RSS

จะหาทางออกจากปัญหาวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจได้อย่างไร

20 ก.ย.

สภาพปัญหา

การเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดงช่วง 8-14 เมษายน 2552 สะท้อนว่าฝ่ายผู้รับผิดชอบดูแลสถานการณ์ของรัฐบาลอ่อน ประเมินสถานการณ์แบบดูเบากลุ่มม็อบ และเชื่อตำรวจที่หย่อนประสิทธิภาพมากเกินไป จนทำให้ม็อบเสื้อแดงซึ่งบางครั้งใช้คนไม่มาก ทำอะไรได้อย่างอุกอาจ เช่นการทุบรถนายกฯ การปิดกั้นโรงแรมที่พักของผู้นำจากอาเซียนและกลุ่มบวก 6 การบุกโรงแรมที่จัดประชุม การปล่อยให้มีการกีดขวางปิดกั้นจราจรจุดสำคัญในกรุงเทพฯ การยึดเผารถบัสและทำร้ายประชาชนฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดหรือน่าจะลดความเสียหายได้ ถ้าหากรัฐบาลรู้จักวางแผนป้องกันที่ดีมาตั้งแต่ต้น และรู้จักแต่งตั้งคนที่ฉลาด เก่ง ไว้วางใจได้มาบริหารสถานการณ์วิกฤติ


แนวทางการแก้ไขวิกฤติให้ได้ผล

1. การช่วยทำให้ประชาชนมีความรู้ทางการเมืองมากขึ้น กลุ่มคนที่เข้าร่วมม็อบเสื้อแดงส่วนใหญ่ คือประชาชนที่เคยได้รับประโยชน์หรือได้รับอยู่จากโครงการประชานิยม/ลัทธิ พรรคพวก และได้รับการปลุกปั่นโฆษณาทางการเมืองให้มีอารมณ์ร่วมและมีความเชื่อว่าฝ่าย ทักษิณจะทำประโยชน์ให้พวกเขาได้มากกว่าฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นการต่อสู้ที่เป็นหัวใจหลักจึงเป็นการต่อสู้ทางความคิดความรู้ความเข้าใจทางการเมือง ไม่ใช่แค่การชุมนุมทางการเมืองและการยุติการชุมนุม ซึ่งเป็นเพียงปรากฏการณ์ของปัญหา แม้การชุมนุมจะยุติแต่การต่อสู้ทางการเมืองยังไม่ยุติ

ฝ่ายรัฐบาลยังทำเรื่องการเอาชนะทางความคิดความเข้าใจทางการเมืองน้อย มาก ขณะที่สื่อทีวี D STATION และวิทยุชุมชนซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศปลุกเร้าทางอารมณ์ให้ฝ่ายเสื้อแดง ได้มาก สื่อโทรทัศน์ที่รัฐบาลมีอยู่ในมือหรือให้เอกชนเช่าล้วนเป็นสื่อเพื่อขายของ และขายความบันเทิง ทำหน้าที่ให้ข่าวสารข้อมูลความรู้ประชาชนเรื่องการเมืองน้อยมาก แม้ในช่วงวิกฤติจลาจลวันที่ 12-14 เมษายนก็ตาม ทำให้ประชาชนไทยขาดความรู้ความเข้าใจทางการเมืองอย่างมีเหตุผล มีหลักความรู้

ปัญหาสำคัญ คือประชาชนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าระบอบทักษิณได้โกงและหาผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างมากมาย และทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศมากเพียงไร ดังนั้นการที่ทักษิณอ้างว่าตนถูกใส่ความว่าไม่จงรักภักดี โดยกลุ่มองคมนตรีและนายทหารที่ไม่ชอบตนจึงฟังขึ้นสำหรับชาวบ้านที่ติดในระบบ อุปถัมภ์และชอบนโยบายปล่อยกู้ง่าย ๆ ของทักษิณอยู่แล้ว ฝ่ายรัฐบาลเองไม่รู้จักใช้สื่อและไม่ได้สร้างพรรคที่มีฐานมวลชน ไม่ได้ทำงานให้การศึกษาและจัดตั้งมวลชนอย่างจริงจัง มีเพียงแต่เครือข่ายของผู้สมัครสส.กับหัวคะแนนและประชาชน ที่ร่วมงานกันทางสังคมและมีการติดต่อทางการเมืองบ่อยเฉพาะในฤดูกาลเลือกตั้ง เท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่พรรครัฐบาลหรือพรรคใหม่ ๆ ควรทำ คือทำพรรคให้เป็นพรรคที่มีฐานมวลชนจริง มีฝ่ายวิชาการหรือฝ่ายวิจัยและเผยแพร่ความรู้ ที่ทั้งรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากประชาชน ทั้งเผยแพร่ยกระดับความรู้เรื่องการเมืองเศรษฐกิจแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่อง สร้างนโยบายที่ก้าวหน้า ทันสมัย เพื่อสร้างประชาธิปไตยของภาคประชาชนจริง ๆ

งานทางความคิดการเมืองที่สำคัญ คือต้อง ปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชนที่จะช่วยให้ประชาชนตื่นตัว เรื่องสิทธิหน้าที่พลเมืองและมีความรู้ทางเศรษฐกิจการเมืองเท่าทันนักการ เมืองมากขึ้น เช่นรู้ปัญหาการโกงและหาผลประโยชน์ทับซ้อนของระบอบทักษิณ รู้ว่านโยบายประชานิยมที่ให้ประชาชนได้กู้ยืมได้ง่ายนั้นความจริงแล้วมุ่ง รับใช้ประโยชน์พ่อค้านายทุนแต่ประชาชนกลัวเป็นหนี้มากขึ้น และยังคงอยู่ในโครงสร้างที่เสียเปรียบของระบบทุนผูกขาดที่กลุ่มทักษิณและพวก พ้องได้ประโยชน์ต่อไป

เรื่องข้อมูลข่าวสารและการตลาด การประชาสัมพันธ์ การทำสงครามจิตวิทยาการเมืองเป็นเรื่องสำคัญในการปฏิรูปการเมือง แต่ต้องมีคนที่ฉลาดและเก่ง จึงจะทำงานได้ผล เช่นน่าจะฝึกคนที่เข้าใจและบรรยายเรื่องประชาธิปไตยได้ดีไปจัดการฝึกอบรมจัด ตั้งประชาชนให้เป็นอาสาสมัครเพื่อปกป้องและเผยแพร่ประชาธิปไตยที่ เป็นไปเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง การเผยแพร่ความคิดทางการเมืองไม่ใช่อยู่แค่การใช้โวหารตำหนิคนอื่นแบบที่ พรรคบางพรรคถนัด ต้องคิดหาและเสนอแนวนโยบายการพัฒนาประเทศที่มี ลักษณะปฏิรูปและก้าวหน้ามากกว่าระบอบทักษิณด้วย ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่นปฏิรูปที่ดิน ระบบภาษีและงบประมาณ ปฏิรูประบบธนาคารและสหกรณ์ฯลฯ เพื่อกระจายรายได้ให้เป็นธรรม ช่วยให้ประชาชนฉลาด รู้จักจัดตั้งกลุ่มของตนเองได้

2. การปฏิรูปการเมืองและสังคม การตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะปฏิรูปการเมือง ได้ เพราะถ้าตั้งนักวิชาการที่มีแนวคิดเสรีนิยมเป็นอิสระ พรรคฝ่ายค้านก็จะไม่ยอมรับ ถ้าตั้งคณะกรรมการผสมที่มีพรรคฝ่ายค้านร่วม พวกเขาก็จะดึงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญไปในทางที่พวกเขาจะได้ประโยชน์ เพราะฝ่ายค้านที่เป็นพวกทักษิณไม่ต้องการปฏิรูปการเมืองจริง พวกเขาเพียงแต่ต้องการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้พวกตนได้ประโยชน์เท่านั้น

แทนที่จะปฏิรูปการเมืองแบบจากบนลงล่าง ควรเน้นการปฏิรูปจากข้างล่างขึ้นข้างบน คือทำให้ประชาชนฉลาดทางการเมืองและมีการจัดตั้งองค์กรของตนเอง ประชาชนจะเรียกร้องต่อรองกับผู้สมัครสส. ในเชิงนโยบายได้มากขึ้น ทำให้การซื้อเสียง ขายเสียงลดน้อยลง และการเลือกตั้งสส. สว. องค์กรท้องถิ่นฯลฯ มีคุณภาพมากขึ้น ประชาชนที่ฉลาดและมีการจัดตั้งองค์กรจะเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ดีกว่านัก วิชาการด้วยซ้ำ

ส่วนที่ต้องปฏิรูปในระดับบน คือผ่าตัดปฏิรูปทั้งตำรวจ ทหาร ระบบราชการ องค์กรอิสระ สภาฯลฯ ให้เป็นฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขั้นแรกก็ต้องโยกย้าย ลงโทษข้าราชการระดับนำที่ทำงานหย่อนยาน ขาดประสิทธิภาพ หาผลประโยชน์ส่วนตัวก่อน แต่ต้องปรับปรุงระบบโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

การปฏิรูปทางการเมือง ต้องกล้าที่จะส่งเสริมให้ สหภาพแรงงาน กลุ่มสมาคม สหพันธ์เกษตรกรและกลุ่มอาชีพต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มทางเศรษฐกิจ เช่นกลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน พัฒนาในเชิงคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลต้องเลิกใช้วิธีการแบบให้ข้าราชการไปจัดตั้งประชาชนแบบเก่า เปลี่ยนวิธีการมาส่งเสริมให้ประชาชนจัดตั้งกันเอง โดยรัฐช่วยห่าง ๆ เช่นควรลดอำนาจมหาดไทยในการดูแลองค์กรปกครองท้องถิ่นลงตามลำดับ องค์กรท้องถิ่นไหนที่เข้มแข็งควรให้อิสรภาพเขาเพิ่มขึ้น แก้กฎหมายให้มีความยืดหยุ่นคล่องตัวดำเนินการได้หลายรูปแบบตามความพร้อม และความเหมาะสมของท้องถิ่น ไม่ใช่สูตรตายตัว รัฐอาจช่วยองค์กรประชาชนรูปแบบต่าง ๆ ด้วยวิธีให้เงินทุนสนับสนุนผ่านองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชนที่เข้มแข็งให้ไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงช่วยจัดตั้งประชาชนในชุมชน ที่ยังขาดประสบการณ์

การปฏิรูปการเมืองจากล่างขึ้นบนต้องรวมทั้งการ ปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชนให้มีคุณภาพ เพื่อให้ความรู้ประชาชนในด้านกว้าง การปฏิรูปครูอาจารย์ คนทำงานด้านสื่อ พระ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่นให้มีความรู้ และมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง

3. การปฏิรูปทางเศรษฐกิจ ต้องเน้นการปฏิรูปให้ประชาชนมีความรู้และมีงานทำ มีประสิทธิภาพในการผลิต การลงทุน การจัดจำหน่ายและการบริโภคแบบพึ่งตนเองในระดับชุมชนและในระดับประเทศได้ มากขึ้น ลดอำนาจการผูกขาดและการหากำไรสูงของธนาคารและธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ลงมา ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างระบบประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่มุ่งทำให้ทั้งแรงงาน และผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม เก็บภาษีจากคนรวยที่มีทรัพย์สินและรายได้สูงเพิ่มขึ้น(ปัจจุบันไทยยังเก็บ ภาษีได้แค่ 18% ของ GDP ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเก็บได้ถึง 30-40% ของ GDP) เพื่อที่ภาครัฐจะได้มีงบประมาณนำไปช่วยพัฒนาคนส่วนใหญ่ที่เป็นคนจนให้เข้ม แข็งมากขึ้น

ประเทศไทยมีประชาชน 64 ล้านคน(ใหญ่กว่าอังกฤษ อิตาลี) ที่สามารถพัฒนาให้เป็นตลาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตได้มากกว่าปัจจุบันหลายเท่า ถ้ารัฐสามารถทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีการศึกษา มีประสิทธิภาพ มีงานทำที่มีผลตอบแทนที่เป็นธรรมขึ้น พวกเขาจะมีอำนาจซื้อมากขึ้น สินค้าและบริการที่ผลิตได้ในประเทศ(ซึ่งควรเน้นการใช้แรงงานและวัตถุดิบภาย ในประเทศ) จะขายได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ นายทุน นายธนาคารด้วย ถ้าเศรษฐกิจภายในประเทศใหญ่ขึ้น จะลดการเสียหายจากปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอย ที่ทำให้เราส่งออกได้น้อยลงได้

การหารายได้จากการส่งออกและการหารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติควร เน้นคุณภาพมากขึ้น เลือกทำสิ่งที่เราทำได้ดี ใช้แรงงาน วัตถุดิบ ภูมิปัญญา เทคโนโลยีของเราเอง เพื่อช่วยให้ประชาชนในประเทศได้ประโยชน์มากกว่าการส่งเสริมการส่งออกสินค้า ประเภทรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้าที่คนไทยได้แต่ค่าแรงนิดหน่อย แต่ประเทศไทยต้องสั่งเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ พลังงานเข้ามามาก และกำไรไหลกลับไปต่างประเทศมาก กว่าที่จะหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ

หลักการปฏิรูปเศรษฐกิจที่สำคัญ คือทำให้คนส่วนใหญ่มีอาหาร ที่อยู่ การรักษาสุขภาพ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็น การศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นที่เราสามารถผลิตขึ้นในประเทศได้ แต่ต้องรู้จักการบริหารจัดการ ใช้แรงงาน ทรัพยากร เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดความยั่งยืน และแบ่งปันอย่างเป็นธรรม เราจึงจะสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจการเมือง และก้าวข้ามวิกฤติแบบไทยได้ โดยไม่ต้องไปพึ่งตัวแบบของตะวันตก

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

3 responses to “จะหาทางออกจากปัญหาวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจได้อย่างไร

  1. ทศพร

    กันยายน 23, 2009 at 8:38 pm

    ตราบใดที่ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในบ้านในเมือง ตั้งแต่ระดับล่างขึ้นไปสู่ระดับบน ยังห่วงผลประโยชน์ส่วนตนอยู่ (อาจจะด้วยความจำเป็นหรือความโลภ) แนวคิดการปฏิรูปทั้ง 3 ด้าน จะยังคงถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ไม่ได้นำออกมาปฏิบัติให้เกิดผล แต่สิ่งเดียวที่ยังหวังพึงได้…คือ..พลังของประชาชน

     
  2. mac

    กันยายน 28, 2009 at 9:49 pm

    ใช่! พลังอำนาจของประชาชนคนไทยนี่แหละ จะได้เห็นในไม่ช้า
    อย่างที่เคยไล่ทรราชโกงชาติโกงบ้านเมืองอย่างทรหดมาแล้ว
    เชือได้ว่า นักการเมืองปัจจุบันส่วนมาก ตามไม่ทันประชาชนที่สู้มาเหล่านั้นแล้ว และกำลังห่างออกไปทุกทีด้วย

    เขาไม่เลือกที่จะเชื่อว่า พลังกลุ่มนี้จับตามองการกินเมืองของมัน-เหล่านักการเมืองวิญญาณเปรต อย่างตาไม่กระพริบ อยู่ทุกขณะ

    แล้วเรามาคอยดูกัน….

     
  3. tobe

    กันยายน 28, 2009 at 9:56 pm

    หากเชื่ออย่างหลงผิดตามที่สื่ออย่าง มติโจร เล่าข่าว
    โดยไม่สังเกตจุดมุ่งหมายของคนไทยที่ทำเพื่อรักษาเมือง
    กับ กลุ่มม็อบประจำเดือน ที่รักษาทรราช

    คุณจะหลงไปหลงมา วางตำแหน่งคน 2 กลุ่มในระนาบเดียวกัน และรำคาญ
    คุณคือคนที่แพ้ทางสื่อชั่ว โดยไม่มีโอกาสฉุกคิดที่จะมาทางที่ถูกได้เลย

    พึงพิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้และไม่รู้ของตัวเองบ่อยๆ จะดีเอง

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: