RSS

ทางออกอื่นนอกจากการยุบสภา/เลือกตั้งใหม่ โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล

05 มิ.ย.

การยุบสภา/เลือกตั้งใหม่ ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีความหวังมากนัก เพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองในปัจจุบัน จะทำให้นักการเมืองหน้าเดิมจากพรรคใหญ่

และพรรคขนาดกลางที่มีฐานเสียงเดิมอยู่เท่านั้น ที่จะสามารถใช้อำนาจรัฐ ระบบอุปถัมภ์ หัวคะแนน นโยบายประชานิยม ฯลฯ เอาชนะการเลือกตั้งได้

ดังนั้น เราก็จะได้พรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ ผสมกับพรรคอื่นเป็นรัฐบาล ที่ล้วนเป็นนักการเมืองหน้าเดิม ที่มุ่งแสวงหาอำนาจ/ผลประโยชน์ให้ตัวเอง และต่างก็มีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบเอื้อนายทุนผูกขาดส่วนน้อย ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

ประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องเป็นไป เพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เผด็จการเสียงข้างมากในสภา การที่เราไปยึดติดว่า การเลือกตั้ง ส.ส.คือประชาธิปไตย วิธีอื่นไม่ใช่ประชาธิปไตยคือการติดยึดรูปแบบวิธีการเลือกผู้แทน แต่ไม่คำนึงถึงเนื้อหาที่แท้จริง ว่า คนที่ได้รับการเป็น ส.ส.ของไทยเกือบทั้งหมดส่วนที่เลือกตั้งหน้าเดิมในกลุ่มไม่เกิน 3 พันคน ที่เป็นเพียงตัวแทนผลประโยชน์ของตัวเองและนายทุนชนชั้นกลางส่วนน้อย ไม่ใช่เป็นผู้แทนผู้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทยส่วนใหญ่ ที่ประกอบไปด้วย เกษตรกร คนงานและผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยอย่างแท้จริง
ในอเมริกาใต้ มีพรรคการเมืองเกิดใหม่ เช่น พรรคแรงงาน พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย มีโอกาสแข่งขันและชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลในบางประเทศ แต่ในประเทศไทย เราแทบ ไม่มีพรรคเหล่านี้เลย พรรคที่มีอยู่บ้าง เช่น พรรคเกษตรกร พรรคแรงงาน ก็เป็นพรรคที่เล็กมาก พรรคที่ตั้งใหม่ เช่น พรรคการเมืองใหม่ ก็ยังเป็นพวกชนชั้นนายทุนน้อยอยู่มากและยังเติบโตได้ยาก ปัญหาหลัก คือ คนไทยส่วนใหญ่ขาดการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ ถูกครอบงำทางความคิดความเชื่อให้หวังพึ่งนักการเมืองผู้ให้ความอุปถัมภ์ตน มากกว่าที่จะเชื่อมั่นในตนเอง คิดจัดตั้งองค์กรและพรรคการเมืองของตนเอง
ในสภาพเช่นนี้ จึงการคิดถึง ทางออกอื่น เช่น การอ้างถึง มาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับกรณีใดให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยไทย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” กันมากขึ้น มีคนตีความว่า ถ้าเกิดสุญญากาศทางการเมือง ประธานวุฒิสภาอาจ (ร่วมกับสถาบันตุลาการและอื่นๆ) กราบถวายบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อของดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภาและรัฐบาลและมีการสรรหา แต่งตั้งสมาชิกรัฐสภาแห่งชาติ และ รัฐบาลแห่งชาติ แทนระบบการเลือกตั้งแบบเดิมเป็นการชั่วคราว เช่น 2-4 ปี เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมือง และวางรากฐานการปฏิรูปประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนกำหนดได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
การแต่งตั้งรัฐสภาแห่งชาติ และรัฐบาลแห่งชาติอาจจะฟังดูไม่เป็นประชาธิปไตยมากนัก แต่ถ้าสมมติว่ามีคณะกรรมการที่ สามารถสรรหาตัวแทนของกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับว่า เป็นผู้นำกลุ่มและภูมิภาคต่างๆ เช่น ผู้นำกลุ่มเกษตรกร ผู้นำสหภาพแรงงาน ผู้นำกลุ่มสมาคมอาชีพต่างๆ ผู้นำชุมชน ปัญญาชน นักวิชาการ นักวิชาชีพ ฯลฯ อย่างหลากหลายและสมดุล มาเป็นสมาชิกรัฐสภาก็น่าจะได้รับการยอมรับในฐานะตัวแทนประชาชนได้ไม่น้อยกว่านักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่ได้รับเลือกมาเป็น ส.ส. และรัฐบาลเพราะการซื้อเสียงและการใช้ระบบอุปถัมภ์
การจัดตั้งรัฐสภาและรัฐบาลแห่งชาติ ควรหาคนใหม่ที่ไม่ใช่นักการเมืองปัจจุบันเลย  ควรคัดสรรคนที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์แบบสมัยใหม่ ซื่อสัตย์และเป็นนักปฏิรูปสังคม ไม่ควรเลือกแต่อดีตนายทหาร ข้าราชการแนวคิดจารีตนิยม แบบรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ (ปี 2550) ที่เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวมาแล้ว
ทางเลือกแนวนี้ แม้จะมีความเสี่ยงว่าพวกนักการเมืองอาจปลุกระดมประชาชนที่เป็นพรรคพวกของตนออกมาชุมนุมคัดค้านว่าเป็นรัฐบาลและสภาอำมาตย์ แต่ในแง่ของอนาคตประเทศแล้ว ก็มีความเสี่ยงน้อยกว่าการที่ประเทศจะได้นักการเมืองหน้าเดิมมาต่อสู้กันแบบเดิมๆ ไม่รู้จบสิ้น ถ้ามีรัฐบาลจากการคัดสรรที่ฉลาดและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศเพื่อคนส่วนใหญ่จริง ก็น่าจะแก้ปัญหาอุปสรรคจากการประท้วงของกลุ่มต่างๆ ที่มีนักการเมืองหนุนหลังได้ แต่ความเสี่ยงที่น่ากลัวกว่านั้น คือ เราอาจจะได้รัฐบาลอดีตนายทหาร ข้าราชการและนักธุรกิจ ที่ไม่เก่งจริง ไม่มีอุดมการณ์ในการปฏิรูปประเทศจริงมากกว่า
ถ้าไม่เกิดสุญญากาศทางการเมืองจริงและการใช้มาตรา 7 เป็นไปไม่ได้ รัฐบาลยุบสภา จัดเลือกตั้งใหม่ นโยบายที่กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยรณรงค์ให้คนไปกาในบัตรเลือกตั้ง ว่า ไม่ประสงค์เลือกใคร เพื่อประท้วงนักการเมืองนั้น จะไม่ได้ผล เหมือนเมื่อครั้งการยุบสภาสมัยรัฐบาลทักษิณที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยและพรรคอื่น ประกาศไม่ส่งคนลงสมัคร เพราะสถานการณ์ตอนนี้ทุกพรรคจะลงสมัคร ดังนั้น คะแนนไม่เลือกใครซึ่งคงมีไม่เกิน 10% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนจะมีค่าเป็นศูนย์ คือ เสียของเปล่า นักการเมืองหน้าเดิมๆ ก็จะเข้ามาอยู่ดี ถ้าเปลี่ยนแนวคิดไปใช้สิทธิเลือก พรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคเล็กอื่นๆ เรายังจะมีโอกาสได้ ส.ส.หน้าใหม่ (เช่น จากระบบบัญชีรายชื่อ) เข้าไปเป็น ฝ่ายค้านได้ดีกว่า การเมืองเป็นเรื่องที่จะต้องสู้กันอีกยาว

Tags : รศ.วิทยากร เชียงกูล

Advertisements
 

ป้ายกำกับ:

One response to “ทางออกอื่นนอกจากการยุบสภา/เลือกตั้งใหม่ โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล

  1. กุมารทอง

    สิงหาคม 13, 2011 at 11:06 pm

    ขอบคุณสำหรับ ความรู้ ครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: