RSS

ระบบเศรษฐกิจแบบสหกรณ์มุ่งการพึ่งพาคน และทรัพยากรภายในประเทศเป็นด้านหลัก

21 ก.ค.

จริงๆแล้วประชาชนไทยสามารถเลือกการพัฒนาแนวทางเลือกใหม่ เช่น ระบบสหกรณ์ การเน้นเศรษฐกิจพึ่งตนเองหรือพึ่งพาแรงงานทรัพยากรภายใน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสม พัฒนาตลาดภายในประเทศเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นได้ ประชากร 65 ล้านคนนั้นมากกว่าประชากรของอังกฤษ หรือฝรั่งเศส แต่เศรษฐกิจเราเล็กกว่าเขา 10 เท่า เพราะนโยบายการพัฒนาแบบทุนนิยมผูกขาด ทำให้เกิดคนรวยกระจุก (ในมือนายทุน) จนกระจาย (ในหมู่ประชาชน) ประชาชนไทยส่วนใหญ่การศึกษาต่ำ ประสิทธิภาพต่ำ รายได้ต่ำ ขาดอำนาจซื้อ การผลิตและบริโภคสินค้าจำเป็นยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ตลาดภายในประเทศเล็ก เพราะคนไทยส่วนใหญ่รายได้ต่ำ ขาดอำนาจซื้อ สินค้าที่ผลิตได้จึงขายคนในประเทศไม่ได้มาก ต้องไปเน้นการส่งออก

แต่การส่งออกของไทยที่เน้นอุตสาหกรรมประกอบรูปเพื่อการส่งออก กลับต้องส่งเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ พลังงานเพิ่มมากขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ทำให้ประเทศต้องเป็นหนี้และต้องพึ่งพานายทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น และติดอยู่ในกับดักของการพึ่งพาทุนต่างชาติที่ดิ้นไม่หลุด เศรษฐกิจภายในประเทศก็ขยายตัวได้ยาก เพราะไม่ได้กระจายทรัพย์สิน  รายได้ ความรู้ สู่ประชาชนส่วนใหญ่อย่างเป็นธรรม

ถ้าเราเปลี่ยนนโยบายจากการพึ่งพาการลงทุนและการค้าเสรีกับต่างชาติมากไป ซึ่งทำให้เราเสียเปรียบและพัฒนาตามหลังเขาไม่ทันอยู่ดี หันมาทุ่มเทพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการสังคมให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ปฏิรูปการพัฒนาภาคเกษตร การปลูกป่าไม้โตเร็วทั่วประเทศ อุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานจากการเกษตร  พัฒนาทรัพยากรที่เรามี เช่น อาหารและสมุนไพร หัตถกรรม การท่องเที่ยว และอื่นๆ  พัฒนาพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากพืชมูลสัตว์ ขยะ ฯลฯ เทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสมกับประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง เราจะเพิ่มการจ้างงาน เพิ่มผลผลิต และการหมุนเวียนใช้แรงงานและทรัพยากรภายในประเทศ เพิ่มการแลกเปลี่ยนและบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น และทำให้ตลาดและเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตได้อีกมาก และจะลดสัดส่วนการพึ่งพาการส่งออกและสั่งเข้าที่ทำให้เราเสียเปรียบลงได้ โดยการเลือกส่งออกสินค้าที่ได้มูลค่าเพิ่มสูง และสั่งเข้าเฉพาะสินค้าที่จำเป็นและเป็นประโยชน์

การพัฒนาทางเลือกที่แตกต่างไปจากทุนนิยมล้วนๆ หรือ สังคมนิยมล้วนๆนั้นมีอยู่ แต่คนไทยต้องรู้จักคิด รู้จักค้นคว้า และกล้าทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเองมากกว่าที่จะไปตามฝรั่ง (หรือญี่ปุ่น จีน เกาหลี) ไปตามกระแสทุนนิยมโลกอย่างที่แล้วมาและที่ยังเป็นอยู่ ชนชั้นสูงและชนชั้นกลางอาจจะถูกตะวันตกหรือกระแสทุนนิยมโลกครอบงำเป็นส่วนใหญ่ และอาจเห็นแก่ตัวระยะสั้นมากกว่าที่จะมองการณ์ไกลเห็นประโยชน์ระยะยาวของการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาคนทั้งประเทศ

แต่ประชาชนในชุมชนบทหลายแห่งรวมทั้งบางส่วนที่อพยพมาอยู่ในเมือง ยังมีการจัดการเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองและช่วยเหลือกัน มีค่านิยมเรื่องสถาบันครอบครัว วัฒนธรรมแบบพี่น้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หลงเหลืออยู่ ปัญญาชนที่รักประชาชน รักชุมชน รักชาติ รักประชาธิปไตยที่แท้ ที่รวมทั้งความเป็นธรรมด้วย ก็ยังมีอยู่บ้าง เราจึงน่าจะมีโอกาสสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ต่างไปจากการเลียนแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตกอย่างสุดโต่งได้

ประเทศไทยเคยอยู่อย่างพอเพียงและร่มเย็นในยุคก่อนทุนนิยม เคยมีวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองมาแล้วนับพันปี (ก่อนอังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ) ดังนั้น เราจึงน่าจะแสวงหาแนวทางพัฒนาให้ประชาชนมีปัจจัยพื้นฐาน (อาหาร ยา ที่อยู่ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไม้สอย) พอเพียง และเจริญงอกงามทางสังคมและวัฒนธรรม ประชาชนมีคุณภาพชีวิต มีความสุขแบบไทยๆในโลกยุคใหม่ ได้ดีกว่าที่จะเดินตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมเมืองพึ่งตะวันตก

แนวทางเลือกใหม่คือระบบเศรษฐกิจแบบผสมที่เหมาะสม เช่น เป็นระบบสหกรณ์ รัฐสวัสดิการ และการพัฒนาเพื่อความเป็นธรรม ประสิทธิภาพ และยั่งยืน ที่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง เป็นแนวทางที่เป็นไปได้ ประเทศที่มีอาหารและปัจจัยพื้นฐานพอเพียงอย่างไทย (แต่ยังกระจายไม่เป็นธรรม) ไม่จำเป็นต้องไปพัฒนาทุนนิยมอุตสาหกรรมแบบไล่ตามประเทศตะวันตก ไม่จำเป็นต้องพัฒนาแบบเป็นประเทศบริวารหรืออย่างมากก็เป็นได้แค่ประเทศชั้นสองชั้นสามตามมาตรฐานตะวันตกแต่อย่างใด

การคิดค้นและพัฒนาทางเลือกใหม่มีความเป็นไปได้อยู่มาก แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องการเปลี่ยนแปลงด้านกรอบแนวคิด กรอบความเข้าใจของคนไทยใหม่ว่า เศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องการเร่งการหาเงินและวัตถุ หากอยู่ที่การพัฒนาคนทั้งประเทศให้รู้จักใช้ชีวิตและทำงานได้ดีขึ้น รู้จักการจัดการทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและยั่งยืน โดยเน้นเป้าความสุข คุณภาพชีวิตชุมชน และสังคมที่ดี แทนการเน้นการเพิ่มตัวเลขความเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม ซึ่งให้ประโยชน์แก่คนส่วนน้อย และเป็นการพัฒนาแบบกอบโกยล้างผลาญที่ไม่ยั่งยืน

วิทยากร เชียงกูล
ก้าวข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. _ _ กรุงเทพฯ
บ้านพระอาทิตย์, 2550
ISBN 978-974-8003-90-0

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: