RSS

Category Archives: ทางออกของปัญหา:จะมอ

ทางออกของปัญหา:จะมองและสร้างเศรษฐกิจทางบวกได้อย่างไร


ทางออกของปัญหา:จะมองและสร้างเศรษฐกิจทางบวกได้อย่างไร
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 6 ธันวาคม 2550 18:52 น.
       ปัญหาน้ำมันแพง และเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว ทำให้นักเศรษฐศาสตร์พากันกล่าวว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าต้องลดลงด้วย เพราะเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับการลงทุนและการค้าต่างประเทศ (ส่งออก) เป็นหลัก นี่คือการคิดอยู่ในกรอบว่าเราต้องพัฒนาเศรษฐกิจแนวพึ่งต่างชาติแนวเดียว ไม่กล้าคิดว่าเราสามารถแหกกรอบไปทางอื่น เช่นการพึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นได้
       
        นักการเมืองและชนชั้นนำของไทยมักอ้างว่าไทยเป็นประเทศเล็กที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนโยบายเปิดการลงทุนและการค้าเสรี แต่ประเทศไทยมีประชากรใหญ่เป็นอันดับที่ 19 ของโลก ใหญ่กว่าอังกฤษ ฝรั่งเศสนิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่คนส่วนใหญ่ของประชากร 64 ล้านของไทยยากจน พวกเขาไม่มีอำนาจซื้อ ตลาดภายในประเทศของไทยจึงเล็กกว่าอังกฤษ ฝรั่งเศสหลายเท่า
       
       ประเทศไทยมีพื้นฐานการเกษตรที่ค่อนข้างดี มีอาหารพอกินและเหลือส่งออกด้วย ซึ่งดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ ภาคเกษตรยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกมาก ส่วนแรงงานและผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย ซึ่งเป็นกำลังแรงงานที่สำคัญก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกมากเช่นกัน ถ้าหากรัฐทุ่มเทการพัฒนาคนจน ทำคนส่วนใหญ่ให้มีความรู้ มีงานที่มีรายได้สูงขึ้น จะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศสูงขึ้น จนลดผลกระทบจากปัญหาการส่งออกชะลอตัวได้
       
       นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตลาดต่างประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศ เป็นนโยบายที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ยิ่งถ้าเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวและน้ำมันแพง เศรษฐกิจไทยจะยิ่งตกต่ำหนัก แต่ถ้ารัฐบาลฟังนักวิชาการ ผู้นำชุมชน ผู้นำสังคมและกล้าคิดกล้าเลือกทางเดินใหม่ คือเน้นพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศแบบพึ่งตนเองและพึ่งตลาดภายในระดับชุมชนและประเทศเป็นด้านหลัก ส่งเสริมการลงทุนและการค้ากับต่างประเทศเฉพาะที่จำเป็นและไทยได้ประโยชน์จริงๆ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนเศรษฐกิจต่างประเทศลดลง และพัฒนาจากภายในประเทศเป็นด้านหลักได้
       
       ประเทศไทยมีเงินออมในระบบธนาคารมากกว่า 5 ล้านล้านบาท สภาพคล่องเหลือ ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ แต่เป็นเพราะรัฐบาล (ทุกรัฐบาล) ขาดภูมิปัญญาและขาดจิตสำนึกที่จะคิดแนวใหม่ เช่น เศรษฐกิจพึ่งตนเอง เน้นการพัฒนาทรัพยากร แรงงานและตลาดในประเทศ ชาตินิยมทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ ระบบสหกรณ์ สังคมนิยมประชาธิปไตย ชุมชนสวัสดิการ ฯลฯ
       
       ประเทศไทยจะลดปัญหาผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวได้ถ้าเปลี่ยนมาใช้นโยบายจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในประเทศเสียใหม่ โดยเน้นการพัฒนาคนส่วนใหญ่ให้หายจน ทั้งเรื่องการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปการเกษตร ปฏิรูปการให้สินเชื่อ ปฏิรูปการศึกษา การฝึกอบรม การจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์ การปฏิรูปการตลาด เมื่อแรงงาน 30 กว่าล้านคนของไทย มีความรู้ มีงานทำ และรายได้เพิ่มขึ้น พวกเขาก็จะไปซื้อสินค้าและบริการเพื่อครอบครัว ซึ่งมีรวมแล้วถึง 64 ล้านคนเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตได้
       
       นโยบายแบบทักษิณที่หมุนเงินมาใช้เก่งและเร่งรัดการลงทุนและการบริโภค เป็นการแก้ปัญหาแบบกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตในระยะสั้น แต่เพิ่มการทำลายทรัพยากรและสภาพแวดล้อม การเพิ่มการสั่งเข้าพลังงานจากปีละ 2 – 3 แสนล้านบาทเป็นปีละ 5 – 6 แสนล้านบาท ทำให้ทั้งรัฐบาลภาคธุรกิจเอกชนและประชาชนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น และทำให้สภาพแวดล้อม ระบบนิเวศเสียหายเพิ่มขึ้นมาก แม้รัฐบาลทักษิณจะอ้างว่าเขาทำให้หนี้ต่างประเทศภาครัฐลดลง แต่หนี้ภายในประเทศซึ่งรวมทั้งการออกพันธบัตรกลับสูงขึ้น นโยบายทักษิณกระจายเงินไปหาเสียงกับคนจนได้ส่วนหนึ่งและโฆษณามาก แต่งบส่วนใหญ่ที่ใช้อย่างเงียบๆมุ่งช่วยคนรวย คนชั้นกลาง ช่วยภาคธนาคารและธุรกิจให้ขายของหากำไรจากคนจนได้มากขึ้น ไม่ได้ช่วยให้คนจนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้จริงๆ
       
       การค้านคุณทักษิณในข้อหาว่าเขารวบอำนาจผูกขาดโกงและหาผลประโยชน์ทับซ้อนมากเกินไปยังไม่พอ รัฐบาลใหม่ต้องก้าวข้ามระบอบทักษิณหรือระบอบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดที่เป็นบริวารทุนต่างชาติให้ได้ด้วย คือ ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งระบบ เน้นการพัฒนาคน ใช้แรงงาน ทุน ทรัพยากร ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ลดขนาดการพึ่งพาการค้าและการลงทุนกับต่างชาติลง (ตอนนี้ไทยพึ่งการค้าระหว่างประเทศถึง 130 – 140 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวม) หันมาใช้นโยบายเศรษฐกิจพึ่งตนเองเรื่องปัจจัยสี่ในระดับชุมชนและระดับประเทศ เน้นการพัฒนาเกษตรกร แรงงาน ผู้ประกอบการขนาดย่อม ขนาดกลาง เน้นพัฒนาเศรษฐกิจระดับชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้เพิ่มขึ้น ปรับโครงสร้างการผลิตและการบริโภคที่ลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน ถ่านหินและแก๊สธรรมชาติลง และเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น (เช่น เพิ่มภาษีค่าธรรมเนียมรถยนต์ส่วนตัวและจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าเมืองชั้นใน เพื่อส่งเสริมให้คนใช้การขนส่งสาธารณะแทน ปิดสถานบันเทิงและโทรทัศน์เร็วขึ้น ฯลฯ)
       
       เราต้องเปลี่ยนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ โดยเน้นการสร้างฐานรากคือ พัฒนาประชาชนและชุมชนให้เข้มแข็ง ทำให้คนส่วนใหญ่มีปัจจัยที่จำเป็น อาหาร ที่อยู่ ยา เสื้อผ้า เครื่องใช้จำเป็น การศึกษา อย่างพอเพียง และกระจายการศึกษา การมีงานทำ ทรัพย์สินและรายได้อย่างสมดุลและเป็นธรรม ช่วยให้คนไทยทั้งประเทศเติบโตพร้อมๆกัน ถึงไปช้าหน่อย แต่จะสมดุลและยั่งยืนกว่า และเป็นทางที่จะทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและน้ำมันแพงไม่ทำร้ายคนไทย โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ที่ยากจนมากเกินไป จนทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่วุ่นวายไม่รู้จบ
Advertisements