้างความสามัคคีชนิดนี้ได้ ไม่ได้อยู่ที่การโฆษณาคำขวัญเรียกร้องให้ประชาชนเชื่อฟังรัฐบาลโดยไม่มี เงื่อนไขหรือใช้กฎหมายใช้อำนาจบังคับลงโทษประชาชนที่คิดแตกต่างไปจากรัฐบาล หรือคณะผู้นำ เพราะความสามัคคีที่เกิดจากการบังคับกะเกณฑ์และการโฆษณาเร้าใจนั้น มักจะอยู่ไม่ได้นาน เพราะไม่ได้เกิดจากความเห็นพ้อง ไม่ได้เกิดจากจิตสำนึก ความเข้าอกเข้าใจ ความกระตือรือร้นของประชาชนอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ความสามัคคีของประชาชนเยอรมันในสมัยเผด็จการฮิตเลอร์ที่นำไปสู่สงครามและการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวนั้นอยู่ไม่ได้นาน สู้ความสามัคคีของประชาชนเยอรมันในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เน้นการสร้างประชาธิปไตยทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทำให้เยอรมันเติบ โตเป็นประเทศชั้นนำไม่ได้เลย

ความสามัคคีในชาติจะมีได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกคนหรือส่วนใหญ่ในสังคมมีความ รู้สึกว่า ตนเองเป็นสมาชิกที่เท่าเทียมกันในสังคม มีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าจะขัดแย้งกัน ซึ่งหมายถึงว่านโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศจะต้องกระจายผลการพัฒนาไปสู่สมาชิกส่วนใหญ่ในสังคมอย่างทั่ว ถึง รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพทางการเมืองอย่างกว้างขวางด้วย
ดังนั้นการเมืองเก่า ระบบอภิสิทธิ์ชน ระบบอุปถัมภ์เล่นพรรคเล่นพวก ระบบอำนาจนิยม จารีตนิยมทั้งหลายจึงล้วนเป็นเรื่องล้าสมัย ไม่สามารถทำให้คนทั้งประเทศสามัคคีกันได้อย่างแท้จริง การยกย่องบุคคลใดบุคคลหนึ่งด้วยอารมณ์ผูกพันและบางคนมีผลประโยชน์ส่วนตัว เกี่ยวข้อง เป็นการสร้างความขัดแย้งที่ไม่สร้างสรรค์ เพราะไม่ได้เสนอหลักการแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์คนส่วนใหญ่

ทหาร ข้าราชการ ผู้มีตำแหน่งการเมือง พรรคหรือกลุ่มผลักดันทางการเมืองกลุ่มใดก็ตาม ไม่สามารถอ้างว่าตนรักชาติมากกว่าคนอื่น เพราะได้รับการฝึกอบรมมา, ได้สาบานตนหรือมีหน้าที่ต้องปกป้องชาติหรืรอมีอุดมการณ์ที่สูงกว่าคนอื่น ประเทศชาติสมัยใหม่ เป็นเรื่องของการร่วมมือกันพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ไม่ใช่เรื่องของการทหารหรือการปกครองแบบยุคเก่า การแสดงความรักชาติไม่ใช่อยู่ที่คำพูด คำสาบาน พิธีรีตอง แต่อยู่ที่การทำหน้าที่ของพลเมืองที่รับผิดชอบที่มุ่งทำเพื่อประโยชน์ส่วน รวมมากกว่าส่วนตน เพราะรู้ว่าการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมฉลาดกว่าการเห็นแก่ตัวระยะสั้น เพราะจะทำให้ส่วนตนคือทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

ประชาชนไทยทุกคน ไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์ความเป็นมาและวัฒนธรรมร่วมกันเท่านั้น เราต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน ในแง่การเป็นประชาชนพลเมืองไทยซึ่งจะต้องร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแข่งขัน และต่อรองกับประเทศอื่น ๆ มีภาระหน้าที่ต้องต่อสู้กับความด้อยพัฒนา ความยากจน ไร้ประสิทธิภาพ ความโง่เขลาและความเลวร้ายต่าง ๆ เพื่อความอยู่รอดและความกินดีอยู่ดีของสมาชิกทั้งหมด ดังนั้นการจะสร้างสามัคคีจึงควรสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ประชาชน พลเมืองทุกคนรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของและผู้กำหนดพัฒนาการของประเทศ มีความเต็มใจพอใจ กระตือรือร้นที่จะสร้างความสามัคคีภายในชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดอภิสิทธิชน การคดโกง โกหกหลอกลวง เอาเปรียบ ทอดทิ้ง นิ่งดูดายกันและกัน แล้วมาเรียกร้องให้สามัคคีแบบคนรวยยืนอยู่บนหัวหรือหลังของคนจน ไม่ว่าคนรวยจะมาจากการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งก็ตาม

เงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างความสามัคคีภายในชาติก็คือ การลดความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์และอำนาจของคนกลุ่มต่าง ๆ ในชาติ ด้วยการปฏิรูปการศึกษา ข้อมูลข่าวสาร การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง เพื่อกระจายฐานะ รายได้ ผลประโยชน์และอำนาจไปสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงเป็นธรรม ทำให้ทั้งระบบการเมือง เศรษฐกิจและสังคมเป็นประชาธิปไตยแบบใจกว้างมากขึ้น ประชาชนมีช่องทางในการตรวจสอบ ผลักดัน เสนอแก้ไขความขัดแย้งทั้งในเรื่องผลประโยชน์และแนวคิดอุดมการณ์ได้อย่าง สันติวิธี ทั้งรัฐบาล ตำรวจ ทหาร สื่อมวลชน ประชาชนต้องใจกว้าง รับฟังข้อเรียกร้องของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ด้วยเหตุผลมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน มีวุฒิภาวะและอย่างเป็นนักประชาธิปไตยมากขึ้น

ต่อเมื่อเราสามารถทำให้ประชาชนได้รู้สึกว่าตนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง และสังคมอย่างมีบทบาทได้ รู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศ เป็นพลเมืองที่มีสิทธิ มีเสียง มีเสรีภาพที่จะกำหนดชะตากรรมของตนเองร่วมกันกับพี่น้องคนอื่น ๆ ได้ ด้วยวิธีการทางประชาธิปไตย(ทั้งทางตรงและการมีส่วนกำหนดซึ่งมีความหมายกว้าง กว่าการเลือกตั้งผู้แทน) เราจึงจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งแบบสุดโต่งและรุนแรงภายในสังคม และสร้างความสามัคคีที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริงขึ้นมาได้

Advertisements
 

ป้ายกำกับ:

9 responses to “คนไทยจะสามัคคีกันจริง ๆ ได้อย่างไร

  1. ตุ๊กตาบลายธ์

    มิถุนายน 23, 2009 at 10:02 am

    ต้องสอนตั้งแต่เด็กๆ

     
  2. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    มิถุนายน 26, 2009 at 10:42 am

    ในสังคมไทยเดี๋ยวนี้จะมีแต่ความเห็นแก่ตัวเห็นประโยชน์ตัวตัวเองมากเป็นที่ตั้ง ส่วนอื่นๆนั้นถ้าไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ให้ความสนใจสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในตัวตนของบุคคลนั้นๆมากเกินไปจึงทำให้ขาดความสามัคคีรักใคร่ปองดอง ถ้าจะให้คนไทยสามัคคีกันจริงๆได้ก็คือต้องลดคำว่าเห็นแก่ตัวลง

     
  3. gclub

    มิถุนายน 27, 2009 at 5:12 pm

    ผมว่ายากกกก

     
  4. Gclub

    กรกฎาคม 5, 2009 at 12:39 pm

    สร้างความเป็นชาตินิยม

     
  5. นิรนาม

    สิงหาคม 3, 2009 at 12:41 am

    กฏของ”ซิกมุนด์ ฟรอยด์”โดยธรรมชาติมนุษย์เป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัว เพื่อมนุษย์ที่มีอำนาจจึงเริ่มแสวงหาความมั่งคั่งโดยการเอารัดเอาเปรียบโดยการใช้อำนาจที่มีอยู่ในการกอบโกยโกงกิน ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน เมื่อคนรวยๆเหลือล้นคนจนๆเหลือหลาย จึงเกิดการริษยา จึงเริ่มลุกขึ้นต่อสู่โดยการชี้นำของพวกนายทุนน้อยหรือพวกนายทุนใหม่ เพื่อหวังผลทางการเมืองโดยใช้ชนชั้นล่างเป็นฐาน ประกอบกับเศณษฐกิจแบบทุนนิยมทำให้เกิดการบริโภคนิยมเมื่อคนรวยมีวัตถุนิยมได้คนจนก็ต้องหาวิธีทุกวิธิเพื่อแสวงหาวัตถุนิยมเช่นกัน ในยุโรปจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม หรือ “ลัทธิพาณิชย์นิยม”ทำให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นเกิดขึ้นจึงเกิดการร่วมกลุ่มกันของชนชั้นกรรมาชีพขึ้นทั่วยุโรปเพื่อสร้างอำนาจการต่อสู้กับชนชั้นนายทุนใหญ่ ที่คอยเอารัดเอาเปรียบจึงเกิดลัทธิ “สังคมนิยม”หรือ “ลัทธิมาร์กซิสต์”ขึ้นมาเพื่อต่อสู้ทางการเมือง ดังนั้นในประเทศแถบยุโรปจึงพบว่าหลายประเทศมีพรรคการเมืองแนว “พรรคแรงงาน”เกิดขึ้นมา ในประเทศฝรั่งเศสเองกลับมีแนวพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส และแนวพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสที่นิยมลัทธิมาร์กซิสต์ หรือในเยอรมนีก็นิยมแนวพรรคสังคมนิยม หลายประเทศได้เคยเกิดสงครามกลางเมืองมาแล้วเกือบทั้งนั้น และได้เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยมายาวนานเกิดการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดมาแต่ยุคประชาธิปไตยสมัยนครรัฐเอเธนส์ จึงได้เข้าใจระบอบประชาธิปไตยมากกว่าคนไทย ที่พึงรู้จักคำว่าประชาธิปไตยเมื่อ ๒๔๗๕ เท่านั้น คนในสังคมไทยส่วนมากยังคงตกอยู๋ในระบบ”อุปถัมภ์”หรือระบบการชี้นำ ที่ค่อยฟังเจ้าระบบคอยสั่งการว่าจะให้เลือกคนใดเบอร์ใด และเมื่อเงินคือพระเจ้าการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกครั้งจึงมีเงินมาเป็นตัวช่วยในการสูญเสียเวลาในการทำกินของคนยากคนจน ดังจะได้ยินคนชนชั้นล่างพูดเสมอว่า “เลือกไปก็เท่านั้นเมื่อไปนั้งในสภาแล้วก็มองไม่เห็นหัวคนจน หรือเข้าไปแล้วก็โกงกินเหมือนเดิม”ฉะนั้นคำพูดว่า “เงินไม่มากาไม่เป็น”เงินจึงคือปัจจัยในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่กำลังเกิดขึ้นมาในสังคมชนชั้นล่าง ดังนั้นสสงครามประชาชนจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน วิกฤตการเมืองต้องตกสู่ก้นเหวก่อนจึงจะสามารถเงยหัวขึ้นมาได้ ดังทุกอารยประเทศที่เคยผ่านมา

     
  6. สิทธิพร

    มกราคม 13, 2010 at 10:23 am

    สร้างจุดหมาย สร้างกฎระเบียบร่วมกัน สร้างเป้าหมายต่างๆให้สอดคล้องกัน

     
  7. โยโย่

    มิถุนายน 3, 2010 at 6:39 pm

    ดีมากสรุปได้ดี

     
  8. anna

    มิถุนายน 16, 2010 at 8:02 pm

    จิงนะไม่เคยได้ตังเลย แต่บอก ให้ได้แล้วไม่กาชาวประชามีสมอง ระบบทาสยังมีอยู่ ถ้าเป็นการปกครองเช่นนี้เอาเถอะแม่เจ้าประคุณเอ๋ยลงเหวกันไปเอาเป็นว่า ระวังรักษาตัวกันนะ กค. สค.พระว่าข้าวสารอาหารแห้งเตรียมไว้นะลูก..ฮ้า

     
  9. anna

    มิถุนายน 16, 2010 at 8:15 pm

    อ่านบทความมาแล้วทุกคนพูดประชาธิปไตยดี มันดีอย่างไรล่ะขาดวิ่นกะรุ่งกะริ่งอีกกี่ปีช่วยบอกทีเฮอะ เหตุผลเป็นตัวชี้นำไปสู่ความถูกต้อง แต่เหตุผลที่ตลบไปมาฟังแล้วปัญญาหนาเปล่า สุดท้ายการเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ดูกันต่อไปมีบทละครให้ชม

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: