RSS

จะปฏิรูปประเทศแบบไหนอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาได้

12 ส.ค.

จะปฏิรูปประเทศแบบไหนอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาได้

วิทยากร เชียงกูล

แผนปรองดองและแนวทางการปฏิรูปประเทศ หากต้องการให้ได้ผลจริงต้องวิเคราะห์ให้เข้าถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและกล้าแก้ไขแบบปรับรื้อระบบโครงสร้างใหม่อย่างจริงจัง มากกว่าใช้เป็นยุทธวิธีหาเสียงทางการเมืองและซื้อเวลาของรัฐบาล

การแก้ปัญหาให้ได้ผล ต้องจำแนกแต่ละปัญหาให้ตรงประเด็น อย่าพูดเหมารวมแบบกว้าง ๆ ลอย ๆ

ปัญหาข้อที่ 1 คือเรื่องทักษิณและแกนนำทำผิดกฎหมายและใช้ความรุนแรง ต้องดำเนินตามหลักการปกครองโดยกฎหมาย(RULE OF LAW)อย่างเคร่งครัด การปรองดองเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่ออาชญากรยอมรับโทษ สำนึกผิดและกลับใจเป็นพลเมืองดีเท่านั้น การปรองดองแบบฮั้วกับนักการเมืองพรรคอื่นเพื่อที่รัฐบาลจะได้มีโอกาสอยู่ในอำนาจต่อไป จะกลายเป็นการปรองดองกับโจรผู้ร้ายอย่างไม่ยึดหลักการปกครองด้วยกฎหมาย หรือหลักนิติธรรม/นิติรัฐ ทำให้บ้านเมืองพัฒนาอย่างราบรื่นต่อไปได้ยาก

ปัญหาข้อที่ 2 การชุมนุมของเสื้อแดงที่บานปลายนั้นมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจไม่ทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ บางส่วนยังกลับไปเอาใจไปลอมชอมกับพวกที่ก่อความรุนแรงด้วย  ทำให้บ้านเมืองเกิดภาวะไร้ขื่อแป  ประชาชนผู้เสียภาษีและเป็นเจ้าของประเทศไม่ได้รับการคุ้มครอง

รัฐบาลต้องแก้ไขด้วยการลงโทษโยกย้ายนายตำรวจ ทหาร ข้าราชการที่เข้าข้างเห็นใจช่วยเหลือกลุ่มเพื่อทักษิณหรือวางเฉยไม่ทำหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศตามภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และต้องเร่งรีบหาทางปฏิรูปแบบผ่าตัดใหญ่ระบบตำรวจ ทหาร ข้าราชการปกครองซึ่งปัจจุบันมีอำนาจ มีผลประโยชน์มาก แต่ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนน้อย ให้เป็นองค์กรการบริหารแนวราบแบบกระจายอำนาจอย่างเป็นประชาธิปไตย ที่สามารถทำงานให้บริการประชาชนตามรัฐธรรมนูญ/กฎหมายได้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมขึ้น

ปัญหานี้เป็นปัญหาทั้งตัวบุคคลและระบบ นายกรัฐมนตรีจะต้องกล้าตัดสินใจแบบผ่าตัดโยกย้ายเปลี่ยนแปลงคนที่ไม่ทำงานหรือทำงานหย่อนประสิทธิภาพ ตัวอย่างการโอนคดีการเมืองและการก่อความไม่สงบจากตำรวจไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ซึ่งมีอธิบดีคนใหม่ที่ไม่ใช่พวกทักษิณ ทำให้คดีคืบหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากกว่าตอนที่คดีอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้ให้เห็นว่าการกล้าเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลนั้นสามารถทำให้เกิดผลงานที่ดีขึ้นได้

แต่นอกจากการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลแล้ว ที่สำคัญคือต้องปฏิรูปองค์กรทางการเมือง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการทั้งระบบ ให้เป็นการจัดองค์กรแนวราบที่มีการกระจายอำนาจ แต่มีการตรวจสอบควบคุมโดยประชาชนและองค์กรอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าองค์กรแบบรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลางที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะตำรวจควรจะปรับรื้อระบบใหม่โดยศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศที่มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมากกว่าการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

แม้แต่ระบบทหารซึ่งปัจจุบันใช้งบประมาณของรัฐมากเกินไปรวมทั้งมีนายพลมากเกินไป แต่ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนน้อยไป ก็สมควรจะต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องหันไปพึ่งกำลังทหารให้มาควบคุมการชุมนุมและการก่อความไม่สงบในเมือง เพราะพึ่งตำรวจไม่ได้ ควรถือเป็นเรื่องจำเป็นเฉพาะหน้า แต่รัฐบาลไม่ควรพึ่งกำลังทหารตลอดไป เพราะเป็นงานคนละแบบกัน ทหารมีข้อจำกัดและทำงานปราบจลาจลในเมืองอย่างผิดพลาดได้เหมือนกัน สิ่งที่ควรทำคือ ต้องปฏิรูประบบตำรวจให้พวกเขาทำหน้าที่ที่พวกเขาควรทำให้ได้ รวมทั้งต้องปฏิรูปข้าราชการฝ่ายปกครองและฝ่ายอื่น ๆ เช่นอัยการ ผู้พิพากษาฯลฯ ด้วย

ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมให้เป็นธรรม และปฏิรูปการศึกษา สื่อให้คนเลิกคิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง

ปัญหาข้อที่ 3 คือปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษาฯลฯ ระหว่างคนรวย(รวมทั้งนักการเมือง นายตำรวจ นายทหาร) กับคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ต้องแก้ไขด้วยการปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมแบบเสรีนิยมก้าวหน้า(เน้นความเป็นธรรม) ด้วยการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูประบบสหกรณ์และการรวมกลุ่มของประชาชนรูปแบบต่าง ๆ ปฏิรูปด้านการคลัง เก็บภาษีคนรวยในอัตราสูงขึ้น ปฏิรูปให้มีการประกันสังคม และสวัสดิการทางสังคมที่เป็นธรรมขึ้น ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปสื่อให้มีเนื้อหาสาระแบบเสรีนิยมก้าวหน้าที่จะช่วยให้คนฉลาด คิดอย่างมีเหตุผลและรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเองและสังคมเพิ่มขึ้น

การปฏิรูปการศึกษา สื่อมวลชน และการจัดตั้งประชาชน ให้ฉลาด คิดอย่างมีเหตุผลเป็น คิดได้รอบด้าน ไม่เชื่อแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง ด้วยอารมณ์ ด้วยศรัทธาอย่างง่าย ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการที่คนไทยชอบคิดแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่งอย่างง่าย ๆ ว่าพวกฉันถูกหมดดีหมด พวกแกผิดหมดเลวหมดนั้นเป็นการคิดแบบไม่สมจริงและไม่มีวุฒิภาวะ เพราะปัญหาจริงมีความซับซ้อนมีทางเลือกที่ 3 ที่ 4 ได้

เราควรมองอย่างจำแนกแยกแยะว่าคนที่ถูกชักจูงเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง(เพื่อทักษิณ)นั้นส่วนใหญ่คือคนยากจนที่ได้รับการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำ มีฐานะทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรมต่ำ ที่ควรจะต้องได้รับการแก้ไขให้ตรงประเด็นอย่างแท้จริง

การที่กลุ่มเสื้อแดง(แนวร่วมประชาชนเพื่อเชิดชูทักษิณ) ยกประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างอำมาตย์และไพร่มาจูงใจผู้ร่วมชุมนุม แม้จะเป็นเพียงการใช้โวหาร/แนวคิดเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทักษิณซึ่งแท้จริงก็คือพวก “อำมาตย์” หรือเจ้าขุนมูลนายสมัยใหม่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่เราไม่ควรดูเบาว่านี่เป็นการยกเรื่องที่โบราณเกินจริงมาอ้างอย่างไม่น่าจะได้ผล

ปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางเศรษฐกิจและฐานะทางสังคมนั้นมีอยู่จริง ปัญหาระบบการเมือง วัฒนธรรม การศึกษาที่ยกย่องคนมีอำนาจ อภิสิทธิชน ผู้อุปถัมภ์(ลูกพี่)ฯลฯ มากกว่าจะให้คนทั่วไปมีสิทธิเสรีภาพเสมอภาคกันก็เป็นเรื่องจริง การเสนอเรื่องอำมาตย์ไพร่จึงได้ผลในการปลุกระดมความคิดอารมณ์ความรู้สึกคนที่รู้สึกว่าถูกกดได้ในระดับหนึ่ง แม้กลุ่มเพื่อทักษิณเองคือกลุ่มคนชั้นสูงที่เอาเปรียบประชาชนอย่างมาก แต่การที่พวกเขาหาประโยชน์จากประเทศได้แนบเนียนจนประชาชนบางส่วนนอกจากจะไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบแล้ว ยังยกย่องว่าทักษิณอยู่ฝ่ายคนจนอีกด้วย แสดงว่าชนชั้นนำกลุ่มอื่นล้มเหลวทั้งในเรื่องการพัฒนาทางเศรษฐกิจและในเรื่องการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ

การจะปฏิรูปประเทศอย่างได้ผล ชนชั้นนำจะต้องกล้าแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ความรู้ความเข้าใจในหมู่ประชาชนให้ได้ด้วยวิธีการ เช่น

1. แก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองขนานใหญ่ แบบกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานทำ ให้คนจนส่วนใหญ่อย่างทั่วถึงเป็นธรรมขึ้น

2.ปฏิรูปทางการศึกษาสื่อมวลชน การรวมกลุ่มของประชาชนและกิจกรรมทางด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนคิด วิเคราะห์เป็น มีการจัดตั้งองค์กร มีความรู้เท่าทันนักการเมืองและชนชั้นสูงเพิ่มขึ้น

3. ปฏิรูปการจัดตั้งและการทำงานขององค์กรประชาชนและองค์กรอิสระ(ที่เป็นอิสระจริง)ให้เข้มแข็งขึ้น และสามารถตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ(นักการเมือง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

4. ปฏิรูปแนวคิดของคนรวยคนชั้นกลางให้คิดถึงการแก้ปัญหาส่วนรวมเพิ่มขึ้นโดยการเข้าไปช่วยโรงเรียนและชุมชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาสังคมให้ประชาชนได้รับการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาตนเองได้เพิ่มขึ้น

Advertisements
 

ป้ายกำกับ:

2 responses to “จะปฏิรูปประเทศแบบไหนอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาได้

  1. สิทพรมวัส พรษรัณย์

    กันยายน 25, 2010 at 11:38 pm

    ง่ายนิดเดียวครับ

    1. ออกกฏหมายให้นักการเมืองถือศีล 5 ผิดเมื่อไรไล่ออกและริบทรัพย์ คนที่แจ้งพร้อมเบาะแสได้ 50% กรรมการบริหารพรรคต้องเป็นโสดาบันขึ้นไป
    2. ออกกฏหมายให้ข้าราชการทุกระดับที่มีอำนาจเซ็นจัดซื้อจัดจ้างทุกวงเงิน / ก็คง ผอ. ขึ้นไปนั่นแหละ ต้องเป็นโสดาบันขึ้นไปเช่นกัน ถ้าไม่มีคนก็ต้องให้ว่างไว้ แล้วฝึกคนที่จ่ออยู่ให้เป็นโสดาบันซะ

    เห็นไหมล่ะ ง่ายมาก ไม่ต้องเที่ยวคิดหาวิธีอื่นหรอก ทุกอย่างอยู่ที่คุณธรรมเท่านั้นเอง อ้อ เรื่องนี้พระท่านทำนายไว้นานแล้วนะ ก็….ถิ่นกาขาว ไงล่ะ กล้าเชื่อกันหรือเปล่า?

     
  2. สิทพรมวัส พรษรัณย์

    กันยายน 25, 2010 at 11:43 pm

    ต้องมีผู้นำที่มีอภิญญาเท่านั้นแหละ แล้วปาฏิหาริย์ก็จะเกิดเอง

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: