RSS

ช่วยกันคิดและสร้างผู้นำให้กับสังคมไทย

30 ก.ย.

ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนผู้นำระดับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่ทั้งฉลาด เก่งและดี รับผิดชอบต่อส่วนรวมเท่านั้น เรากำลังขาดแคลนผู้นำทางการเมืองและการปกครองและการบริหารงานสาธารณะ ทุกระดับ ทั้งข้าราชการ ทั้งตำรวจ ทหาร รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระที่รับผิดชอบ และกล้าตัดสินใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขาดแคลนผู้นำในวงธุรกิจเอกชน ภาคสังคมประชา นักวิชาการ นักวิชาชีพ สื่อมวลชนฯลฯ ที่ฉลาด สนใจปัญหาและรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัว เราขาดแคลนแม้แต่ผู้นำที่ดีในหน่วยงานเล็ก ๆ ในครอบครัว ในโรงเรียน

การขาดแคลนผู้นำและภาวะผู้นำที่ดี ในทุกระดับในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้ล้าหลังประเทศอื่น ๆ เรามีวิกฤติทางการเมืองหนักมากจนประเทศไทยจะเป็นรัฐที่ล้มเหลวหรือรัฐที่สอบ ตก (FAILED STATE) บริหารให้ดีไม่ได้มุ่งแต่เอาชนะกันเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่มีใครฟังใคร ไม่มีใครเชื่อใครด้วยเหตุด้วยผลกันแล้ว และเรายังมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความยากจน วิกฤติทางสังคมวัฒนธรรม และวิกฤติทางสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่าหลายประเทศด้วย

ปัญหาทั้งหมดนี้มาจากความล้มเหลวทางวัฒนธรรมการเลี้ยงดูลูก, การกล่อมเกลาทางสังคมและการจัดการศึกษาซึ่งแบบจารีตนิยมและอำนาจนิยมล้าหลัง ไม่ได้พัฒนาแนวคิดเสรีนิยมก้าวหน้าอย่างจริงจังจึงไม่สามารถช่วยทำให้คนไทย เติบโตเป็นคนที่ฉลาดทั้งทางปัญญา อารมณ์และจิตสำนึก เป็นคนมีความรู้ รักความรู้(การอ่าน), การฟัง มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ มีสำนึกแบบพลเมืองที่ดีคิดถึงส่วนรวม มองประโยชน์ระยะยาวร่วมกันมากกว่าส่วนตน ผลประโยชน์ระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นในการร่วมมือกันพัฒนาชุมชน องค์กร สังคมและประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนได้

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม (การคิดค้นใหม่ทางสังคม) มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานซึ่งขณะนี้มีอาจารย์และบุคลากรราว 40 คน นักศึกษาตั้งแต่ป.ตรีถึงป.เอกราว 600 คน ตระหนักถึงปัญหานี้ และเราได้ทำงานการศึกษาเพื่อสร้างผู้นำหรือผู้ที่จะมีความรู้เรื่องภาวะผู้ นำมากขึ้นมา 5-6 ปีแล้ว แรกสุดเราเปิดหลักสูตร ผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง ระดับปริญญาตรี เสริมหลักสูตร ปรัชญา เศรษฐศาสตร์ การเมือง ที่เราเปิดอยู่ และมีคนสนใจเรียนน้อย เพราะชื่อหลักสูตรแบบ PPE.(ที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเรียนที่ออกซ์ฟอร์ด) ฟังดูคลาสสิกและยากเกินไปสำหรับนักเรียนไทยที่มุ่งมาเรียนที่มหาวิทยาลัย เอกชน

ที่เราต้องตั้งชื่อหลักสูตรยืดยาวว่า ผู้นำทางสังคมธุรกิจและการเมือง เพราะในสังคมไทยเข้าใจคำว่า ผู้นำและภาวะผู้นำ น้อย หรือต่างคนต่างเข้าใจไปต่าง ๆ นานา เช่นคิดถึงเฉพาะผู้นำทางการเมือง เข้าใจว่าผู้นำเป็นเรื่องของตำแหน่งที่มีอำนาจ ไม่ใช่เรื่องภาวะ คุณสมบัติ ความรู้บางอย่างที่คนเราสามารถจะเรียนรู้กันได้ เราตั้งชื่อ ผู้นำทางสังคมธุรกิจการเมือง เพื่อที่จะสื่อว่า เราสนใจการเรียนรู้ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ การพัฒนาทางสังคมและมุ่งให้บัณฑิตที่จบไปซึ่งมีความรู้สังคมศาสตร์แบบวิทยา การ หรือเศรษฐศาสตร์การเมือง ที่สามารถไปทำงานได้ทั้งในภาคการเมือง ธุรกิจและภาคสังคม เราเชื่อว่ามนุษย์เรามีประสบการณ์ มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่เราจะนำ วิเคราะห์ และเรียนรู้กันได้เร็วขึ้นได้ แทนที่จะต้องเรียนรู้จากการลองถูกลองผิดจากประสบการณ์เท่านั้น

หลักสูตรผู้นำฯ ระดับปริญญาตรี มีคนมาเรียนปีละสัก 50-100 คน แต่ออกระหว่างทางไปบ้าง จบจริง ๆ ปีละ 40-50 คน คนที่มาเรียนมีพวกสนใจการเมืองและสังคม ตั้งใจมาเรียนเพราะไปมีบทบาททางการเมืองและสังคมอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็คล้าย ๆ นักเรียนมหาวิทยาลัย ไทยระดับทั่วไป ซึ่งมาจากระบบการเลี้ยงดูและการศึกษาระดับประถม มัธยมที่ด้อยประสิทธิภาพ ทำให้พวกเขาไม่ค่อยรู้จักตัวเอง ไม่ค่อยรักการอ่าน ไม่มีวินัย ไม่รู้วิธีการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือปัญหาหลักของนักศึกษาทั่วทั้งประเทศไทย ปัจจุบันปัญหานักเรียนประถมถึงมัธยม 6 เรียนได้ไม่ครบ 12 ปี ออกกลางคันเกือบ 20% เป็นปัญหาเรื่องความยากจนและการปรับตัวเข้ากับระบบโรงเรียน(ที่สอนได้คุณภาพ แตกต่างกัน ค่อนไปทางต่ำ) ไม่ได้เป็นปัญหาที่เราพอรู้อยู่บ้าง แต่ปัญหานักศึกษาเรียนไม่ได้ เรียนไม่ได้ดี ออกกลางคันมากแค่ไหนเรายังไม่รู้ มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งนักศึกษาออกก่อนจบเกือบครึ่งหนึ่ง แต่เราไม่รู้ว่าเขาไปเรียนที่อื่นต่อหรือออกไปเลย

ทั้งหมดคือปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ถ้าเราไม่พยายามแก้ปัญหานี้ ถ้าเราไม่สามารถ ปฏิรูปกระบวนจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพทั้งระบบแท้จริง ประเทศไทยทั้งประเทศจะสอบตก คือไม่สามารถสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพไปแข่งขันกับใครเขาได้

อาศัยที่หลักสูตรผู้นำป.ตรีของเรามีนักศึกษากลุ่มเล็ก อาจารย์ดูแลได้ดีกว่ากรณีมีนักศึกษากลุ่มใหญ่ เราก็พอช่วยพัฒนานักศึกษาได้บ้าง หลักสูตรเราเน้นการอ่าน คิดวิเคราะห์ ทำรายงาน โครงการ ทำกิจกรรม และวัดผลแบบเก็บคะแนนและสอบแบบอัตนัย ทำให้นักศึกษาบางคนที่ตั้งใจหน่อยเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้อย่างมาก แต่ใครจะพัฒนาตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับตัวนักศึกษาด้วย

หลักสูตรที่เราทำได้ดีและคึกคักหน่อย คือหลักสูตรผู้นำฯ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพราะนักศึกษาเป็นระดับผู้ใหญ่ที่มีพื้นฐานความรู้ประสบการณ์มากหน่อย บางคนจบปริญญาเอก จบปริญญาโทสาขาอื่นมาแล้ว เป็นผู้นำทางธุรกิจ การเมือง สังคมในระดับหนึ่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของแต่ละคนก็ยังมีอยู่บ้าง เพราะระบบการศึกษาไทยไม่ได้ฝึกให้คนรักการอ่าน การคิดวิเคราะห์ วิจัย การเรียนมากพอ แต่การเรียนการสอนที่เน้นพัฒนาและการเขียนรายงาน เขียนวิทยานิพนธ์ก็ช่วยพัฒนาพวกเขาได้บ้าง

ปัจจุบันเรามีหลักสูตรผู้นำ ปริญญาโท ออนไลน์ เรียนทางอินเตอร์เน็ทด้วย มีผู้สนใจเข้ามาเรียนและตั้งใจเรียนจนเริ่มจบกันไปบ้างแล้ว กลุ่มนี้ใช้วิธีพูดคุยกับอาจารย์ สัมมนากันทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ท แต่มีการนัดมาเรียนและวัดผลกันแบบเผชิญหน้ากันบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่ไหนก็เรียนได้ แต่ต้องเป็นคนที่รักการอ่าน การเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นจึงจะเรียนได้ดีพอที่จะจบได้

ทางวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม พยายามจะขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ต่างจังหวัด ตอนนี้ได้ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ขอนแก่น ของศาสตราจารย์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ เปิดหลักสูตรปริญญาโท ผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่แคมปัสของมหาวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ในตัวเมืองขอนแก่น โดยจะใช้เวลาการเรียนช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ เริ่มเปิดรับตั้งแต่ตอนนี้และเปิดเทอมเดือนมิถุนายน

ตอนนี้หลักสูตรผู้นำฯทุกระดับการศึกษา(ตรี โท เอก) ของวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ก็กำลังเปิดรับนักศึกษาอยู่ ทางวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมยังมีหลักสูตรปริญญาโท จีนในระบบเศรษฐกิจโลก มีการเปิดให้ผู้สนใจสมัครเข้าเรียนบางวิชา และกำลังเตรียมจัดทัศนศึกษาประเทศจีนตอนใต้ใกล้ชายแดนไทยอยู่ได้ด้วย

ในด้านองค์ความรู้เรื่องผู้นำกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศไทย ยังเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันพัฒนาอีกมาก ทางวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม กำลังทำวารสารทางวิชาการราย 4 เดือน ชื่อวารสารศาสตร์แห่งผู้นำ ฉบับแรกคงจะออกได้ในเดือนมิถุนายนนี้ ผมเองก็พิมพ์หนังสือขนาดกระเป๋าเกี่ยวกับผู้นำออกมาแล้ว 3 เล่ม (ดู http://www.witayakornclub.wordpress.com) นอกจากนี้ทางวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมก็ยังจัดสัมมนา เรื่อง ผู้นำและปัญหาเศรษฐกิจการเมืองไทย อยู่เป็นระยะ ๆ และเราเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการศึกษาวิจัยและเผยแพร่ เรื่อง การสร้างสังคมธรรมาธิปไตย ของมหาวิทยาลัยรังสิต

ปัญหาผู้นำไม่ใช่เรื่องของชนชั้นนำส่วนน้อยเท่านั้น แต่คือเรื่องของการพัฒนาคนไทยทั้งประเทศให้มีความรู้ ความคิดอ่านและสามารถนำอย่างน้อยตัวเองไปในทางที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อ การพัฒนาตัวเองและสังคมมากขึ้นได้ ถัดไปก็ต้องนำครอบครัว นำน้อง ๆ นำในแผนกหน่วยงานต่าง ๆ ฯลฯได้ ดังนั้น ในฐานะผู้บุกเบิกวิชาการด้านนี้เราจึงใคร่ขอเชิญให้ผู้สนใจปัญหาของบ้าน เมืองมาร่วมกันศึกษา ค้นคว้า วิจัย คิดวิเคราะห์ เขียนเสนอองค์ความรู้ เรื่อง ผู้นำกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมไทยกันให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันปฏิรูปการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยทั้งทางการ เมือง เศรษฐกิจ สังคมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เล่นละครหรือเกมทางการเมือง เรื่องการปฏิรูปการเมืองอย่างที่นักการเมืองไทยกำลังทำกันอยู่ในปัจจุบัน เพียงเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของพวกเขาเท่านั้น

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: