RSS

Category Archives: บทความ

ใช้วิกฤติทุนนิยมโลกให้เป็นโอกาสในการฟื้นประเทศไทยใหม่


โดย วิทยากร เชียงกูล
ระบบทุนนิยม คือตัวการสร้างวิกฤติความขัดแย้งและความไม่สมดุล

ปัญหาวิกฤติระบบการเงินการธนาคารในสหรัฐฯที่ลามเป็นวิกฤติเศรษฐกิจถด ถอยทั่วโลก เกิดจากความโลภและความโง่เขลาของนโยบายพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมอุตสาหกรรม ที่เน้นการแข่งขันหากำไร / การบริโภคสูงสุดของเอกชน จนมีการเก็งกำไร การใช้จ่ายและการบริโภค มากกว่าการผลิตและความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน
Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: ,

สร้างประชาธิปไตยในความคิดจิตใจของคน


โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์     30 ตุลาคม 2551 10:45 น.
ระบอบประชาธิปไตย นอกจากจะต้องมีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย เลือกตั้ง และระบบการคานอำนาจที่สมดุลแล้ว ยังจะต้องมีเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตย คือเคารพสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคของคนส่วนใหญ่ด้วย

ก ารจะทำให้เกิดระบอบวัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตย สมาชิกในสังคมจะต้องช่วยกันหล่อหลอม สร้างค่านิยม วิถีชีวิต ที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งในครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชน ระบบการศึกษา สื่อมวลชน การพัฒนาศิลปวัฒนธรรม ต้องช่วยทำให้ประชาชนมีค่านิยมทัศนะคติแบบประชาธิปไตยและมีจิตสำนึกของพลเมื องที่คิดช่วยกันพัฒนาชุมชนและประเทศ เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อย่างเอาการเอางาน

การจะสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยได้ เราต้อง

1. ปฏิรูปการเลี้ยงดูเด็ก เปลี่ยนจากวิธีการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนแบบใช้อำนาจใช้คำสั่ง กฎระเบียบข้อบังคับ เป็นการส่งเสริมให้เด็กได้รับความรัก ความเอาใจใส่แบบเสมอต้นเสมอปลาย มีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค ฝึกให้เด็กมีวินัยในตัวเองและความรับผิดชอบอย่างมีเหตุผล รู้ว่าวินัยเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขาและทุกคน และฝึกให้เขาคิดตัดสินใจด้วยตัวเองได้เพิ่มขึ้น

2. ปฏิรูปการศึกษา ให้มีครูอาจารย์ที่ฉลาดและมีจิตใจประชาธิปไตยที่จะรับฟังนักเรียน นักศึกษา สอนให้ผู้เรียนรู้จักวิธีคิด วิเคราะห์ เป็นตัวของตัวเอง กล้าถาม กล้าอภิปราย การวัดผลต้องเน้นความสามารถในการเข้าใจ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปฏิบัติได้แทนการท่องจำ และทั้งรัฐภาคเอกชน ภาคสังคมประชาต้องร่วมกันขยายการศึกษาที่มีคุณภาพที่ต้องพัฒนาความฉลาดทั้งท างปัญญา อารมณ์ จิตสำนึก ให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าถึงอย่างทั่วถึงเป็นธรรม

3. ปฏิรูปสื่อสารมวลชน ให้เป็นสื่อสาธารณะของประชาชน เสนอข้อมูลรอบด้านเชิงวิเคราะห์ ให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ยกระดับความคิดอ่าน และรสนิยม ค่านิยมทางด้านศิลปะวัฒนธรรม ของประชาชนมากขึ้น

4. ปฏิรูปทางด้านศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อ สภาพแวดล้อมทางสังคมด้านต่าง ๆ เพื่อส ่งเสริมให้ประชาชนเกิดแนวคิดค่านิยมในเชิงเสรีประชาธิปไตย ใจกว้าง อดกลั้น เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้น

การปฏิรูปทางสังคมทั้ง 4 ด้านนี้ต้องมีเป้าหมายช่วยทำให้พลเมืองมีค่านิยมที่สร้างสรรค์และเป็นประชาธิปไตยดังต่อไปนี้

1. เป็นคนมีเหตุผล ยอมรับเรื่องสิทธิหน้าที่ของพลเมือง ความเป็นจริงในทางสังคมว่าเราต้องไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น และรู้จักการร่วมมือ เคารพในตัวเอง เคารพในศีลธรรม และประโยชน์ร่วมกันของกลุ่ม ชุมชนและประเทศ

2. มีทัศนคติที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ มีความเคารพซึ่งกันและกัน และมีความสามัคคีเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์แค่ระยะสั้น ๆ

3. เข้าใจความจำเป็นและประโยชน์ของการเข้ามาอยู่ร่วมกันเป็นพลเมืองข องชุมชนและประเทศเพื่อประโยชน์ของสมาชิกทุกคนในระยะยาว การปลูกฝังความรักชาติในความหมายของการเห็นแก่ชุมชน เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ไม่ใช่การหลงชาติ ดูถูกเผ่าพันธุ์อื่น การเน้นจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยมากกว่าแน วคิดแบบปัจเจกชนตัวใครตัวมันของลัทธิทุนนิยมอุตสาหกรรมที่มีอิทธิพลมากเกินไ ปในปัจจุบัน

4. เคารพกฎหมายและดำเนินชีวิตในกรอบของกฎหมายที่มีเหตุผลและเป็นธรรม ถ้าเห็นว่ากฎหมายไม่เป็นธรรม ต้องเสนอแนะผลักดันให้มีการแก้ไข ไม่ใช่เลี่ยงหรือทำผิดกฎหมาย ต้องถือว่าระบบอภิสิทธิและการเล่นพรรคเล่นพวกทุจริตฉ้อฉล/หาประโยชน์ทับซ้อนทุกระดับ เป็นเรื่องที่ผิดน่ารังเกียจ ทำให้ส่วนรวมเสียหาย

5. มีจิตใจเปิดกว้าง ยอมรับว่าสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้ ทุกอย่างมีทั้งด้านบวกและลบ และพร้อมที่ปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้

6. เป็นคนที่มีความรับผิดชอบผูกพันกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป และอธิบายความชอบธรรมอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้

7. มีจิตใจแบบเมตตา กรุณา มุทิตา เห็นใจเพื่อนร่วมประเทศ เพื่อนร่วมโลก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นธรรม ไม่มีอคติต่อผู้ที่มีความแตกต่างจากตน เช่นนับถือศาสนาอื่นหรือเชื้อชาติอื่น

รัฐธรรมนูญถึงจะแก้ไขให้ดีอย่างไร ก็จะมีช่องโหว่หรือมีความไม่เป็นธรรม ไม่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้ จะต้องเน้นการให้การศึกษา ความรู้ ข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งการส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรประชาชนจึงจะสนับสนุนให้รัฐธรรมนูญมีผลบ ังคับใช้ตามเจตนารมณ์ได้

ส ิ่งที่สำคัญคือการปฏิรูปการศึกษา สื่อมวลชน การเผยแพร่แนวคิดศาสนา จริยธรรมที่เน้นหลักธรรมมากกว่าพิธีการ เพื่อพัฒนาพลเมืองที่มีความรู้และจิตสำนึกรับผิดชอบสังคม ตระหนักถึงความจำเป็นว่าการจะยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวบ้างเพื่อร่วมมือก ันทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อเราแต่ละคนในระยะกลางและระยะ ยาว มากกว่าการเชื่อในเรื่องแข่งขันแบบใครดีใครได้

ประเทศยุโรปเหนือ (สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์) และประเทศอื่น ๆ ซึ่งประชาชนมีวัฒนธรรมประชาธิปไตยและการช่วยเหลือกันร่วมมือกันแบบสังคมประชาหรือชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเหล่านี้ พัฒนาทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมที่เจริญก้าวหน้า ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และมีความสุขความพอใจ

ดังนั้น เรื่องสำคัญที่ประชาชนไทยต้องพยายามสร้างขึ้น ค ือความรู้ค่านิยมและวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยที่ใจกว้าง(ลิเบอรัล) และการส่งเสริมร่วมมือกันเพื่อส่วนรวม ควบคู่ไปกับการปฏิรูปด้านกฎหมาย การเมือง และเศรษฐกิจ และสังคมเพื่อสร้างความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริตเป็นธรรมและความฉลาดแบบมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม การพัฒนาประเทศควรไปในแนวทางเลือกใหม่ เช่นระบบเศรษฐกิจแบบสหกรณ์ผู้ผลิตผู้บริโภค สังคมนิยมประชาธิปไตย รัฐสวัสดิการและชุมชนสวัสดิการ เพราะการพัฒนาประเทศแนวทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดที่เป็นบริวารที่ทำอยู่นั้นม ีแต่จะทำให้คนรวยคนมีความรู้มากส่วนน้อยเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ยากที่จะแก้ปัญห าการซื้อเสียง ขายเสียงใช้อำนายอิทธิพลระบบอุปถัมภ์ได้

การกล้าคิดวิเคราะห์เพื่อหาทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

ระบอบประชาธิปไตยของแท้จะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับปฏิรูปกระบวนการเรีย นรู้ของคนทั้งประเทศใหม่ ให้คนไทยคิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล มีหลักวิชาการ รู้จักมองอะไรได้กว้างไกลอย่างวิพากษ์วิจารณ์ มีวุฒิภาวะ ไม่มองแบบแบ่งเป็น 2 ขั้วอย่างง่ายเกินไป วิเคราะห์สภาพสังคมแบบเจ้าขุนมูลนาย ระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและทุนนิยมผูกขาดทางเศรษฐกิจ ปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเศรษฐกิจอย่างวิพากษ์วิจารณ์และเปรียบ เทียบกับประเทศอื่น ๆ เพื่อแสวงหาพัฒนาทางเลือกใหม่ที่เน้นประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นด้านหลั ก

ประชาชนต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในพลังของตนเอง กลุ่มและชุมชน เชื่อมั่นในเรื่องสิทธิความเสมอภาค เลิกหวังพึ่งคนมีอำนาจแบบระบบอุปถัมภ์ และร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มองค์กรประชาชนตรวจสอบผลักดันใ ห้นักการเมือง นายทุน ข้าราชการ เลิกแก่งแย่งผลประโยชน์ระยะสั้นเฉพาะหน้า เลิก/ลดการโกง การหาผลประโยชน์ทับซ้อน หาทางทำให้คนฉลาดและมีจิตสำนึกมากพอที่จะยอมลดผลประโยชน์ระยะสั้นและความหลง ตัวเอง ตระหนักมากขึ้นว่า การร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม คือการรักษาผลประโยชน์ตัวเองและลูกหลานของตนในระยะยาวนั่นเอง

หากส่งเสริมให้ประชาชนฉลาดขึ้น ประชาชนจะสามารถคิดหาทางเลือกในการพัฒนาที่ดีกว่าทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดในปัจจุบันได้ เช่นท ุนนิยมแบบรัฐสวัสดิการ สังคมนิยมประชาธิปไตย ระบบสหกรณ์ และธุรกิจเอกชนที่พนักงานและประชาชนเข้าไปถือหุ้นมากขึ้น สหกรณ์ผู้ผลิตและผู้บริโภค สหภาพแรงงาน องค์กรประชาชน สภาชุมชน มีอำนาจต่อรองกับนายทุนและมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ก็อาจผสานกับเศรษฐศาสตร์การเมืองแนวพุทธ ที่เน้นทางสายกลาง การใช้ชีวิตเรียบง่าย ประหยัด ทำดี ไม่เบียดเบียนคน สัตว์ และธรรมชาติ ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นด้วยความเมตตา กรุณา มุทิตา และแนวคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน คำนึงถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ตลอดจนคุณภาพชีวิตและความสุขสงบของคนส่วนใหญ่ มากกว่าการเน้นการเพิ่มความเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติแบบแนวทางการพัฒนา แบบทุนนิยมผูกขาดในปัจจุบัน ซึ่งสร้างปัญหาทั้งการเอาเปรียบคนและธรรมชาติ และสร้างความขัดแย้งการขาดความสมดุลและวิกฤติทางเศรษฐกิจ การเมือง สภาพแวดล้อมชนิดไม่มีทางแก้ได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาประเทศใหม่โดยสิ้นเชิง

ผู้จัดการรายสัปดาห์
บทความ ทางออกของปัญหา

 

ป้ายกำกับ: , , ,

เมื่อรัฐไร้น้ำยา อุตสาหกรรมก็ใกล้ล้มละลาย


การพึ ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ แม้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธในเชิงทฤษฏี แต่ทางปฏิบัติดูจะเป็นเรื่องยากยิ่งยกตัวอย่างโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ซึ่งเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้า หลายโครงการต้องสะดุดเพราะปัญหาการต่อต้านโดยเหตุผลเรื่อง สิ่งแวดล้อมและชุมชน

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , ,

จับนักการเมืองชั่วเข้าคุก กติกาสากลของประชาธิปไตย


หนังส ือพิมพ์นิวยอร์ค ไทมส์ วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา รายงานว่า คณะลูกขุน แห่ง Distric of Colombia ลงมติว่า เท็ด สตีเวนส์ วุฒิสมาชิกแห่งรัฐอลาสกา ซึ่งสังกัดพรรครีพับลิกัน มีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับจริยธรรมของนักการเมือง เพราะว่า ไปรับสิ่งของและใช้บริการจากเพื่อนที่เป็นนักธุรกิจแล้ว ปกปิด ไม่ยอมแจ้งต่อทางการ
Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: ,

มองมุมใหม่ด้วยใจรัก:จะต้องลงทุนประเทศไทยอีกเท่าไร เพื่อคนเพียงคนเดียว ?


ท่ามกลางการถูกทำให้รู้สึกว่า สังคมไทย “แตกแยก” มีแต่กลุ่มคนทะเลาะกัน ผมอยากให้ “มองมุมใหม่ด้วยใจรัก” ครับ

ในสังคมใดๆ อยากจะให้รักกัน คนในสังคมนั้นๆ ก็ต้องไม่คดโกงเอาเปรียบกัน คนคดโกงก็ต้องรับโทษตามสมควร แต่ถ้าวางอำนาจ ทำผิด เอาเปรียบภาครัฐ เอาเปรียบประชาชน เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว สังคมก็จะรักษาความพึงพอใจ และความสงบสุขได้ยาก
Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , , ,

เศรษฐกิจสังคมไทยในภาวะตีบตันทางการเมือง


โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์     30 ตุลาคม 2551 11:04 น.
ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังรีบปรับตัวและปรับนโยบายในการรองรับผลกระทบของปัญหาเศรษฐกิจจาก การเกิดปัญหาหนี้เน่าของสหรัฐอเมริกากันอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยเองกลับไม่มีโอกาสได้ใช้ศักยภาพภายในประเทศอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นเพราะปัญหาทางการเมืองของไทยที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ ไม่มีใครยอมใคร แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะเหนืออีกฝ่ายหนึ่งได้

โ ดยในภาพรวมด้านเศรษฐกิจของไทยยังถือว่ามีพื้นฐานที่เป็นคุณแก่การแก้ปัญหา เพราะไทยเองเคยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วในลักษณะเดียวกับที่สหรัฐฯ ได้ประสบอยู่ แต่การที่ประเทศไทยได้ประสบการณ์มาก่อนในช่วงฟองสบู่แตกปี 40 ไทยจึงมีระบบในการรองรับปัญหาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ผลกระทบจึงไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก

ในขณะที่ภาคเกษตรของไทยมีผู้คนเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีส่วนแบ่งในการผลิต และรับผลจากการผลิตน้อยกว่าภาคการผลิตอื่น ๆ อยู่อีกมากมายหลายเท่า ซึ่งถ้านับเอาตามโครงสร้างการผลิตเช่นเดิม คือผลผลิตทางการเกษตรที่ทำได้แล้วส่งออกขายไปเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นปฐมนั้น จะพบว่ารายได้ของภาคเกษตรที่ได้รับมีสัดส่วนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมากนัก

เช่นตัวอย่างการที่ผลผลิตเกษตร เช่น ฝ้าย ที่ถูกนำไปทอเป็นเสื้อ 1 ตัว ราคาเสื้อสมมุติ 100 บาท จะเป็นของภาคเกษตรแค่ไม่เกิน 20 บาท เท่านั้น คือจากการผลิตฝ้าย ที่เหลือภาคบริการจะรับส่วนแบ่งไปมากมาย

การช่วยเหลือผู้คนในภาคเกษตรที่ควรจะเป็นหรือทำได้ ที่รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาพยายามทำก็จะมีลักษณะช่วยบรรเทาปัญหา ช่วยด้านการเพิ่มผลิตภาพการผลิตเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็แก้ไขปัญหาหยิบยื่นความช่วยเหลือแบบเฉพาะหน้าระยะสั้น เช่น ให้เงินกู้ ลดดอกเบี้ย ยืดอายุการชำระคืนเท่านั้น

การแก้ไขถึงระดับเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ ยกระดับเป็นการเพิ่มมูลค่า เช่น แปรรูปเป็นเกษตรอุตสาหกรรม หรือการทำให้เกษตรเป็นสินค้าที่ทดแทนพืชพลังงาน เอาพืชเกษตรมาผลิตไบโอดีเซล ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรมาทดแทนยาจากกระบวนการอุตสาหกรรมหรือเคมี หรือแม้แต่เอามาผลิตเป็น เครื่องสำอางค์ ให้ได้แทนเครื่องสำอางค์จากภายนอกนั้น หากสามารถทำได้ภาคเกษตรจะได้รับผลพวงจากการพัฒนา หรือการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ได้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ถึงระดับปรับเป ลี่ยนกระบวนทัศน์ในการพัฒนาได้ ซึ่งในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่านักการเมืองบางช่วงจังหวะก็อาจจะพอม ีวิสัยทัศน์ หรือต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ก็พอได้บ้างแต่มักเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนแ ล้วจบลงด้วยความล้มเหลว

แต่เอาเข้าจริง ๆ การปรับเปลี่ยนดังกล่าว ต้องการพลังใจและความมุ่งมั่นทางการเมือง (Poltical Will) ต้องการความลงตัวในพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงต้องมีการนำที่เข้มแข็ง จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงถึงระดับดังกล่าวได้

ร ัฐบาลเดิม ๆ ก็มีนโยบายเอาพืชเกษตรมาแปรรูปเป็นพลังงานกันอยู่บ้างแต่บางกรณี ผลพวงไปไม่ถึงเกษตรยากจน เช่นกรณีอนุมัติให้เปิดโรงงานผลิตแอลกอฮอลจากพืชเกษตร เพื่อมาผลิตเชื้อเพลิงแก็สโซฮอล ก็พบว่าอนุมัติให้แก่ทุนใหญ่ทั้งสิ้น ทุนเล็กทุนน้อยไม่มีใครคิดถึง

แต่กรณีไบโอดีเซล ที่ใช้พืชได้หลากหลายเช่น ปาล์มน้ำมันหรือมะพร้าว สบู่ดำ ฯลฯ นั้น ถ้าจะให้ดีควรจัดระบบให้เกษตรกรมีส่วนเป็นผู้รับผลพวง ดอกผลให้มากที่สุด โดยใช้ระบบสหกรณ์การเกษตรการผลิต ที่ทำให้ชาวบ้านในรูปองค์กรระดับตำบล เข้ามาเป็นเจ้าของในรูปของสหกรณ์การผลิตและแปรรูปเสีย ชาวบ้านจะได้รับผลจากการพัฒนาอย่างเต็มที่

รัฐเองต้องจัดการบริหาร วางแผนทั้งเรื่อง บริหารพื้นที่การผลิต จัดรูปที่ดิน คิดเรื่องระบบ Logistic รองรับ เพื่อให้เกิดลดต้นทุนการผลิต แหล่งวัตถุดิบอยู่ไม่ไกลจากโรงงานผลิต และเป็น Scale ขนาดเล็ก แต่ชาวบ้านเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปขนาดเล็กเสียเอง

ที่กล่าวมาทั้งหมด จะเกิดขึ้นได้ ฝ่ายการเมืองต้องเป็นคนนำ ให้ระบบราชการหลากหลายกระทรวงมาบูรณาการกันเพื่อจัดตั้งองค์กร และดำเนินการบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์ที่ไม่ใช่เป็นงานปกติแบบที่เคยทำไปเป ็นประจำวัน

เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ในช่วงนี้ เพราะบรรยากาศทางการเมืองของไทยอยู่ในลักษณะทำให้อำนาจรัฐอ่อนแอ แค่คิดแก้ปัญหาทางการเมืองรายวันก็หมดเวลาแล้ว

ส ำคัญ ข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่ ไม่น่าจะมีกระบวนการ หรือองค์กรใดที่จะเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างสันติ เพราะองค์กรที่เป็นทางการ เช่น ศาล หรือองค์กรอื่น ๆ ตามระบบนิติบัญญัติเองก็ไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายคู่ขัดแย้งทั้งคู่อย่างเป ็นเอกฉันท์ สถาบันทางสังคมที่เคยเป็นที่เคารพ ก็ทำท่าก้าวพลาดจนเล็งเห็นผลได้ว่า หนทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธีคงเป็นไปได้ยาก แล้วอย่างนี้เศรษฐกิจไทยจะก้าวเดินไปทางไหนกันได้เล่า ?

ที่มา นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์ | บทความ
บทความ ดอกไม้ปลายปืน

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ประเทศต้องมีกลไกยุติความขัดแย้ง


ในยุคที ่ทรัพยากรมีจำกัด การขยายตัวและเติบโตของสังคมและกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้มองเห็นพลังปะทะบางประการของสังคมสมัยใหม่ นักวิชาการบางคน ใช้คำเรียก Clash of Civilizations สังคมมีมิติชนความขัดแย้ง

รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติที่สะท้อนพลังของภาคประชาชนในบทบาทของการกำหนดนโยบายแห่งรัฐได้ห ลายประเด็น อาทิ การการเสนอข้อเรียก
Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: , ,

ทักษิณเรียลลิตี้โชว์”การขาดจริยธรรม”


เป็นข่าวใหญ่ที่รับรู้กันทั่วแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินใ ห้จำคุก 2 ปี จากคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดาภิเษก

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการที่ภรรยานายกรัฐมนตรีเข้ายื่นประ มูลซื้อที่ดิน 33 ไร่ ตรงรัชดาภิเษกในราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนฟื้นฟูนั้นมีการดำเนินการอย่างขัดหลักจริยธรรมของคนเป็นนายกรัฐมนต รี

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: ,

บทบาททหารไทยในปัจจุบัน : การเมืองหรือทหารอาชีพ!


จากการที่ผู้บัญชาการทั้ง 4 เหล่าทัพ ได้ออกมานั่งแถลงทางสื่อโทรทัศน์ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนโดยมีข้อความพาดพิ งและมีลักษณะกดดันการดำรงอยู่ของนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นเป็นต้นมานักวิเคราะห์การเมืองและนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์โดยเ ฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สนใจเรื่องบทบาททหารกับการเมืองพากันตั้งคำถามว่า ทหารไทยปัจจุบันได้มีบทบาทเป็นทหารอาชีพไปแล้วหรือยังเป็นทหารการเมืองอยู่
Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: ,

ศักดิ์ศรี “นายกรัฐมนตรีไทย” ไม่ควรรับใช้ “นักโทษแผ่นดิน”


ไทยยา มถูกสอนมาให้เชื่อในส่วนดีของคนเสมอ พระอาทิตย์ก็ยังส่องสว่าง ให้กับคุณชอบธรรมและคนอธรรมเสมอกัน พระเจ้าก็ทรงสละชีวิตให้ทุกๆคนเช่นเดียวกัน แม้กระทั่งคนที่ทำผิดไปแล้ว หากกลับใจ ก็สามารถกลับมาเป็นคนชอบธรรมได้ แต่ถ้าไม่กลับใจ ทำบาปมากขึ้น โกหกมากขึ้น สร้างความแตกแยกมากขึ้น โกงเพื่ออำนาจมากขึ้น ก็แสดงว่าไม่เกิดการ “กลับใจ” และพระเจ้าย่อมประสงค์ที่จะให้ทำร้ายคนดีๆต่อไปไม่ได้

อดีตผู้นำที่หนีคดีไปต่างประเทศ ก็กลับใจได้ หากอยากจะมีศักดิ์ศรีเป็นตัวแทนระบอบเสรีประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ควรมุ่งสื่อความข้างเดียว

สำหรับอดีตผู้นำไทย

…ไม่เคยตอบกระทู้ในสภา ยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หนีศาลไปต่างประเทศ ไม่ยอมตอบคำถาม

อ ดีตผู้นำไม่เคารพอำนาจสภา ไม่เคารพอำนาจศาล มุ่งครองอำนาจบริหาร และใช้อำนาจเพื่อตนเอง เช่นการใช้สื่อสารมวลชนเพียงด้านเดียว มองประชาธิปไตยเป็นเพียงธุรกิจให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์และความได้เปรียบของธุรกิจส่วนตัว และหวังใช้อำนาจรัฐบิดเบือนความถูกต้อง ปกปิดความผิด ก็น่าจะสรุปได้ว่า อดีตผู้นำไม่มีศักดิ์ศรีที่จะอ้างว่า ท่านเป็นถึง “ตัวแทนระบอบเสรีประชาธิปไตย” ได้เลย

และเมื่อไม่ตอบในสภา ไม่ตอบในศาล ไม่พูดคุยพร้อมคนรู้ทัน ก็ไม่ควรมีศักดิ์ศรีจะขอพูดกับ “ประชาชนของท่าน” เพียงด้านเดียว

เราได้เห็นกลุ่มผู้แสดงเจตนาบริสุทธิ์เรียกร้องการ “สานเสวนา” เพื่อความสันติ ไทยยามเห็นว่า เสวนาเดียวที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ คือการที่อดีตนายกฯตอบข้อซักถามเรื่องประเด็นทุจริตทุกๆเรื่อง และเป็นการสื่อสาร 2 ทาง อย่างที่อารยชนเขาทำกัน ซึ่งก็เป็นแนวทางที่ผู้นำอารยประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทุกๆประเทศเขาทำกัน และแรงกดดันของผู้เรียกร้องให้ “สานเสวนา” ควรไปอยู่ที่อดีตผู้นำ ศูนย์กลางของปัญหา ซึ่งฝ่าฝืนหลักการ “สานเสวนา” เพื่อสันติ โดยมุ่งสื่อความด้านเดียว กับ “ประชาชนของท่าน” รวมทั้ง รายการ “ความจริง(ครึ่งเดียว และเท็จอีกครึ่ง) วันนี้”เช่นเดียวกัน

รัฐบาล จึงควรเป็นรัฐบาลของประชาชน มีศักดิ์ศรีเป็นรัฐบาลไทย ไม่ก้มหัวรับใช้นักโทษผู้หนีคดีไปต่างประเทศ เขาออกจดหมายไปทั่วโลก หมิ่นกระบวนการยุติธรรมไทย เขาสร้างความแตกแยก อ้างว่า คนไทยเป็นประชาชนของตน รัฐบาลทำอะไรบ้าง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของประเทศไทย

นายกฯไทย ยอมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เพียงเพื่อปกปิดความผิดของอดีตผู้นำ ยอมยิงแก๊สน้ำตาขาขาดทำร้ายประชาชนไทย ยอมให้ผู้เป็นนักโทษ มีอภิสิทธิ์ ไม่เคยต้องตอบสภา ไม่ตอบศาล แต่จะมาพูดกับประชาชนโดยใช้ความจริงบางส่วนสร้างความวุ่นวายก็นับได้ว่าเป็น หลักฐานของการรับใช้นักโทษพิเศษอย่างชัดเจน

สำนักงานอัยการสูงสุด ที่สั่งไม่ฟ้องอดีตผู้นำก็ดูจะเป็นหลักฐานว่าเป็นการทำไปเพื่อประโยชน์ของอด ีตผู้นำ เหลือเชื่อว่า ดีเอสไอ และกลต. ได้ชี้ความผิดแล้วว่า อดีตผู้นำและภรรยาเป็นเจ้าของที่แท้จริงของกองทุน Win Mark (WM), Value Assets Fund (VAF ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น VIF), Overseas Growth Fund (OGF) และ Offshore Dynamics Fund (ODF) แต่อัยการกลับกลายเป็นสั่งไม่ฟ้อง

ทั้งที่ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2551 นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า “การกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ทั้งสองไม่ได้เป็นซื้อ-ขายหุ้นด้วยตัวเอง แต่ซื้อผ่านกองทุน

สิ่งที่อัยการทำ ด้วยฐานะทนายความแผ่นดิน กลับเป็นพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเข้าข่ายรับใช้ผู้ต้องหาหรือไม่ ? ดังนี้

1. ละเว้นข้อกล่าวหาหลักที่แสดงข้อมูลเท็จในหนังสือชี้ชวนว่า “ครอบครัวมีหุ้นประมาณ 61% ไม่ถึง 3 ใน 4” และปกปิดข้อความจริงว่า “ครอบครัวมีหุ้น 81%” ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้น

2. ละเว้นหลักฐานประกอบมากมาย เช่นการที่วินมาร์คซื้อหุ้นจากอดีตผู้นำและภรรยาไว้ 6 บริษัทเพื่อรอทำกำไรตอนเข้าตลาด แต่มีเพียงบริษัทเดียวเข้าได้ คือ SC แต่กลับขายออกไปก่อนยื่นไฟลิ่งเพียง 3 สัปดาห์ และ สละสิทธิ์หุ้นซึ่งเสียประโยชน์ประมาณ 71 ล้านบาทให้ลูกสาวฯลฯ ซึ่งตามข้อสรุปที่โฆษกอธิบายในวันแถลงข่าวก็ชัดอยู่แล้วว่า “ไม่ได้เป็นซื้อ-ขายด้วยตัวเอง แต่ซื้อผ่านกองทุน” ก็ยังละเลยการฟ้องเอาผิดตามข้อกล่าวหาหลักข้างต้น และละเว้นหลักฐานมากมาย

3. อ้างเรื่องการไม่ผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์มาตรา 278 ซึ่งระบุว่า “ผู้ใดแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลัก ทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นตาม มาตรา 65 ในสาระสำคัญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับ…” โดยอ ้างว่าเพราะไม่ต้องทำตามประกาศฯ ที่กจ. 28/2546 ซึ่งลงนามโดย ร.อ. สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์ที่ออกมาภายหลัง ซึ่งฟังไม่ขึ้นว่า ประกาศฯจะมีผลลบล้างความผิดของ พ.ร.บ. ได้อย่างไร? ประกาศฯ ที่ กจ.44/2543 ก่อนหน้านี้ที่ทุกคนรวมถึงท่านต้องใช้ ก็ไม่อนุญาตให้แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงตามกฎหมายอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ควรมีอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย

4. อ้างเรื่องการไม่ผิด พ.ร.บ. หลักทรัพย์มาตรา 246 โดยอ้างถึง ประกาศฯ ที่ กจ. 58/2545 (ประกาศฯซึ่งลงนามโดย นาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ซึ่งอนุญาตให้คนต่างกลุ่มตาม มาตรา 258 ให้แจ้งนับรวมกันได้ ซึ่งไม่เคยมีใคร บังอาจคิดเข้าใจว่า ประกาศฯนี้ ทำให้บุคคลกลุ่มเดียวกันตามมาตรา 258 อยู่แล้ว แบ่งหุ้นไปซุกในชื่ออื่น แล้วจะไม่ถือเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันได้ตามกฎหมาย หากเป็นเช่นนั้นมาตรา 246 และ 258 ก็ไม่มีความหมาย

จึงเป็นหลักฐานอีกครั้งว่า ทนายความของชาติทำไม จึงทิ้งข้อกล่าวหา ทิ้งหลักฐาน อ้างถึงประกาศ (ซึ่งลงนามโดยพวกพ้อง ทรท. / พปช.) มาลบล้างความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 มันไม่น่าจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นทนายความแผ่นดินเช่นนั้น นอกจากเหตุผลสำคัญคือ การรับใช้

น ั่นทำให้ไทยยามอึดอัด และอยากเรียกร้องให้นึกถึง “ศักดิ์ศรีนายกรัฐมนตรีไทย” ไม่ควรรับใช้ “นักโทษแผ่นดิน”เมื่อเมืองไทยเลือกเดินทางสว่าง บ้านเมืองจะกลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืนครับ

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์     30 ตุลาคม 2551 11:00 น.

 

ป้ายกำกับ: , ,

การเมืองใหม่ต้องการการค้นคว้าที่กว้างและลึกมากขึ้น


ปัญหาวิกฤตการเมืองไทยมีสาเหตุลึก ๆ มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม (รวมทั้งเศรษฐกิจการเมือง) ที่มีความแตกต่างทางด้านอำนาจ ฐานะ รายได้ ความรู้ ระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างมาก ส่วนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพรรคพลังประชาชนและกลุ่มพันธมิตรฯเป็นเพียงอาก ารของโรคที่จะคงคลี่คลายไปทางใดทางหนึ่งใน 2-3 เดือนข้างหน้า(หรือเร็วกว่านั้นถ้าผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหลายกล้าเชิญทุกฝ ่ายร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศ)

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ:

โลกาภิวัตน์กับการเมืองใหม่ในสังคมไทย


ความเคลื่อนไหวเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสังคมไทย โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่นั้น ก่อให้เกิดผลกระทบกับมิติการเมืองของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม หากแต่การเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายที่กลุ่มคาดหวังนั้น ก็ถูกกระแสโลกโลกาภิวัตน์ติดตามตรวจสอบและบางสถานะสร้างข้อจำกัดกับการเปลี่ ยนแปลงได้เช่นกัน

Read the rest of this entry »

 

ป้ายกำกับ: ,