RSS

“การปรองดอง” ของชนชั้นนำ ไม่ใช่ปัญหา/ผลประโยชน์ของภาคประชาชน

10 ก.ค.

“การปรองดอง” ของชนชั้นนำ ไม่ใช่ปัญหา/ผลประโยชน์ของภาคประชาชน

โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล

ควรมองปัญหาวิกฤติและเป้าหมายหลักของประชาชนไทยอย่างไร

ปัญหาความขัดแย้งและแข่งขันกันของกลุ่มชนชั้นนำฝ่ายทักษิณและฝ่ายต่อต้านทักษิณ ซึ่งต่างกลุ่มต่างดึงประชาชนเป็นพรรคพวกตนได้มาก กินเนื้อที่ข่าวสื่อต่างๆ มากจนคนทั่วไปรู้สึกว่าเรื่องการปรองดอง นิรโทษกรรม เป็นเรื่องใหญ่โตมากกว่าปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคมที่ประชาชนส่วนใหญ่ประสบอยู่จริง ทั้งๆ ที่เรื่องความขัดแย้งของชนชั้นนำต่างกลุ่มกันนี้ เป็นเพียงเรื่องของคนส่วนน้อยที่ต่างฝ่ายต่างแสวงผลประโยชน์ของตนเอง เป็นคนละเรื่องกับปัญหาและทางออกของประชาชนส่วนใหญ่ในระยะยาว

ปัญหาของภาคประชาชน คือปัญหาวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล ไม่เป็นธรรม วิกฤติด้านการเมืองที่ขาดภาวะการนำที่ดี ชนชั้นนำขัดแย้งแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง รุนแรงและยืดเยื้อ วิกฤติด้านสังคมที่ทำให้ชุมชน สถาบันครอบครัวอ่อนแอ คุณภาพชีวิตประชาชนตกต่ำเสื่อมถอย และวิกฤติด้านระบบนิเวศน์ที่ทำให้เกิดความขาดแคลนและความเสียหายต่อธรรมชาติ สภาพแวดล้อม สังคม และสุขภาพอนามัย วิกฤติทั้ง 4 ด้านนี้กำลังทำให้ประเทศไทยตกต่ำเสื่อมถอย และคนไทยส่วนใหญ่ทุกข์ยากเพิ่มขึ้น ถ้าคนไทยเข้าใจปัญหานี้ และสามัคคีแก้หรือลดปัญหาทั้ง 4 ด้านนี้ได้ จะนำประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติได้
การที่ประชาชนถูกดึงให้เข้าข้างชนชั้นนำคน/กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะประชาชนถูกครอบงำให้มีแนวคิดแบบฝากความหวังไว้กับผู้นำเดี่ยวแบบอัศวินม้าขาว แนวคิดนี้ล้าหลัง เพ้อฝัน ไม่อาจแก้วิกฤติและสร้างอนาคตที่ดีสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ได้ ประเทศไทยในปัจจุบันเป็นสังคมที่ใหญ่โตสลับซับซ้อน มีปัญหามาก ต้องการการนำแบบรวมหมู่และการนำในระดับต่างๆ โดยพลเมือง (ประชาชนผู้ตระหนักในเรื่องสิทธิและหน้าที่) ที่มีความรู้ความสามารถ และการจัดตั้งองค์กรที่เป็นประชาธิปไตย มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส คนไทยจึงจะเพิ่มขีดความสามารถในการเรียนรู้ แก้ปัญหา และพัฒนาองค์กร, ชุมชน และประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเรียกร้องให้ประชาชนสามัคคีกัน เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เป็นทางหนึ่งที่จำเป็น แต่ต้องปฏิรูปประเทศ กระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา ฐานะทางสังคม ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม จึงจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่สามัคคีกันได้จริง เราควรศึกษาจากเยอรมนี หลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ฮิตเลอร์ถูกโค่นไปแล้วว่า เขาสามารถฟื้นฟูประเทศได้ด้วยการปฏิรูปครั้งใหญ่กันอย่างไร
ประชาชนต้องศึกษาในเชิงวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การเมือง อย่างวิพากษ์วิจารณ์ ทำความเข้าใจสภาพและสาเหตุของปัญหาหลักของประชาชน จึงจะหาทางออกและสร้างอนาคตที่ดีสำหรับประชาชนได้
คนไทยควรหัดมองอนาคตของประเทศไทยในระยะยาว อย่างเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ควรมองข้ามปัญหาความขัดแย้งแบบสุดโต่งของคน 2 กลุ่มซึ่งเป็นเรื่องระยะสั้นของคนกลุ่มน้อย ไปที่อนาคตของคนไทยส่วนใหญ่ใน 10-20 ปีข้างหน้า การเลือกข้างและมัวแต่เสียเวลาทะเลาะกันเองเพื่อปกป้องประโยชน์และอำนาจของชนชั้นนำไม่ว่าฝ่ายใด ทำให้ประเทศไทยขาดการสนใจที่จะปฏิรูปภาคประชาชนให้เข้มแข็ง และปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ให้สมดุล เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ พัฒนาอย่างยั่งยืน แข่งกับประเทศอื่นๆ ได้
ประเทศไทยคือสังคมของคน 65 ล้านคน ทั้งเกษตรกร คนงาน พนักงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย นักธุรกิจ ข้าราชการ ฯลฯ ซึ่งต่างมีภูมิหลัง ความคิดอุดมการณ์ และผลประโยชน์แตกต่างกันมากเกินไป การจะทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสามัคคีกันทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับชาติอื่นได้ ต้องปฏิรูประบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง ของประเทศเพื่อลดช่องว่างความแตกต่างของคนไทยให้เหลื่อมล้ำน้อยลง และปฏิรูปทางการศึกษาและสื่อมวลชน ให้ประชาชนมีความรู้และวุฒิภาวะพอที่จะตระหนักว่า ในโลกสมัยใหม่นั้น เราต้องอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน ทำงานเป็นทีม แบ่งปันกันอย่างเป็นธรรม ประเทศจึงพัฒนาอย่างมีคุณภาพ คือ ส่วนใหญ่ได้มีชีวิตทางเศรษฐกิจการเมือง สังคม วัฒนธรรมที่ดี มีสุขภาพที่ดี ทั้งกายและใจ มีสันติสุข ความพอใจ และความหวังในชีวิตได้
นี่ควรเป็นเป้าหมายหลักของประชาชน ไม่ใช่การตั้งเป้าหมาย/อุดมการณ์เพื่อสนับสนุนการอยู่รอด หรือความยิ่งใหญ่ของชนชั้นนำคน/กลุ่มหนึ่งกลุ่มใด
ปัญหาหลักของประเทศไทยซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤติ (ความรุนแรงที่จะนำไปสู่ความเสียหายได้มาก)
1. การเมือง ผูกขาดโดยชนชั้นสูง และชั้นกลางส่วนน้อย นักการเมืองใช้การซื้อสิทธิขายเสียง ระบบอุปถัมภ์ ระบบหาเสียงแบบขายความฝัน ฯลฯ เพื่อแสวงอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตัว ประชาชนส่วนใหญ่ยากจนขาดความรู้ และขาดการจัดตั้งกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองของตนเอง ทำให้ประชาชนถูกแบ่งแยกและปกครอง ไม่สามารถตรวจสอบควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งนักการเมืองและข้ารัฐการ) ให้ทำหน้าที่ตัวแทน/ผู้แทนของประชาชนได้ดีพอ
2. เศรษฐกิจ เป็นระบบทุนนิยมกึ่งผูกขาดที่ครอบงำโดยบรรษัทขนาดใหญ่ พึ่งพาการลงทุนและการค้ากับต่างประเทศมากกว่าการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ สร้างความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวยที่เป็นเจ้าของทุนและปัจจัยการผลิตกับคนจนผู้ขายแรงงานมาก ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เอาเปรียบแรงงานและผู้บริโภคมาก รัฐบาลทุกรัฐบาลมุ่งพัฒนาประเทศแบบเน้นการส่งเสริมให้ทุนข้ามชาติมาลงทุนและโครงการประชานิยมต่างๆ ให้ประชาชนมีกำลังซื้อไปช่วยอุดหนุนนายทุน นำประเทศและประชาชนไปสู่การเป็นหนี้ การมีฐานะทางเศรษฐกิจง่อนแง่น และวิกฤติเศรษฐกิจถดถอยครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่สนใจการพัฒนาแรงงาน, ทรัพยากร, เศรษฐกิจและตลาดภายในประเทศให้เข้มแข็ง ไม่สนใจการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อการกระจายทรัพย์สินและรายได้ให้เป็นธรรม มุ่งแต่การแสวงหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของตนและพรรคพวกโดยเฉพาะเรื่องการหาเงิน หากำไรของธุรกิจภาคเอกชน รัฐบาลอ้างว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโดยธรรมจะทำให้ต่อประชาชนมีงานทำมีเงินใช้ แต่ความจริงเอื้อประโยชน์คนรวยมากกว่าคนจน ทำลายความสมดุลทั้งทางธรรมชาติและทางสังคม ซึ่งเป็นผลเสียสำหรับคนไทยรวมทั้งคนรุ่นลูกหลานมากกว่าผลได้ทางวัตถุระยะสั้น
3. สังคม มีปัญหาการจัดการศึกษา การครอบงำทางสังคมด้านความรู้ ความคิดอ่าน วัฒนธรรมประเพณีที่ด้อยพัฒนาล้าหลัง ส่งเสริมค่านิยมแบบเจ้าขุนมูลนาย อำนาจนิยม จารีตนิยม อุปถัมภ์นิยมสูง สอนแบบให้ผู้เรียนท่องจำและเชื่อฟัง ไม่สอนให้คนรักการอ่าน ใฝ่การเรียนรู้ คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เป็นตัวของตัวเอง ทั้งการพัฒนาทุนนิยมอุตสาหกรรมที่ยกย่องการหาเงินหากำไรยังส่งเสริมให้คนมีค่านิยมแก่งแย่งแข่งขันเห็นแก่ตัว ไม่มีการปฏิรูปการศึกษาอย่างมีคุณภาพ พัฒนาจิตสำนึกให้คนเข้าใจถึงความจำเป็นที่ว่าการร่วมมือช่วยเหลือกัน การทำงานเป็นทีม ต่างหากที่จะทำให้องค์กรต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แข่งขันอย่างสร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ให้องค์กร ชุมชน ประเทศ ได้มากกว่าการแข่งขันแบบหากำไรสูงสุดของเอกชนแบบคับแคบ
4. ระบบนิเวศน์ (สภาพแวดล้อม) ทรัพยากรสภาพแวดล้อมถูกทำลายมาก มีการใช้พลังงานและสารเคมีมากเกินไป ก่อให้เกิดการขาดแคลนมลภาวะ, ภัยพิบัติทางธรรมชาติ, ปัญหาสุขภาพอนามัย การขาดแคลน ฯลฯ
ปัญหาวิกฤติทั้ง 4 ด้านนี้ ต้องการการปฏิรูปผ่าตัดเชิงระบบโครงสร้าง เปลี่ยนแปลงจากระบบเศรษฐกิจทุนนิยมกึ่งผูกขาดแบบบริวารทุนข้ามชาติเป็นระบบเศรษฐกิจแบบผสม ระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม กับระบบสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน บริษัทมหาชนที่มีพนักงาน ประชาชน ถือหุ้น และระบบรัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการ เพื่อที่ระบบใหม่นี้จะสามารถกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา ข้อมูลข่าวสาร ฐานะทางสังคมให้ทุกกลุ่มทุกคนอย่างเป็นธรรม แนวคิดการพัฒนาทางเลือกใหม่นี้ยังไม่มีพรรคหรือกลุ่มการเมืองของชนชั้นนำกลุ่มใดมีแนวคิดนโยบายที่จะทำ ดังนั้น ประชาชนต้องช่วยให้การศึกษาและจัดตั้งองค์กรในหมู่ประชาชนกันเอง จึงจะผลักดันแนวคิด “สังคมนิยมประชาธิปไตยแนวระบบนิเวศน์” ให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เพื่อความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพัฒนาอย่างยั่งยืนได้

Tags : รศ.วิทยากร เชียงกูล

Advertisements
 

5 responses to ““การปรองดอง” ของชนชั้นนำ ไม่ใช่ปัญหา/ผลประโยชน์ของภาคประชาชน

  1. Less tolerant

    กรกฎาคม 12, 2012 at 7:22 am

    ครู อาจารย์ เป็นกลุ่มคนที่ย้ำระบบเจ้าขุนมูลนาย
    ชอบให้คนเรียนไปพินอบพิเนา เอาใจ
    จัดงานแต่งงานลูกเอย. งานบุญ
    ก็วนกับเงินคนเรียน. น่าเบื่อ
    แถม เผด็จการเอาแต่ใจตัวเอง
    ครู อาจารย์ยังเป็นเสียเอง
    จะหวังอะไรได้

     
  2. Less tolerant

    กรกฎาคม 12, 2012 at 7:57 am

    เช่น เฉียบ ไทยิ่ง. เป็นต้น

     
  3. Less tolerant

    กรกฎาคม 12, 2012 at 7:58 am

    หลักฐานอยู่ในปากที่ปิดของคนเรียนนั่นแหละ
    เพราะระบบเจ้าขุนมูลนาย ที่ไพร่อยากเป็น. มั้ง

     
  4. esanindy

    ตุลาคม 9, 2012 at 10:21 pm

    “การปรองดอง” ของชนชั้นนำ ไม่ใช่ปัญหา/ผลประโยชน์ของภาคประชาชน ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นเลยครับ

    https://esanindy.wordpress.com
    อีสานอินดี้ เว็บดีมีสาระ สืบสานวัฒนธรรมอีสาน

     
  5. รัฐในอุดมคติ

    พฤศจิกายน 1, 2012 at 5:17 pm

    สังคมไทยเพิ่งจะเดินทางถึง “ระยะเปลี่ยนผ่าน” จากระบบศักดินา พัฒนาการมาสู่ระบบชนชั้นนายทุนใหม่ และกำลังพัฒนาไปสู่กลุ่มทุนของประชาชน หรือพรรคการเมืองของประชาชนจริงๆ ต้องอดทนหน่อย

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: