RSS

ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมสร้างความทุกข์มากกว่าความสุข

10 ต.ค.

ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม หมายถึงระบบการผลิตแบบขนานใหญ่ที่ใช้เครื่องจักร นายทุนเป็นเจ้าของและผู้ว่าจ้างแรงงาน เติบโตอย่างมากในรอบ 200 ปี ส่วนที่สำคัญมาจากการสะสมกำไรและการขยายการลงทุนของนายทุน และการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีที่สามารถนำพลังงานจากฟอสซิลคือถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มาใช้กับเครื่องจักรในการผลิตและการขนส่งสินค้าทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรไปขาย ได้โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำ เนื่องจากนายทุนจ่ายเฉพาะค่าสัมปทานให้รัฐและค่าต้นทุนในการขุดเจาะและกลั่น/แปรรูปพลังงาน แต่ไม่ต้องจ่ายต้นทุนทางสังคมที่ โลกกว่าจะสร้างน้ำมันขึ้นมาให้เราได้ใช้นั้นต้องใช้เวลาทับถมของซากสิ่งมี ชีวิตดึกดำบรรพ์เป็นล้านปี พลังงานราคาต่ำทำให้นายทุนสร้างกำไรและทำให้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโตได้อย่าง รวดเร็ว

ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมทำความร่ำรวยให้นายทุนส่วนน้อยและกระจายผลการ พัฒนาสู่ประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดสงคราม ความรุนแรงทางการเมืองและสังคม เกิดมลภาวะและปัญหาโลกร้อนซึ่งนำไปสู่หายนภัยที่ร้ายแรง ซึ่งคิดรวมแล้วเป็นต้นทุนต่อส่วนรวมที่สูงมาก แต่ชน ชั้นนายทุนในระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมซึ่งคิดถึงแต่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลและการ หากำไรส่วนบุคคลในระบบตลาดแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ปล้นสะดมภ์โลกทั้งโลกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายที่พวกเขาเขียน โดยไม่ได้คิดถึงหรือรับผิดชอบต่อต้นทุนทางสังคมส่วนนี้แต่อย่างใด

ประชาชนส่วนใหญ่มักคิดว่าโลกสมัยใหม่เจริญขึ้น เพราะพวกเขาได้บริโภคสินค้าและบริการที่ส่งมาจากทั่วโลกได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มขึ้นมาก แม้คนจนก็มีความหวังว่าวันหนึ่ง เขาจะรวยขึ้น ได้มีสิ่งของอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น แต่ความจริงคือ นาย ทุนซึ่งเป็นคนรวยและคนชั้นกลางส่วนน้อยเท่านั้นที่ร่ำรวยเพิ่มขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ที่เป็นแรงงาน เกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย ต้องทำงานหนัก เป็นหนี้และมีชีวิตที่ยากลำบากหรือเคร่งเครียดมากขึ้น ทั้งประชาชนทั่วโลกไม่ว่าจนหรือรวยต่างได้รับผลเสียหายจากมลภาวะโลกร้อนมากกว่ายุคใด ๆ

ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เน้นการหากำไรสูงสุดของเอกชนกำลัง นำชาวโลกไปสู่วิกฤติใหญ่อย่างน้อย 3 ด้าน คือ

1) ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่มีลักษณะผูกขาดกลุ่ม เน้นการหากำไรสูงสุดก่อให้เกิดความไม่สมดุล ความไม่เสมอภาค สงครามและความขัดแย้งมากขึ้นตามลำดับ ประเทศรวยโดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติขนาดยักษ์และนายทุนซึ่งเป็นคน 5-10% ของโลกรวยขึ้น แต่คนส่วนใหญ่อีก 90% ที่เป็นแรงงานจนลง เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศร่ำรวย 30 ประเทศกับประเทศยากจน 200 กว่าประเทศ บริษัทข้ามชาติ 500 แห่งกับคนงานและเกษตรกร 2-3 พันล้านคน คนรวยคนชั้นกลาง 20% แรกกับคนจน 80% หลังฯลฯ แม้แต่ประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยกันก็ต้องแข่งขันและขัดแย้งกันทางเศรษฐกิจ สูง ประเทศเพื่อนบ้านทั่วโลกจำนวนมากก็ขัดแย้งกัน เกิดสงครามทางเศรษฐกิจซึ่งบางครั้งปะทุเป็นสงครามจริงๆเพื่อแย่งชิงน้ำมัน แร่ธาตุ ทรัพยากร อาหาร และปัจจัยอื่นๆที่จำเป็นต่อชีวิตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากขึ้นตามลำดับ

ปัญหาการก่อความรุนแรงในสหรัฐและยุโรปตะวันตก ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการเมืองเหล่านี้ บวกกับความแตกต่างและความขัดแย้งเรื่องความเชื่อและวัฒนธรรมด้วย ระบบการผลิตและจัดจำหน่ายที่ควบคุมโดยบริษัททุนข้ามชาติขนาดยักษ์ของประเทศ ร่ำรวยทำให้สินค้าที่จำเป็น เช่นอาหาร ยา ที่อยู่อาศัยมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ของคนจน คนจนโดยเฉพาะคนว่างงานและคนทำงานต่ำกว่าระดับซึ่งมีอัตราสูงในประเทศกำลัง พัฒนามีชีวิตที่ยากลำบากยิ่งกว่าในยุคเศรษฐกิจพึ่งตนเองแบบทำเพื่อกินเพื่อ ใช้ในยุคก่อนทุนนิยมอุตสาหกรรม

2) การผลิตและการบริโภคสินค้าอุตสาหกรรมประเภทรถยนต์ส่วนตัว การสร้างโรงงาน บ้าน อาคาร ธุรกิจ การค้า ถนนหนทาง การผลิตไฟฟ้าและพลังงานต่างๆ รวมทั้งการผลิตสินค้าและบริการที่ฟุ่มเฟือยส่งไปขายคนรวยคนชั้นกลางทั่วโลก เป็นการผลิตและการขนส่งที่เกินความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และเป็นการถลุงใช้ทรัพยากรและพลังงานในระดับที่สูงมากเกินกว่าที่โลกจะรอง รับได้ พลังงานจากฟอสซิลของทั้งโลกจะถูกใช้หมดภายในไม่เกิน 100 ปี ขณะที่พลังงานทางเลือกอื่นๆเช่น แสงอาทิตย์ ลม ไฮโดรเจน ยังคงมีต้นทุนสูงหรือยังมีขีดจำกัด พลังงานน้ำมันที่สกัดจากพืชเช่น เอธานอล ไบโอดีเซล มีต้นทุนในการผลิตและต้นทุนทางสังคมสูง เพราะต้องไปแย่งที่ดิน น้ำและการปลูกพืชที่เป็นอาหาร

เรื่องอาหารและน้ำของทั้งโลกก็จะขาดแคลนเช่นกัน เพราะทั้งประชากรเพิ่ม และเพราะการผลิตและการบริโภคอย่างฟุ่มเฟือยของชนชั้นกลาง ไปทำลายแหล่งน้ำจืด ความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งอาหารจากสัตว์น้ำในทะเล ทั้งการเกษตรสมัยใหม่ต้องพึ่งน้ำมันที่ใช้กับเครื่องแทรกเตอร์ สูบน้ำ การขนส่ง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช การแปรรูปฯลฯมาก เมื่อน้ำมันราคาสูงขึ้น ก็ทำให้ต้นทุนการเกษตรสูงขึ้นด้วย

ปัญหาจากการผลิต การขนส่ง และบริโภคสินค้าอุตสาหกรรมและบริการอย่างฟุ่มเฟือยมากเกินไปของคนรวยคนชั้นกลาง ทำให้เกิดความเสียหายจากภาวะโลกร้อนแบบทวีคูณ เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำแข็งซึ่งเคยทำหน้าที่ช่วยสะท้อนความร้อนกลับออกไปกลายเป็นน้ำ ยิ่งทำให้โลกร้อนขึ้น (อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น) โลกที่ร้อนขึ้น ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ พายุ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฝนแล้ง ภูมิอากาศแปรปรวน ภัยจากแมลง โรคภัยต่างๆ ทั้งศัตรูพืชและศัตรูคนเพิ่มขึ้น ผลผลิตการเกษตรจะลดลง ต้นทุนสูงขึ้น อาหารราคาสูงขึ้น คนที่จะเดือดร้อนมากที่สุด คือคนจน แม้แต่เกษตรกรเองหลายคนก็ปลูกพืชเพื่อขายรวมทั้งพืชที่ไม่ใช่อาหาร ไม่ได้ปลูกกินเองแบบพึ่งพาตัวเองได้เหมือนในยุคก่อนทุนนิยมอุตสาหกรรม

3) ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลกที่เน้นการเพิ่มความเจริญเติบโตทางวัตถุและการหากำไร ของเอกชน ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม การทำงานหนักและชีวิตที่มีความทุกข์เพิ่มขึ้น ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมทำให้การกระจายทรัพย์สินและรายได้ระหว่างกลุ่มชนต่าง ๆ ไม่เป็นธรรมเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อหรือค่าครองชีพเพิ่มสูงกว่า ทำให้รายได้แท้จริง(รายได้ที่สามารถซื้อสินค้าจำเป็น)ลดลง คนต้องทำงานหนัก เป็นหนี้ แข่งขัน เครียด อยู่กันแออัดยัดเยียดมากขึ้น

ทั้งคนจน คนรวยมีความทุกข์เพิ่มขึ้น สหรัฐฯ เติบ โตทางเศรษฐกิจในรอบ 30 ปีที่ผ่านมามาก แต่ชาวอเมริกันมีปัญหาความเครียดในการทำงานหนักเพื่อแข่งขันกันหาเงิน แข่งขันเพื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมาก มีปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง หย่าร้าง โรคจิตประสาท ปัญหาการเสพติดยาและเหล้า การฆ่าตัวตาย ความเหงา ความว้าเหว่ ปัญหาสังคมวัฒนธรรมต่างๆมาก เพราะสหรัฐฯเน้นความเป็นปัจเจกชนนิยมแบบมุ่งหาเงินและบริโภคนิยมมากยิ่งกว่าประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา ซึ่งยังพยายามรักษาสถาบันครอบครัวและชุมชนหรือความคิดเพื่อส่วนรวมไว้ได้ ระดับหนึ่ง แต่แม้กระนั้นในประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ความอบอุ่นมั่นคงในครอบครัว ชุมชนก็ลดลง และประชาชนในเขตเมืองใหญ่มีความทุกข์ ความเครียดมากขึ้นกว่าในยุคก่อนทุนนิยมอุตสาหกรรม

คนอเมริกันและคนรวยคนชั้นกลางส่วนใหญ่ในทุกประเทศ กำลังเผชิญปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวและในชุมชนอ่อนแอลง ชีวิตขาดความรู้สึกอบอุ่น ขาดความสุข ความพอใจอย่างแท้จริง ได้แต่ความพอใจแบบฉาบฉวยจากการบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งเมื่อเคยชินแล้ว ความพอใจก็ลดน้อยถอยลง ต้องเสพมากขึ้นหรือเลิกก็ไม่ได้ มีลักษณะคล้ายการบริโภคยาเสพติด การสำรวจทัศนคติของประชาชนชาวอเมริกันทุกปีในช่วงปี 1970 ถึง 1994 โดยสภาวิจัยความคิดเห็นของชาติ รายงานว่าชาวอเมริกันที่ตอบว่าตนมีความสุขมีสัดส่วนที่ลดลงตามลำดับ

ยิ่งเกิดวิกฤติทางการเงินปี 2007-ปัจจุบัน ที่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ราคาบ้าน หุ้น ตราสารต่าง ๆ ตกลงมาก ธุรกิจการเงิน การบริการและอุตสาหกรรมขาดทุน ลดการผลิต ลดการจ้างงาน ทำให้คนอเมริกันและคนในประเทศอื่น ๆ ตกงานหรือมีรายได้ลดลง คนหลายล้านคนถูกยึดบ้าน มีชีวิตอยู่อย่างลำบาก มีปัญหาความเครียด ความทุกข์เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ยังคงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบมุ่งใช้เงินไปช่วยธนาคารสถาบันการเงินและบริษัท ใหญ่ให้อยู่รอดได้ หรือช่วยสงเคราะห์ให้ประชาชนมีเงินจับจ่ายไปช่วยพยุงภาคธุรกิจเอกชน มากกว่าที่จะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของและผู้ควบ คุมปัจจัยการผลิต การจัดจำหน่ายมากขึ้น มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากกว่าระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่มีลักษณะกอบโกย ทำลายล้าง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของคนกลุ่มน้อยและสร้างปัญหาวิกฤติให้คนทั้งโลก

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: