RSS

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (รายงานสภาวะฯปี51-52)

10 พ.ย.

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

แนวคิดหลักของรายงานฉบับนี้คือบทบาทของการจัดการศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทย เนื้อหาประกอบไปด้วย 6 บท ดังต่อไปนี้
บทที่ 1 การเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทยและสถานะของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจโลก เสนอว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทยแบบที่มีความขัดแย้งผันผวนสูง การพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่มีการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมและมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย มีผลกระทบในทางลบต่อการจัดการศึกษาเพื่อประชาชนไทยส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าการจัดการศึกษาของไทยเท่าที่ผ่านมายังไม่มีคุณภาพ/ประสิทธิภาพมากพอที่จะไปแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้

สถานะทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าหลายประเทศที่มีขนาดประชากรและทรัพยากรใกล้เคียงกัน และดัชนีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมหลายด้านของประเทศไทยยังมีอันดับลดลงในรอบ 5-10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยืนยันว่าการจัดการศึกษาของประเทศไทยยังมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไขและการพัฒนาอีกมาก
บทที่ 2 การจัดการศึกษา งบประมาณการศึกษา และระดับการศึกษาของแรงงาน ในช่วงปี 2551-2552 เสนอสถิติจำนวนนักเรียนนักศึกษาประเภทต่าง ๆ ในระดับการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งในแง่ของสัดส่วนของผู้ได้เรียนต่อประชากรในปี 2552 มีแนวโน้มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่ปัญหาเดิม ๆ เช่นภาครัฐจัดการศึกษามากกว่าเอกชนมาก(80 : 20) นักเรียนเรียนมัธยมสายสามัญสูงกว่าสายอาชีวศึกษา(60 : 40) และคนได้เรียนชั้นมัธยมปลายเป็นสัดส่วนต่ำเพราะมีการออกกลางคันมาก ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ด้านงบประมาณการศึกษา รัฐบาลคงจัดสรรให้เป็นสัดส่วนสูง แต่ประสิทธิภาพการใช้จ่ายคงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ แรงงานเกินครึ่งของแรงงานทั่วทั้งประเทศยังคงมีระดับการศึกษาแค่ประถมและต่ำกว่า ขณะที่ผู้ว่างงานมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาและมัธยมเป็นสัดส่วนสูงกว่าผู้มีการศึกษาต่ำกว่า
บทที่ 3 การประเมินคุณภาพ/ประสิทธิภาพการศึกษา เสนอการประเมินโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ 2 หน่วยงาน คือสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ข้อมูลโดยรวมกล่าวถึงการจัดการศึกษาโดยเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศยังมีคุณภาพต่ำ คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั่วประเทศในบางวิชาบางระดับตกต่ำลงจาก 4-5 ปีก่อน แต่การประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษารอบ 2 ของสมศ. โดยทั่วไปได้คะแนนดีขึ้นกว่าการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษารอบแรกเมื่อ 1-3 ปีที่แล้ว ผู้วิจัยได้ตั้งข้อสังเกตเชิงวิจารณ์ว่าการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษาแบบให้คะแนนจากการเตรียมเอกสารของสถาบันการศึกษาเป็นด้านหลักอาจจะไม่ถูกต้องแม่นยำนัก เช่นการประเมินผู้เรียนด้านการเป็นคนดีและมีความสุขได้คะแนนสูงโดยเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับการประเมินด้านความเก่งในการเรียน และคะแนนเฉลี่ยของการสอบระดับชาติที่ได้ต่ำหรือการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาระดับมัธยมและอุดมศึกษาที่ได้คะแนนค่อนข้างดีขัดแย้งกับข้อมูลทางอื่น
บทที่ 4 การประเมินผลการปฏิรูปการศึกษา โดยบุคคลวงการต่าง ๆ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่มีความเห็นไปทำนองเดียวกันว่าการปฏิรูปการศึกษาในรอบทศวรรษที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ นักเรียนนักศึกษายังไม่ค่อยเก่งและเป็นคนดี มีวินัย มีความรับผิดชอบเท่าที่ควร การจัดการศึกษามีลักษณะตัดขาดจากชีวิตจริงและชุมชน ไม่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้มากพอ การให้บริการด้านการศึกษายังไม่เสมอภาค และมีความแตกต่างด้านคุณภาพ พ่อแม่ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายสูงฯลฯ รวมทั้งยังมีปัญหาทางด้านคุณภาพการศึกษาที่ยังต้องการการปรับปรุงแก้ไขอีกมาก โดยเฉพาะในด้านการปฏิรูปเพื่อเพิ่มคุณภาพ/ประสิทธิภาพผู้บริหารการศึกษาและครูอาจารย์หลักสูตรและกระบวนการสอนการเรียน
บทที่ 5 การศึกษากับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม การเปลี่ยนแปลงเรื่องประชากรและการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารที่ทำให้เกิดการกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรมและปัญหาคนจนนั้น ทำให้คนจนและผู้มีรายได้น้อยได้รับโอกาสทางการศึกษาน้อยและพัฒนาตนเองได้น้อยกว่ากลุ่มคนที่มีรายได้มากกว่า ทั้งการจัดการศึกษาที่โดยรวมแล้วไม่เป็นธรรมและมีคุณภาพต่ำมีผลต่อคุณภาพแรงงาน ทำให้ประชาชนไทยยังไม่มีความรู้สามารถมากพอ เช่นขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร การเรียนรู้ การมีวินัย ความกระตือรือร้นในการทำงานในด้านปริมาณก็ขาดการวางแผนและการลงทุนที่ดี คือผลิตผู้สำเร็จการศึกษาบางระดับบางสาขามากไปจนเกิดปัญหาว่างงาน ขณะที่บางระดับบางสาขาขาดแคลน การจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคการบริหารจัดการแต่ต้องทำแบบเชื่อมโยงและควบคู่ไปกับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บทที่ 6 แนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคแบบคอขวดของการปฏิรูปการศึกษา บทนี้สรุปเฉพาะเรื่องใหญ่ระดับโครงสร้าง ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าเป็นปัญหาอุปสรรคคอขวดของการปฏิรูปการศึกษารวม 5 เรื่อง ที่ถ้าหากเราทุ่มเทปรับปรุงแก้ไขเชิงโครงสร้างทั้ง 5 เรื่องนี้ได้จริงจัง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาส่วนย่อยเช่นเรื่องการปรับปรุงแก้ไขการจัดการศึกษาประเภทต่าง ๆ ระดับต่าง ๆ ได้ด้วย
เรื่องใหญ่ทั้ง 5 ประกอบไปด้วย 1.กรอบคิดและแนวทางในการพัฒนาประเทศ ควรเปลี่ยนจากการพัฒนาตามแนวทางระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดเพื่อเน้นการเติบโตของผลผลิต เป็นการพัฒนาตามแนวทางระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและระบบสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนที่เน้นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 2.การปรับโครงสร้างอำนาจการบริหารแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากการรวมศูนย์อำนาจที่กระทรวงศึกษาเป็นรูปแบบการบริหารโดยสำนักงานประกันคุณภาพการศึกษาที่มีคณะกรรมการจากภาคี 4 ฝ่าย ที่ภาคประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ครูอาจารย์เข้าไปร่วมบริหารจัดการ 3.การปฏิรูปพัฒนาครูอาจารย์ให้เป็นครูอาจารย์แนวใหม่ 4.การปฏิรูปการจัดหางบประมาณให้ได้มากขึ้นและการรู้จักใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเพิ่มขึ้น และ 5.การระดมให้ประชาชนทั้งประเทศตระหนักถึงปัญหาความสำคัญของการเข้าร่วมการปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมอย่างเอาการเอางาน เพราะต่อเมื่อประชาชนเข้าใจและสนใจเข้าร่วมอย่างมีจิตสำนึกเท่านั้น การปฏิรูปคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศจึงจะประสบสำเร็จ

สถานะทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าหลายประเทศที่มีขนาดประชากรและทรัพยากรใกล้เคียงกัน และดัชนีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมหลายด้านของประเทศไทยยังมีอันดับลดลงในรอบ 5-10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยืนยันว่าการจัดการศึกษาของประเทศไทยยังมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไขและการพัฒนาอีกมาก
บทที่ 2 การจัดการศึกษา งบประมาณการศึกษา และระดับการศึกษาของแรงงาน ในช่วงปี 2551-2552 เสนอสถิติจำนวนนักเรียนนักศึกษาประเภทต่าง ๆ ในระดับการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งในแง่ของสัดส่วนของผู้ได้เรียนต่อประชากรในปี 2552 มีแนวโน้มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่ปัญหาเดิม ๆ เช่นภาครัฐจัดการศึกษามากกว่าเอกชนมาก(80 : 20) นักเรียนเรียนมัธยมสายสามัญสูงกว่าสายอาชีวศึกษา(60 : 40) และคนได้เรียนชั้นมัธยมปลายเป็นสัดส่วนต่ำเพราะมีการออกกลางคันมาก ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ด้านงบประมาณการศึกษา รัฐบาลคงจัดสรรให้เป็นสัดส่วนสูง แต่ประสิทธิภาพการใช้จ่ายคงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ แรงงานเกินครึ่งของแรงงานทั่วทั้งประเทศยังคงมีระดับการศึกษาแค่ประถมและต่ำกว่า ขณะที่ผู้ว่างงานมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาและมัธยมเป็นสัดส่วนสูงกว่าผู้มีการศึกษาต่ำกว่า
บทที่ 3 การประเมินคุณภาพ/ประสิทธิภาพการศึกษา เสนอการประเมินโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ 2 หน่วยงาน คือสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ข้อมูลโดยรวมกล่าวถึงการจัดการศึกษาโดยเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศยังมีคุณภาพต่ำ คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั่วประเทศในบางวิชาบางระดับตกต่ำลงจาก 4-5 ปีก่อน แต่การประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษารอบ 2 ของสมศ. โดยทั่วไปได้คะแนนดีขึ้นกว่าการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษารอบแรกเมื่อ 1-3 ปีที่แล้ว ผู้วิจัยได้ตั้งข้อสังเกตเชิงวิจารณ์ว่าการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษาแบบให้คะแนนจากการเตรียมเอกสารของสถาบันการศึกษาเป็นด้านหลักอาจจะไม่ถูกต้องแม่นยำนัก เช่นการประเมินผู้เรียนด้านการเป็นคนดีและมีความสุขได้คะแนนสูงโดยเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับการประเมินด้านความเก่งในการเรียน และคะแนนเฉลี่ยของการสอบระดับชาติที่ได้ต่ำหรือการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาระดับมัธยมและอุดมศึกษาที่ได้คะแนนค่อนข้างดีขัดแย้งกับข้อมูลทางอื่น
บทที่ 4 การประเมินผลการปฏิรูปการศึกษา โดยบุคคลวงการต่าง ๆ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่มีความเห็นไปทำนองเดียวกันว่าการปฏิรูปการศึกษาในรอบทศวรรษที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ นักเรียนนักศึกษายังไม่ค่อยเก่งและเป็นคนดี มีวินัย มีความรับผิดชอบเท่าที่ควร การจัดการศึกษามีลักษณะตัดขาดจากชีวิตจริงและชุมชน ไม่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้มากพอ การให้บริการด้านการศึกษายังไม่เสมอภาค และมีความแตกต่างด้านคุณภาพ พ่อแม่ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายสูงฯลฯ รวมทั้งยังมีปัญหาทางด้านคุณภาพการศึกษาที่ยังต้องการการปรับปรุงแก้ไขอีกมาก โดยเฉพาะในด้านการปฏิรูปเพื่อเพิ่มคุณภาพ/ประสิทธิภาพผู้บริหารการศึกษาและครูอาจารย์หลักสูตรและกระบวนการสอนการเรียน
บทที่ 5 การศึกษากับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม การเปลี่ยนแปลงเรื่องประชากรและการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารที่ทำให้เกิดการกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรมและปัญหาคนจนนั้น ทำให้คนจนและผู้มีรายได้น้อยได้รับโอกาสทางการศึกษาน้อยและพัฒนาตนเองได้น้อยกว่ากลุ่มคนที่มีรายได้มากกว่า ทั้งการจัดการศึกษาที่โดยรวมแล้วไม่เป็นธรรมและมีคุณภาพต่ำมีผลต่อคุณภาพแรงงาน ทำให้ประชาชนไทยยังไม่มีความรู้สามารถมากพอ เช่นขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร การเรียนรู้ การมีวินัย ความกระตือรือร้นในการทำงานในด้านปริมาณก็ขาดการวางแผนและการลงทุนที่ดี คือผลิตผู้สำเร็จการศึกษาบางระดับบางสาขามากไปจนเกิดปัญหาว่างงาน ขณะที่บางระดับบางสาขาขาดแคลน การจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคการบริหารจัดการแต่ต้องทำแบบเชื่อมโยงและควบคู่ไปกับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บทที่ 6 แนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคแบบคอขวดของการปฏิรูปการศึกษา บทนี้สรุปเฉพาะเรื่องใหญ่ระดับโครงสร้าง ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าเป็นปัญหาอุปสรรคคอขวดของการปฏิรูปการศึกษารวม 5 เรื่อง ที่ถ้าหากเราทุ่มเทปรับปรุงแก้ไขเชิงโครงสร้างทั้ง 5 เรื่องนี้ได้จริงจัง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาส่วนย่อยเช่นเรื่องการปรับปรุงแก้ไขการจัดการศึกษาประเภทต่าง ๆ ระดับต่าง ๆ ได้ด้วย
เรื่องใหญ่ทั้ง 5 ประกอบไปด้วย 1.กรอบคิดและแนวทางในการพัฒนาประเทศ ควรเปลี่ยนจากการพัฒนาตามแนวทางระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดเพื่อเน้นการเติบโตของผลผลิต เป็นการพัฒนาตามแนวทางระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและระบบสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนที่เน้นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 2.การปรับโครงสร้างอำนาจการบริหารแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากการรวมศูนย์อำนาจที่กระทรวงศึกษาเป็นรูปแบบการบริหารโดยสำนักงานประกันคุณภาพการศึกษาที่มีคณะกรรมการจากภาคี 4 ฝ่าย ที่ภาคประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ครูอาจารย์เข้าไปร่วมบริหารจัดการ 3.การปฏิรูปพัฒนาครูอาจารย์ให้เป็นครูอาจารย์แนวใหม่ 4.การปฏิรูปการจัดหางบประมาณให้ได้มากขึ้นและการรู้จักใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเพิ่มขึ้น และ 5.การระดมให้ประชาชนทั้งประเทศตระหนักถึงปัญหาความสำคัญของการเข้าร่วมการปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมอย่างเอาการเอางาน เพราะต่อเมื่อประชาชนเข้าใจและสนใจเข้าร่วมอย่างมีจิตสำนึกเท่านั้น การปฏิรูปคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศจึงจะประสบสำเร็จ

สถานะทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าหลายประเทศที่มีขนาดประชากรและทรัพยากรใกล้เคียงกัน และดัชนีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมหลายด้านของประเทศไทยยังมีอันดับลดลงในรอบ 5-10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยืนยันว่าการจัดการศึกษาของประเทศไทยยังมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไขและการพัฒนาอีกมาก
บทที่ 2 การจัดการศึกษา งบประมาณการศึกษา และระดับการศึกษาของแรงงาน ในช่วงปี 2551-2552 เสนอสถิติจำนวนนักเรียนนักศึกษาประเภทต่าง ๆ ในระดับการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งในแง่ของสัดส่วนของผู้ได้เรียนต่อประชากรในปี 2552 มีแนวโน้มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่ปัญหาเดิม ๆ เช่นภาครัฐจัดการศึกษามากกว่าเอกชนมาก(80 : 20) นักเรียนเรียนมัธยมสายสามัญสูงกว่าสายอาชีวศึกษา(60 : 40) และคนได้เรียนชั้นมัธยมปลายเป็นสัดส่วนต่ำเพราะมีการออกกลางคันมาก ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ด้านงบประมาณการศึกษา รัฐบาลคงจัดสรรให้เป็นสัดส่วนสูง แต่ประสิทธิภาพการใช้จ่ายคงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ แรงงานเกินครึ่งของแรงงานทั่วทั้งประเทศยังคงมีระดับการศึกษาแค่ประถมและต่ำกว่า ขณะที่ผู้ว่างงานมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาและมัธยมเป็นสัดส่วนสูงกว่าผู้มีการศึกษาต่ำกว่า
บทที่ 3 การประเมินคุณภาพ/ประสิทธิภาพการศึกษา เสนอการประเมินโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ 2 หน่วยงาน คือสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ข้อมูลโดยรวมกล่าวถึงการจัดการศึกษาโดยเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศยังมีคุณภาพต่ำ คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั่วประเทศในบางวิชาบางระดับตกต่ำลงจาก 4-5 ปีก่อน แต่การประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษารอบ 2 ของสมศ. โดยทั่วไปได้คะแนนดีขึ้นกว่าการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษารอบแรกเมื่อ 1-3 ปีที่แล้ว ผู้วิจัยได้ตั้งข้อสังเกตเชิงวิจารณ์ว่าการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษาแบบให้คะแนนจากการเตรียมเอกสารของสถาบันการศึกษาเป็นด้านหลักอาจจะไม่ถูกต้องแม่นยำนัก เช่นการประเมินผู้เรียนด้านการเป็นคนดีและมีความสุขได้คะแนนสูงโดยเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับการประเมินด้านความเก่งในการเรียน และคะแนนเฉลี่ยของการสอบระดับชาติที่ได้ต่ำหรือการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาระดับมัธยมและอุดมศึกษาที่ได้คะแนนค่อนข้างดีขัดแย้งกับข้อมูลทางอื่น
บทที่ 4 การประเมินผลการปฏิรูปการศึกษา โดยบุคคลวงการต่าง ๆ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่มีความเห็นไปทำนองเดียวกันว่าการปฏิรูปการศึกษาในรอบทศวรรษที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ นักเรียนนักศึกษายังไม่ค่อยเก่งและเป็นคนดี มีวินัย มีความรับผิดชอบเท่าที่ควร การจัดการศึกษามีลักษณะตัดขาดจากชีวิตจริงและชุมชน ไม่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้มากพอ การให้บริการด้านการศึกษายังไม่เสมอภาค และมีความแตกต่างด้านคุณภาพ พ่อแม่ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายสูงฯลฯ รวมทั้งยังมีปัญหาทางด้านคุณภาพการศึกษาที่ยังต้องการการปรับปรุงแก้ไขอีกมาก โดยเฉพาะในด้านการปฏิรูปเพื่อเพิ่มคุณภาพ/ประสิทธิภาพผู้บริหารการศึกษาและครูอาจารย์หลักสูตรและกระบวนการสอนการเรียน
บทที่ 5 การศึกษากับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม การเปลี่ยนแปลงเรื่องประชากรและการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารที่ทำให้เกิดการกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรมและปัญหาคนจนนั้น ทำให้คนจนและผู้มีรายได้น้อยได้รับโอกาสทางการศึกษาน้อยและพัฒนาตนเองได้น้อยกว่ากลุ่มคนที่มีรายได้มากกว่า ทั้งการจัดการศึกษาที่โดยรวมแล้วไม่เป็นธรรมและมีคุณภาพต่ำมีผลต่อคุณภาพแรงงาน ทำให้ประชาชนไทยยังไม่มีความรู้สามารถมากพอ เช่นขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร การเรียนรู้ การมีวินัย ความกระตือรือร้นในการทำงานในด้านปริมาณก็ขาดการวางแผนและการลงทุนที่ดี คือผลิตผู้สำเร็จการศึกษาบางระดับบางสาขามากไปจนเกิดปัญหาว่างงาน ขณะที่บางระดับบางสาขาขาดแคลน การจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคการบริหารจัดการแต่ต้องทำแบบเชื่อมโยงและควบคู่ไปกับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บทที่ 6 แนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคแบบคอขวดของการปฏิรูปการศึกษา บทนี้สรุปเฉพาะเรื่องใหญ่ระดับโครงสร้าง ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าเป็นปัญหาอุปสรรคคอขวดของการปฏิรูปการศึกษารวม 5 เรื่อง ที่ถ้าหากเราทุ่มเทปรับปรุงแก้ไขเชิงโครงสร้างทั้ง 5 เรื่องนี้ได้จริงจัง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาส่วนย่อยเช่นเรื่องการปรับปรุงแก้ไขการจัดการศึกษาประเภทต่าง ๆ ระดับต่าง ๆ ได้ด้วย
เรื่องใหญ่ทั้ง 5 ประกอบไปด้วย 1.กรอบคิดและแนวทางในการพัฒนาประเทศ ควรเปลี่ยนจากการพัฒนาตามแนวทางระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดเพื่อเน้นการเติบโตของผลผลิต เป็นการพัฒนาตามแนวทางระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและระบบสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนที่เน้นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 2.การปรับโครงสร้างอำนาจการบริหารแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากการรวมศูนย์อำนาจที่กระทรวงศึกษาเป็นรูปแบบการบริหารโดยสำนักงานประกันคุณภาพการศึกษาที่มีคณะกรรมการจากภาคี 4 ฝ่าย ที่ภาคประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ครูอาจารย์เข้าไปร่วมบริหารจัดการ 3.การปฏิรูปพัฒนาครูอาจารย์ให้เป็นครูอาจารย์แนวใหม่ 4.การปฏิรูปการจัดหางบประมาณให้ได้มากขึ้นและการรู้จักใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเพิ่มขึ้น และ 5.การระดมให้ประชาชนทั้งประเทศตระหนักถึงปัญหาความสำคัญของการเข้าร่วมการปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมอย่างเอาการเอางาน เพราะต่อเมื่อประชาชนเข้าใจและสนใจเข้าร่วมอย่างมีจิตสำนึกเท่านั้น การปฏิรูปคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศจึงจะประสบสำเร็จ

Advertisements
 

17 responses to “บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (รายงานสภาวะฯปี51-52)

  1. สายทิพย์

    พฤศจิกายน 15, 2009 at 7:21 am

    ช่วยด้วย ชมรมฯค่ะอยากอ่านรายงานนี้ทั้งหมดนะค่ะ ช่วยบอกช่องทางติดต่อด้วยต่ะว่าต้องไปที่ไหน บ้านอยู่ ตจว.ค่ะ อยู่ไกลแต่พยายามจะใฝ่รู้ ขอบคุณล่วงหน้า

     
  2. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    พฤศจิกายน 17, 2009 at 8:08 pm

    คุณสายทิพย์ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาคุยในชมรมฯ ค่ะ ดิฉันได้ส่งเมล์รายงานสภาวะการศึกษาปี 51-52 ให้แล้วนะค่ะทางเมล์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

     
  3. โอ

    พฤศจิกายน 18, 2009 at 6:22 am

    ชมรมฯ ครับ อยากได้รายงานนี้ทั้งหมดครับ ขอความกรุณาด้วยครับ อ่านแล้วเป็นประโยชน์มาก กำลังศึกษาด้านการบริหารการศึกษาอยู่ครับผม ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

     
  4. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    พฤศจิกายน 18, 2009 at 7:19 pm

    ส่งเมล์ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

     
  5. ฐาปณีย์

    ธันวาคม 17, 2009 at 7:37 pm

    ขอรายงานฉบับนี้ด้วยคนนะค่ะ กำลังเีีรียนบริหารการศึกษา ขอบคุุณล่วงหน้าค่ะ

     
  6. ชมรมศึกษาผลงานฯ

    ธันวาคม 22, 2009 at 6:35 pm

    จำได้ว่าเคยส่งรายงานให้คุณฐาปนีย์ไปแล้วแต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็นรายงานสภาวะปีไหนดิฉันจัดส่งให้ทางเมล์แล้วนะค่ะ

     
  7. ก้อนเส้า

    ธันวาคม 25, 2009 at 4:56 pm

    ขอรายงานฉบับนี้ด้วยครับ กำลังทำดุษฎีนิพนธ์ด้านการศึกษาอยู่ครับ

     
  8. เต้

    ธันวาคม 26, 2009 at 7:34 pm

    ขอรายงานฉบัยนี้ด้วยคะค่ะ

    กำลังจะทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการศึกษาค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ ^_^

     
  9. สุชาดา

    ธันวาคม 28, 2009 at 4:56 pm

    รบกวนขอรายงานฉบับเต็มนี้ได้มั้ยคะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำวิทยานิพนธ์เป็นอย่างมากเลยค่ะ

    ขอบคุณมากๆ ค่ะ

     
  10. อะตอม

    กันยายน 16, 2010 at 5:45 pm

    รบกวนขอรายงานฉบับเต็มนี้ได้มั้ย ข้อมูลดีมากคะ

     
  11. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    กันยายน 24, 2010 at 7:32 pm

    ตอบทางเมล์แล้วนะค่ะ

     
  12. สุคนธ์

    ตุลาคม 19, 2010 at 6:26 am

    สวัสดีค่ะ ชมรมฯ อยากได้รายงานนี้ทั้งหมด อ่านแล้วเป็นประโยชน์มาก สอดคล้องกับเรื่องที่จะทำ
    วิทยานิพนธ์ ขอความกรุณาส่งให้ด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

     
  13. วิชชารวี

    ตุลาคม 19, 2010 at 4:30 pm

    ขอรายงานฉบับเต็มของสภาวะการศึกษาไทย ปี51-52 นี้ได้มั้ยคะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำวิทยานิพนธ์เป็นอย่างมากเลยค่ะ

    ขอบคุณมากๆ ค่ะ

     
  14. วิชชารวี

    ตุลาคม 21, 2010 at 10:24 pm

    ขอรายงานฉบับเต็มของสภาวะการศึกษาไทย ปี51-52 นี้อีกครั้งได้มั้ยคะ
    อันที่ส่งมาคราวที่เเล้วเปิดไม่ได้น่ะค่ะ ขอรบกวนส่งใหม่ให้ทีนะค่ะ

     
  15. สมศักดิ์ ภูมิกอง

    ธันวาคม 12, 2011 at 1:04 pm

    เรียน ชมรมศึกษาผลงานท่าอาจารย์วิทยากร เชียงกูล ที่เคารพ กระผมสนใจผลงาน และบทความของชมรมนับว่ามีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาที่จะนำไปกำหนดนโยบาย และวางแผนพัฒนาการศึกษา ผมสนใจ รายงานฉบับเต็มของสภาวะการศึกษาไทย ปี51-52 ช่วยส่งอีเมลให้กระผมด้วย จะขอบพระคุณมากครับ ผมชื่อ สมศักดิ์ ภูมิกอง ตำแหน่งรองผอ.สพป.ขก.2 somsak-kk2@hotmail.com

     
  16. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    ธันวาคม 19, 2011 at 9:46 am

    จะจัดส่งให้ด่วนที่สุดค่ะ ท่านผอ.ค่ะทางท่านรศ.วิทยากร เชียงกูลมีโครงการดีๆเกี่ยวกับการอ่านด้วยนะค่ะ
    คือตอนนี้ท่านอาจารย์วิทยากร กำลังจะทำโครงการคัดเลือกและส่งเสิรมการอ่านหนังสือดีร้อยเล่มที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน โดยได้ทุนจากสสค.ต้องการระดมความคิดเห็นและคนที่รักการอ่านเรื่ิองนี้มาช่วยงานในหลายระดับ ถ้าสนใจติดต่อท่านทางอีเมล์ได้นะค่ะ

     
  17. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    ธันวาคม 19, 2011 at 10:52 am

    ท่านรองสมศักดิ์ค่ะ ยินดีจัดส่งให้ค่ะ แต่ตอนนี้ไฟล์ข้อมูลหาย ต้องรอท่านอ.วิทยากร ส่งมาให้อีกครั้งค่ะ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: