RSS

บทกวีนานาชาติ เพื่อสังคมใหม่

04 เม.ย.

บทกวีนานาชาติ เพื่อสังคมใหม่

วิทยากร  เชียงกูล

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ( 1856 – 1935 ) จิตแพทย์คนสำคัญของโลก เคยเขียนถึงกวีไว้ยกย่องว่า

“ กวี คือครูของพวกเราซึ่งเป็นคนธรรมดา, ในด้านความรู้เกี่ยวกับจิตใจ, เพราะว่าพวกเขาดื่มน้ำในลำธารสายที่เรายังไม่อาจเข้าถึงอย่างเป็นเหตุเป็นผลแบบวิทยาศาสตร์ได้”


ด้วยความทึ่งในความงามแบบมหัศจรรย์ของบทกวีทั้งหลายในโลก บวกกับการตระหนักว่าการเรียนรู้จักความคิดจิตใจเพื่อนร่วมโลกได้ดีที่สุดก็คือจาการอ่านวรรณคดีของพวกเขา ทำให้ผมอ่านและแปล บทกวีต่างประเทศจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยมา 30- 40 ปี เคยพิมพ์เป็นหนังสือเล่มเล็กๆอยู่3เล่มที่ส่วนใหญ่ขาดตลาดไปแล้ว ตอนนี้ผมได้คัดเลือกงานเก่าบางชิ้นและที่ทำเพิ่มเติมใหม่พิมพ์เป็นหนังสือชื่อว่า “ บทกวีนานาชาติเพื่อสังคมใหม่ ” พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยรังสิต ( โทร 02-997-2220 ต่อ 3256 )

บทกวีที่คัดสรรมาผมใช้หลักเกณฑ์ในการเลือกงานที่มีคุณค่าทั้งเนื้อหาสาระ และความงาม ความสะเทือนใจ  มีทั้งบทกวีแนวเพื่อชีวิตหรือแนวก้าวหน้า ที่กล่าวถึงสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม สันติภาพ ภราดรภาพ ความรักในประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์ และบทกวีแนวเชิงมนุษยธรรมที่ กล่าวถึงความกล้าหาญ ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเป็นมนุษย์ ฯลฯ ทั้งบทกวีรุ่นเก่าอย่างงานของรูมี ฮาฟิซ เกอเต้ วิลเลี่ยมเบลคฯงานรุ่นหลังหน่อยอย่างระพินทร์ นาถฐากูร คาลิล ยิบราน โฮจิมินห์ พาโบล เนรูด้า ผลงานของกวีจากประเทศอาเซียน และบทเพลงของฝ่ายประชาชนเช่นINTERNATIONAL,SOLIDARITY FOR EVER,WE SHALL OVERCOME

งานเหล่านี้ คือบทกวีที่ใฝ่ฝันอยากเห็นชีวิตและโลกที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ อยากให้คนมีจิตสำนึก มีคุณธรรม ความดี ความรัก ความกล้าต่อสู้กับชีวิต กล้าทำเพื่อคนอื่นมากขึ้น บทกวีเหล่านี้เป็นงานที่เราควรจะถ่ายทอดเผยแพร่ให้คนไทยได้อ่านกัน แทนที่จะปล่อยให้บริษัทในระบบทุนนิยมโลกครอบงำให้เราฟังกันแต่บทเพลงแนวตลาดนิยมที่มุ่งเพิ่มตัณหาให้ปัจเจกชนมากกว่าที่จะช่วยยกระดับความคิดจิตใจของมนุษย์

บทกวีที่เสทือนใจมากชิ้นหนึ่ง คือบทกวีชื่อ เด็กเมืองฮิโรชิมา ของนาซิม ฮิคเมท ( คศ.1902-1962 ) กวีฝ่ายประชาชนชาวตุรกี ผู้ติดคุกทางการเมืองอยู่สิบกว่าปี เขาเขียนถึงเด็กเมืองฮิโรชิมาที่เสียชีวิตจากลูกระเบิดปรมาณูที่สหรัฐฯทิ้งใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซา ก็ทำให้ชาวญี่ปุ่นรวมทั้งเด็กเสียชีวิตไปในครั้งนั้นกว่า 1 แสนคน

“ ฉันมาและไปยืนอยู่หน้าทุกประตูบ้าน   แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงฝีเท้าอันเงียบเชียบของฉัน

ฉันเคาะประตู แต่ไม่มีใครมองเห็นฉัน      เพราะฉันตายแล้ว เพราะฉันตายแล้ว

ฉันอายุเพียง 7 ขวบ แต่ฉันก็ต้องตาย          ในเมืองฮิโรชิมาเมื่อนานมาแล้ว

ตอนฉันก็อายุ 7 ขวบ เท่ากับเมื่อตอนนั้น    เมื่อเด็กตาย เด็กก็ไม่โตอีกต่อไป

ผมของฉันถูกเผาไหม้ด้วยเปลวไฟที่พลุ่งพล่าน  ตาของฉันมัว ตาของฉันบอด

ความตายมาเยือน และทำให้กระดูกฉันกลายเป็นฝุ่นผง   ที่กระจายไปทั่วด้วยสายลม

ฉันไม่ต้องการผลไม้ ฉันไม่ต้องการข้าว     ฉันไม่ต้องการขนมหวาน ไม่ต้องการขนมปัง

ฉันไม่ขออะไรสำหรับตัวเอง                       เพราะฉันตายไปแล้ว เพราะฉันตายไปแล้ว

สิ่งที่ฉันต้องการก็คือสันติภาพ                     ให้คุณต่อสู้ในวันนี้  ให้คุณต่อสู้ในวันนี้

เพื่อที่เด็กๆของโลกนี้                                    จะได้มีชีวิต เติบโต หัวเราะ และเล่น ”

มีกลอนเปล่าซึ่งผมเขียนเมื่อปลายปี 2539 อยู่ชิ้นหนึ่งชื่อ “ ฉันยังคิดถึงคุณ ยังใฝ่ฝัน และยังมีชีวิตอยู่” จะขอคัดมาบางตอนเพื่อเป็น สคส. แด่ผู้อ่านดังนี้

“ ฉันคิดถึงคุณ                            คนที่เคยร่วมถกปัญหาบ้านเมือง เผยแพร่ความคิด

และพยายามจัดตั้งองค์กร            อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

คนที่ยังพยายามทำให้โลกส่วนนี้สวยงามขึ้น     ไม่ว่าคุณจะอยู่ในหมู่บ้าน ในสลัม ในสถาบันการศึกษา ในวัด            หรือในตึกสำนักงาน ในป่าคอนกรีตระฟ้า    ของส่วนไหนของโลกก็ตาม

ฉันอยากให้พวกคุณรู้ว่า             ฉันยังคิดถึงคุณ ระลึกถึงคุณอยู่เสมอๆ

และฉันก็ยังใฝ่ฝัน และยังมีชีวิตอยู่   มีชีวิตอยู่เหมือนกับที่ นาซิม ฮิคเมท เพื่อนกวชาวตุรกีของเรา

เคยเขียนว่า                                   การมีชีวิตอยู่ คืองานสำคัญ คือความหวัง และ

เราจะต้องมีชีวิตอยู่ เหมือนกับว่าเราไม่มีทางจะตายได้เลย

ในช่วงวาระปีใหม่ ที่ยังมีความทุกข์ยาก        และปัญหาสังคมเต็มบ้านเต็มเมืองนี้

ฉันจะส่งความสุขอะไรให้คุณได้เล่า?        นอกจากจะขอให้คุณใฝ่ฝัน และยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกัน ”

Advertisements
 

ป้ายกำกับ:

3 responses to “บทกวีนานาชาติ เพื่อสังคมใหม่

  1. เอเจล

    เมษายน 29, 2011 at 6:30 pm

    เยี่ยมครับ

     
  2. wee

    พฤษภาคม 5, 2011 at 1:56 pm

    ขอบคุณที่แบ่งปัน

     
  3. เกด

    มิถุนายน 8, 2011 at 12:43 pm

    ดีจังเรยคะที่ได้อ่าน มองทีแม้เราโตแต่มุมมองก็ไม่ได้กว้างอย่างที่คิด ขอบคุณที่กรุณาแบ่งปัน

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: