RSS

Monthly Archives: ธันวาคม 2009

รัฐธรรมนูญที่กินได้และประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ


รัฐธรรมนูญ คือ กติกาเพื่อจัดสรรอำนาจ ทรัพยากร สิทธิบทบาทหน้าที่ของประชาชน รัฐธรรมนูญมีผลต่อการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นจึงมีบทบาทต่อการพัฒนาการทางเศรษฐกิจการเมือง สังคมของประชาชนอยู่มาก ถ้าหากเรามีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบะวัฒนธรรมการเมืองไทย โดยการเน้นให้สิทธิเสรีภาพ โอกาสของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนจนและการศึกษาน้อยเพิ่มขึ้น และลดอำนาจและโอกาสหาผลประโยชน์เองของนักการเมืองลง เพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร โดยฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ (ที่ต้องปฏิรูปให้เป็นอิสระจากฝ่ายบริหารมากขึ้น) ฝ่ายองค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์กรประชาชน เราก็มีโอกาสจะได้รัฐบาลที่ต้องฟังเสียงประชาชนมากขึ้น ประชาชนอาจเรียกร้องพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้าง

แม้สภาพเศรษฐกิจ การเมืองที่เป็นจริง คนส่วนน้อยยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองสูงกว่าคนส่วนใหญ่มาก ทำให้การเขียนรัฐธรรมนูญให้เอื้อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ และมีผลบังคับใช้ได้จริงคงเป็นไปได้ยาก ประเด็นที่สำคัญคือ เราต้องไม่ฝากความหวังไว้ที่รัฐธรรมนูญที่เดียว ประชาชนที่ตื่นตัวก้าวหน้า ต้องพยายามผลักดันปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น คือ มีการกระจายทรัพย์สิน รายได้ ความรู้ที่เป็นธรรม เราจึงจะมีทางแก้ปัญหาการซื้อเสียงขายเสียงและปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นได้

แนวทางการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ต้องใช้นโยบายทางเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบสหกรณ์ มาแทนที่ธุรกิจเอกชนและรัฐวิสาหกิจอย่างกว้างขวาง ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารสหกรณ์ สหกรณ์ประกันภัย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ผู้ผลิตหรือสหกรณ์ที่คนงานเป็นเจ้าของผู้ดำเนินงานเอง สหกรณ์ให้บริการ สหกรณ์สาธารณูปโภคต่างๆ ฯลฯ เหมือนประเทศอื่นที่ขบวนการสหกรณ์พัฒนาไปได้ไกลกว่าของไทยมาก ระบบสหกรณ์เป็นระบบการจัดการทางธุรกิจแบบประชาธิปไตยโดยสมัครใจที่ลดพ่อค้าคนกลางที่ไม่จำเป็น ทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น เป็นระบบที่จะทำให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและความเป็นธรรมได้ ถ้ามีการส่งเสริมพัฒนาให้ระบบสหกรณ์ก้าวข้ามพ้นระบบราชการและแข่งขันกับพ่อค้านายทุนได้เหมือนในประเทศอื่นๆ

สหกรณ์สามารถลดการค้ากำไรเกินควรของพ่อค้าคนกลาง ส่งเสริมการจ้างงาน และแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ได้ดีกว่าระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาด แต่ทั้งนี้ต้องปฏิรูปให้ระบบสหกรณ์เป็นอิสระจากระบบราชการ และส่งเสริมให้สหกรณ์มีต้นทุนต่ำ มีความสามารถแข่งขันกับธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ขนาดกลางได้เพิ่มขึ้นเหมือนในยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา นิวซีแลนด์ ละตินอเมริกา ฯลฯ ที่ระบบสหกรณ์พัฒนาได้กว้างขวาง และมีสัดส่วนในระบบเศรษฐกิจของทั้งประเทศอย่างสำคัญ

เราอาจเลือกใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม คือระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็กและสหกรณ์ และสังคมประชาธิปไตยที่เน้นการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แบบรวมหมู่ เช่น ระบบสหกรณ์ การประกันสังคม รัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการและนโยบายปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แบบพึ่งเศรษฐกิจและตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาการลงทุน การค้าระหว่างประเทศลงเหลือเท่าที่จำเป็น เท่าที่เราได้ประโยชน์หรือไม่เสียเปรียบมากเกินไป เราจึงจะสามารถสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง

ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเป็นเงื่อนไขสำคัญของการปฏิรูปทางการเมืองและสังคมให้เป็นประชาธิปไตย และการพัฒนาประเทศเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน

วิทยากร เชียงกูล
ก้าวข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. _ _ กรุงเทพฯ
บ้านพระอาทิตย์, 2550
ISBN 978-974-8003-90-0

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ข้อคิดจากเอดวาร์ด เอเวอร์เรต เฮด



“อย่าแบกปัญหาความยุ่งยากไว้มากกว่าหนึ่งชนิดในเวลาเดียวกัน

คนบางคนแบกปัญหาความยุ่งยากไว้ถึง 3 ชนิด คือ

ปัญหาทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเขามาแล้ว

ปัญหาทุกเรื่องที่เขากำลังเผชิญในปัจจุบัน

และปัญหาทุกเรื่องที่เขาคาดหมายว่าจะเกิดกับเขาในอนาคต”

เอดวาร์ด เอเวอร์เรต เฮด
นักเขียนและนักบวชชาวอเมริกัน

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล.
จิตวิทยา ความฉลาด และความคิดสร้างสรรค์.
กรุงเทพฯ : สายธาร, 2551.
ISBN : 978-974-04-5187-7

 

ป้ายกำกับ: , ,

เป็นคนที่ควบคุมสิ่งต่างๆได้ (Personal Control): คนมีความสุขคือคนที่เชื่อว่าเขาเป็นคนที่เลือกชะตาชีวิตของตนเองได้


การสำรวจประชากรทั่วประเทศสหรัฐฯ โดย แองกุส แคมป์เบล มหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าคนที่มีความรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมชีวิตของเขาเองได้ จะจัดการกับตัวที่ทำให้เกิดความเครียดได้ดีกว่า และจะมีความรู้สึกในทางบวก หรือความพอใจในชีวิตมากกว่า

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , ,