RSS

Category Archives: ฉันจึงมาหาความหมาย

มองสังคมไทยผ่านหนังสือ “ฉันจึงมาหาความหมาย”


มองสังคมไทยผ่านหนังสือ “ฉันจึงมาหาความหมาย”

โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล

“ฉันจึงมาหาความหมาย” คือ ชื่อหนังสือรวมเรื่องสั้น บทละครสั้น และบทกวี ของผู้เขียน พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 41 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2514)

และพิมพ์ครั้งที่ 18 โดยสำนักพิมพ์สามัญชน เมื่อเร็วๆ นี้ ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดได้รวมเรื่องแต่งยุคหลังจากผู้เขียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว (2512-2527) และเคยพิมพ์เป็นเล่มต่างหากชื่อ “ฝันของเด็กชาวนา” ไว้ด้วย เพราะเห็นว่าเป็นงานต่อเนื่องกัน และการแสวงหาความหมายเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่เฉพาะช่วงการเป็นนักศึกษาปริญญาตรีเท่านั้น
Read the rest of this entry »

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

ฉันจึงมาหาความหมาย พิมพ์ครั้งที่ 18


This slideshow requires JavaScript.


        ฉันจึงมาหาความหมาย พิมพ์ครั้งที่18 (ปรับปรุงใหม่) กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งรศ.วิทยากร เชียงกูล ส่งมาให้ด้วยตัวท่านเอง “ฉันจึงมาหาความหมาย”หนังสือซึ่งเป็นที่มาของการพานพบกับท่าน รศ.วิทยากร เชียงกูล ตัวเป็นๆ และหนังสือซึ่งเป็นที่มาของ “ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล”  

เริ่มเขียน blog และโพสต์เกี่ยวกับงานหนังสือที่ชื่นชอบ…จนกระทั่ง..ได้เจอกับท่าน รศ.วิทยากร เชียงกูล ตัวจริง…และได้มีชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล..ซึ่งท่าน รศ.วิทยากร เชียงกูล ได้ให้เกียรติกรุณาตั้งชื่อของชมรมฯให้แก่ดิฉัีน,เพื่อน และน้องๆ ในชมรมฯ ที่ชืนชอบผลงานของท่าน…หนังสือเล่มนี้ และหนังสือทุกประเภทให้คุณค่าแก่ชีวิตมากมายเพียงใด…ถ้าท่านสมาชิกสงสัย รึอยากอ่านและศึกษางานเขียนเล่มนี้อย่าลืมหาซื้ออ่านได้ที่แผงหนังสือใกล้บ้านท่านนะค่ะ …และท่านจะรู้ทำไม…ฉันจึงมาหาความหมาย..

 

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/82598

https://witayakornclub.wordpress.com/ 

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/82598

 

ป้ายกำกับ: , ,

วิทยากร เชียงกูลกับ 20 ปีของ “ฉันจึงมาหาความหมาย”


จากคอลัมภ์ “ชีวิตและลีลา”
ในหนังสือพิมพ์ “ผู้จัดการรายวัน”
ฉบับประจำวันที่ 14-15 ธันวาคม 2534

เป็นยามบ่ายแก่ๆ ของวันหยุดอันสงบหนาวแถบสวนผักตลิ่งชัน กลิ่นอายของพืชพรรณและผืนดินครอบคลุมผสานกับบรรยากาศกันเอง ผู้จัดการรายวันจึงเริ่มต้นคำถามแรก

* กับงานวรรณกรรม อาจารย์เริ่มต้นอย่างไรและงานที่ทำออกมาแล้ว มีอะไรบ้าง

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

ช่วงที่ผมไป “หาความหมาย” ที่ธรรมศาสตร์


    วิทยากร เชียงกูล
ทำไม “ฉันจึงมาหาความหมาย”

ผมเรียนธรรมศาสตร์ ช่วง ปี 2508-2512 ในคณะเศรษฐศาสตร์ ก่อนที่ผมจะเลือกว่าจะเรียนต่อที่ไหนดีนั้น ผมรู้จักมหาวิทยาลัยต่างๆน้อยมาก การศึกษามัธยมในสมัยนั้นไม่มีการแนะแนวเรียนต่อ ขนาดผมอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ทันสมัยโรงเรียนหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมก็รู้เพียงแต่ว่ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง คือ จุฬ่า และธรรมศาสตร์  แต่ก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยสมัยนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงทางวิชาการ หรืออย่างน้อยก็ไม่มีข่าวคราวทางด้านวิชาการ สิ่งที่คนรู้จักเกี่ยวกับจุฬา และธรรมศาสตร์มากที่สุด คือ งานฟุตบอลประเพณี เพราะเป็นงานใหญ่ระดับชาติที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากจริงๆ

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ทางออกจากปัญหาวิกฤติของชาติ (ปก)


*ผลงานชิ้นนี้อาจารย์วิทยากร เชียงกูล ได้เขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 ท่านสมาชิกหรือผู้สนใจท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้แจ้งมาทางเว็บไซต์ได้เลยค่ะ*

 

ทางออกจากปัญหาวิกฤติของชาติ

วิทยากร  เชียงกูล 
 


 
 
 
 
 

รูปภาพ 
 
 
 
 

รวมพลังสร้างสรรค์ความเป็นไท  เป็นธรรม  และคุณภาพชีวิตยั่งยืน

 


 *งานชินนี้เป็นรายงานการวิจัยของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล  เกี่ยวกับปัญหาความยากจนของคนไทย*

[ABSTRACT]

SUSTAINABLE   APROACH  FOR  SOLVING  PROBLEMS  OF THE POOR

Mr.Witayakorn  Chiengkul 

      The main stream economists defining  The poor as those who has income below income poverty line [based on human basic minimum needs] is  too narrow and led to early-presumed conclusion that since Thailand  has implemented the pro-growth market oriented development plan in 1961 up  to 1996, percentage of the poor has reduced progressively.  So the solutions of the poverty problem in their view should be to promote more pro-growth  market oriented investment which is misleading

      In reality, this kind of pro-growth development policy in the already unjust Thai socio-economic structure led to increasing income gap among the 20%  richest and the 80% poorest group and increse number and percentage of the majority poor who do not only has relatively less wealth and purchasing power but has absolutely less natural and social capital or access to self sufficient  food  production as well.

      To find more  sustainable solution, we need to have broader perception of poverty causes and  solutions than the mainstream pro-growth  market oriented view.

      Alternative  view claim that poverty  is  caused  by Thai political, economic and social structure and pro-growth market oriented policy that worsen the environment, disitibution of wealth, income, and other social  opportunitites among the peoples.

      The poor should be measured by many combined faxtors rather than the earnd cash. For  those farmers who still have high  proportion of self-sufficient  farming [have their  own  rice as principal food]  they  are in need of cash less than more marketed oriented farmers.  Measurement of the non-poor [VS. poor] are such as proper house, occupation or the mode of earning a living, mode of   living, ability to join community activities and stability in family institution.

      The main causes that make some one poorer are the lack of land and capital due to the unequal  distribution of new clearance land by the central and local  authority and many  cases by new public  projects such  as large  reservoirs and dams that make peasants lost their land without fair compensation.

      Poverty at village level involve geo-economic position of the will age, water  supply, access to natural  resources, market and other communications, the level of economic and social capital  accumulation, access to earning in non-agricultural sector.

      Therefore, we have to view “poverty” as the structural poverty in term of deprivation of economic, political and social  rights and opportunities.

      To  find the solutions for eradication of poverty, one need a radical structural economic and social reforms for fairer distribution of wealth, income, education and other social  access as well as balanced and sustainable social development policy. 

 

วิทยากร เชียงกูล ผู้สร้างอุดมการณ์แห่งการต่อสู้


วิทยากร

วิทยากร เชียงกูล ผู้สร้างอุดมการณ์แห่งการต่อสู้

เหตุเกิดจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับสายลมผู้โชคดี  โชคดีแบบที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนในชีวิตของสายลม
ผมได้มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมคารวะท่านผู้อาวุโส ที่เก่งและมากด้วยความรู้และความสามารถของท่าน ท่านผู้นี้คือ  อ.วิทยากร เชียงกูล  ครับ
ความประทับใจและไมตรีของท่านอาจารย์ สายลมจะไม่มีวันลืมครับ
และที่สำคัญ มีคำพูดประโยคหนึ่งที่สายลมได้บอกความในใจกับท่านอาจารย์ว่า ” บทกวีของท่านอาจารย์ มีอิทธิพลกับชีวิตของสายลมอย่างมากมายมหาศาล “ และที่กล่าวมานั่นคือความจริงจากหัวใจของนายสายลมผู้นี้ครับ
………………………..เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน   บทกวีบทนี้สายลมเชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้สัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่าง เมื่อได้อ่านบทกวีบทนี้ สายลมก็เช่นกันครับ                               ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
                               ฉันจึง มาหา ความหมาย
                               ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย
                               สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว
ในห้วงของการต่อสู้ทั้งกับความรู้สึกภายในตัวเองและกระแสสังคมอันเชี่ยวกราก การถาโถมของกระแสสังคมความคิดที่มุ่งมองแต่ตัวเองเป็นหลัก การเสียสละเป็นเรื่องไกลตัว  ในช่วงที่สายลมเป็นนักศึกษา และเรียกตัวเองว่า นักกิจกรรม ถือได้ว่าบทกวีบทนี้มีผลต่อชีวิต ตั้งแต่วันแรกที่ได้อ่านจากปกหลังของสมุดค่ายจนถึงทุกวันนี้ยังคงจดจำได้ขึ้นใจ เป็นการเริ่มต้นความคิดที่จะสร้างสรรค์สังคม ให้อุดมและงดงาม ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…………………….

มีหลากหลายสิ่งอยากจะสื่อสารให้ผู้คนได้รับรู้
มีมากมายหลายอย่างอยากจะบอกกับคนทุกคน
………………………
เรายังหวัง  จะทำดี
สร้างสรรค์สังคม ให้อุดม และงดงาม
                           เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง………หรือจึงมุ่งมาศึกษา 
                     เพียงเพื่อปริญญา  …………เอาตัวรอดเท่านั้นฤๅ
                     แท้ควรสหายคิด     …………และตั้งจิตร่วมยึดถือ
                     รับใช้ประชาคือ    …………….ปลายทางเราที่เล่าเรียน

………………………..

และอีกมากมายในความรู้สึกครับ
โอกาสดีดี สายลมเย็น ๆ จะมาบรรยายความรู้สึกอุ่น ๆ ให้อิ่มเอมกันนะครับ
ขอบคุณพี่หนูนิดครับที่ทำให้ สายลมได้มาเยี่ยมคารวะท่านอาจารย์วิทยากร เชียงกูล ในดวงใจของสายลม