RSS

ลำดับของไทยในเวทีโลก โดย : วิทยากร เชียงกูล

31 พ.ค.

การจัดอันดับของประเทศต่างๆ ทำได้หลายประเด็น ที่คนสนใจมากคือความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่จัดโดยองค์กรทางธุรกิจระหว่างชาติ 2 แห่ง

คือ สถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ (Institute for Management Development : IMD) และ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)
IMD เลือกจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันเฉพาะประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมและประเทศตลาดเกิดใหม่หรือประเทศรายได้ปานกลางราว 58 ประเทศ เน้นการใช้ดัชนีชี้วัดในเรื่องความสามารถของประเทศในการบริหารจัดการ ความสามารถและทักษะความชำนาญต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการปรับตัวเพื่อรับตลาดเสรี หรือเพื่อแข่งขันทางเศรษฐกิจในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมของโลก


การจัดอันดับของ IMD ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดอันดับสมรรถนะหรือความสามารถในการแข่งขันอยู่กลางๆ ค่อนไปทางท้าย โดยเปรียบเทียบแล้วอยู่ต่ำกว่า สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และ มาเลเซีย มาตลอด การจัดลำดับประเทศไทย โดย IMD ใน 2 ปีล่าสุด(พ.ศ. 2552-2553) ไทยอยู่อันดับที่ 26 จาก อันดับที่ 58
IMD วิเคราะห์องค์ประกอบ 4 ด้าน และนำมาเฉลี่ยเป็นคะแนนรวม สำหรับไทยได้คะแนนด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจดีที่สุด รองลงมาคือสมรรถนะด้านประสิทธิภาพภาครัฐ และสมรรถนะด้านประสิทธิภาพภาคธุรกิจตามลำดับ แต่ไทยได้คะแนนสมรรถนะด้านโครงสร้างพื้นฐาน (รวมทั้งพลังงาน การสื่อสาร โทรคมนาคม การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สุขภาพและสภาพแวดล้อม) ต่ำ หรือถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดใน 4 ด้าน
เมื่อพิจารณาเรื่องสมรรถนะด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทย กลุ่มโครงสร้างด้านวิทยาศาสตร์เป็นจุดอ่อนที่สุด รองลงมาคือโครงสร้างเทคโนโลยี สุขภาพและสภาพแวดล้อม การศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ตามลำดับ ทั้งนี้ เกณฑ์ที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดคือ การลงทุนด้านสุขภาพเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ จำนวนบุคลากรด้านการแพทย์น้อย การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตน้อย สมรรถนะการศึกษาโดยรวมของไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ คือ ประมาณ 40 กว่า จาก 58 ประเทศ อย่าลืมว่าในแง่ประชากรนั้น ไทยใหญ่เป็นอันดับที่ 21 ของโลก
World Economic Forum จัดอันดับปี ค.ศ. 2010-2011 (พ.ศ. 2553-2554) ให้ไทยอยู่อันดับที่ 38 จาก 139 ประเทศ World Economic forum ใช้ดัชนีชี้วัดในด้านสถาบันภาครัฐและเอกชน นโยบายและปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ทั้งในระยะปัจจุบันและระยะกลาง เน้นเรื่องประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ รวมทั้งเรื่องของการศึกษา เทคโนโลยีและนวัตกรรม
World Economic Forum มองความสามารถของประเทศทุกด้านที่กว้างกว่า IMD ซึ่งมักเน้นเรื่องความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและ การที่รัฐบาลและระบบเศรษฐกิจเอื้อต่อตลาดเสรี ดังนั้นการที่ IMD จัดอันดับประเทศไทยค่อนข้างสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศไทยเปิดตลาดเสรีให้ต่างชาติมากขึ้น ส่งออกสั่งเข้ามากขึ้น ขณะที่ World Economic Forum ให้อันดับไทยในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าของ IMD น่าจะเป็นเพราะเขาวิเคราะห์ว่าการพัฒนาทั้งระบบของไทยยังมีปัญหา
ผู้เขียนเห็นว่าการจัดอันดับของ World Economic Forum น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนไทยต้องพิจารณาตัวเราเองในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศอื่นอย่างจริงจัง มากกว่าพอใจแค่การจัดอันดับของ IMD และเราควรจะพิจารณาดัชนีด้านการพัฒนาทางสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย ประเทศจึงจะพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index) ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP จะมองกว้างกว่าเรื่องเศรษฐกิจ โดยใช้ดัชนีชี้วัดรายได้ต่อหัวร่วมกับปัจจัยการพัฒนาด้านสังคม เช่นการศึกษา สาธารณสุข การเมืองและอื่นๆ ด้วย ประกาศล่าสุดของ UNDP เมื่อเดือนธันวาคม 2551 (แต่ใช้ข้อมูลการสำรวจเมื่อปี 2549) ให้ไทยมีดัชนีการพัฒนามนุษย์อยู่อันดับที่ 81 ซึ่งแสดงว่าประเทศไทยมีการพัฒนาด้านสังคมหรือคุณภาพมนุษย์ต่ำกว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (ที่วัดเชิงปริมาณแบบภาพรวม) และน่าสังเกตว่าอันดับดัชนีการพัฒนามนุษย์ของไทยตกต่ำมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อปี 2541 ไทยเคยมีดัชนีการพัฒนามนุษย์อยู่อันดับที่ 59
ดัชนีการศึกษา (Education Index) เป็นดัชนีหนึ่งที่ UNDP นำไปใช้ในคำนวณภาพรวมดัชนีการพัฒนามนุษย์ ดัชนีการศึกษาคำนวณจากอัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่, สัดส่วนของเด็กวัยเรียนที่ได้รับการศึกษาระดับประถมถึงอุดมศึกษา สถิติในปี 2551 ดัชนีการศึกษาไทยอยู่อันดับที่ 68 ค่อนข้างไปทางต่ำ เท่ากับ แอลเบเนีย ซีเชลล์ส และ เวเนซุเอลา
ส่วน ดัชนีอัตราการรู้หนังสือของประชากร (Literacy Rate) ของไทยอยู่อันดับที่ 76 นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ เมื่อเทียบกับขนาดและสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ สถิติของ IMD รายงานว่าประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่ไม่รู้หนังสือมีเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 ของประชากรทั้งหมดในปี 2545 เป็นร้อยละ 7.4 ในปี 2550 และผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก กล่าวบรรยายวันที่ 24 มีนาคม 2552 ว่าผู้ใหญ่ไทยที่ไม่รู้หนังสือมีมากกว่า 3 ล้านคน
สถิติของกระทรวงแรงงานไทยเองชี้ว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่เกินครึ่งจบประถมและต่ำกว่าปัญหาเรื่องการศึกษา คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลำดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของไทยค่อนข้างต่ำและเป็นเรื่องที่ต้องการปฏิรูปหรืออภิวัฒน์อย่างเร่งด่วน

Tags : วิทยากร เชียงกูล

รศ.วิทยากร เชียงกูลคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมน์ “ปฏิรูปประเทศไทย แบบไหน อย่างไร”จำนวนคนอ่าน 964 คน

Advertisements
 

4 responses to “ลำดับของไทยในเวทีโลก โดย : วิทยากร เชียงกูล

  1. กุมารทอง

    สิงหาคม 13, 2011 at 11:08 pm

    การจัดอันดับของ IMD ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดอันดับสมรรถนะหรือความสามารถในการแข่งขันอยู่กลางๆ ค่อนไปทางท้าย

     
  2. Chompu Kate

    ตุลาคม 2, 2011 at 7:05 pm

    วันก่อนเห็นรถกระบะ TATA ของอินเดียวิ่งอยู่บนถนนสายเดียวกัน 3-4 คัน ทำให้นึกถึงว่าแล้วโทรทัศน์สีธานินทร์ของเราหายไปไหน.. คิดแล้วรู้สึกว่าทำไมคนไทยกล้าใช้รถกระบะ TATA แต่ไม่กล้าซื้อโทรทัศน์สีธานินทร์มาดู..

     
  3. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

    ตุลาคม 6, 2011 at 12:10 pm

    เพราะคนไทยนิยมแบรนด์นอก ของไทยมันเชยและไม่โก้ เพราะค่านิยมเหล่านี้ทำให้คนไทยตกเป็นทาสของประเทศที่เจริญกว่า แย่ค่ะ

     
  4. rungsun sutaram

    พฤศจิกายน 13, 2011 at 8:24 am

    ทั้งนี้ผู้นำการเมืองไทยไม่ได้เป็นผู้นำการเมืองมืออาชีพ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนที่แท้จริง การศึกษายังแพ้เวียดนาม ต่อไปถ้าเป็นแบบนี้อยู่อีกจะแพ้ลาว เขมร พม่า เอาแต่ภาษาอังกฤษยังพูดไม่ได้ ฟังไม่ออกแล้วจะอยู่ในประชาคมอาเซียนได้อย่างมีความสุขอย่างไร

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: