Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

รัฐธรรมนูญ คือ กติกาเพื่อจัดสรรอำนาจ ทรัพยากร สิทธิบทบาทหน้าที่ของประชาชน รัฐธรรมนูญมีผลต่อการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นจึงมีบทบาทต่อการพัฒนาการทางเศรษฐกิจการเมือง สังคมของประชาชนอยู่มาก ถ้าหากเรามีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบะวัฒนธรรมการเมืองไทย โดยการเน้นให้สิทธิเสรีภาพ โอกาสของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนจนและการศึกษาน้อยเพิ่มขึ้น และลดอำนาจและโอกาสหาผลประโยชน์เองของนักการเมืองลง เพิ่มการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร โดยฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ (ที่ต้องปฏิรูปให้เป็นอิสระจากฝ่ายบริหารมากขึ้น) ฝ่ายองค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์กรประชาชน เราก็มีโอกาสจะได้รัฐบาลที่ต้องฟังเสียงประชาชนมากขึ้น ประชาชนอาจเรียกร้องพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้าง

แม้สภาพเศรษฐกิจ การเมืองที่เป็นจริง คนส่วนน้อยยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองสูงกว่าคนส่วนใหญ่มาก ทำให้การเขียนรัฐธรรมนูญให้เอื้อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ และมีผลบังคับใช้ได้จริงคงเป็นไปได้ยาก ประเด็นที่สำคัญคือ เราต้องไม่ฝากความหวังไว้ที่รัฐธรรมนูญที่เดียว ประชาชนที่ตื่นตัวก้าวหน้า ต้องพยายามผลักดันปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น คือ มีการกระจายทรัพย์สิน รายได้ ความรู้ที่เป็นธรรม เราจึงจะมีทางแก้ปัญหาการซื้อเสียงขายเสียงและปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นได้

แนวทางการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ต้องใช้นโยบายทางเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบสหกรณ์ มาแทนที่ธุรกิจเอกชนและรัฐวิสาหกิจอย่างกว้างขวาง ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารสหกรณ์ สหกรณ์ประกันภัย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ผู้ผลิตหรือสหกรณ์ที่คนงานเป็นเจ้าของผู้ดำเนินงานเอง สหกรณ์ให้บริการ สหกรณ์สาธารณูปโภคต่างๆ ฯลฯ เหมือนประเทศอื่นที่ขบวนการสหกรณ์พัฒนาไปได้ไกลกว่าของไทยมาก ระบบสหกรณ์เป็นระบบการจัดการทางธุรกิจแบบประชาธิปไตยโดยสมัครใจที่ลดพ่อค้าคนกลางที่ไม่จำเป็น ทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น เป็นระบบที่จะทำให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและความเป็นธรรมได้ ถ้ามีการส่งเสริมพัฒนาให้ระบบสหกรณ์ก้าวข้ามพ้นระบบราชการและแข่งขันกับพ่อค้านายทุนได้เหมือนในประเทศอื่นๆ

สหกรณ์สามารถลดการค้ากำไรเกินควรของพ่อค้าคนกลาง ส่งเสริมการจ้างงาน และแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ได้ดีกว่าระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาด แต่ทั้งนี้ต้องปฏิรูปให้ระบบสหกรณ์เป็นอิสระจากระบบราชการ และส่งเสริมให้สหกรณ์มีต้นทุนต่ำ มีความสามารถแข่งขันกับธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ขนาดกลางได้เพิ่มขึ้นเหมือนในยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา นิวซีแลนด์ ละตินอเมริกา ฯลฯ ที่ระบบสหกรณ์พัฒนาได้กว้างขวาง และมีสัดส่วนในระบบเศรษฐกิจของทั้งประเทศอย่างสำคัญ

เราอาจเลือกใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม คือระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็กและสหกรณ์ และสังคมประชาธิปไตยที่เน้นการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แบบรวมหมู่ เช่น ระบบสหกรณ์ การประกันสังคม รัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการและนโยบายปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แบบพึ่งเศรษฐกิจและตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาการลงทุน การค้าระหว่างประเทศลงเหลือเท่าที่จำเป็น เท่าที่เราได้ประโยชน์หรือไม่เสียเปรียบมากเกินไป เราจึงจะสามารถสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง

ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเป็นเงื่อนไขสำคัญของการปฏิรูปทางการเมืองและสังคมให้เป็นประชาธิปไตย และการพัฒนาประเทศเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน

วิทยากร เชียงกูล
ก้าวข้ามระบอบทักษิณ สู่เส้นทางปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ. _ _ กรุงเทพฯ
บ้านพระอาทิตย์, 2550
ISBN 978-974-8003-90-0


“อย่าแบกปัญหาความยุ่งยากไว้มากกว่าหนึ่งชนิดในเวลาเดียวกัน

คนบางคนแบกปัญหาความยุ่งยากไว้ถึง 3 ชนิด คือ

ปัญหาทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเขามาแล้ว

ปัญหาทุกเรื่องที่เขากำลังเผชิญในปัจจุบัน

และปัญหาทุกเรื่องที่เขาคาดหมายว่าจะเกิดกับเขาในอนาคต”

เอดวาร์ด เอเวอร์เรต เฮด
นักเขียนและนักบวชชาวอเมริกัน

ที่มา
วิทยากร เชียงกูล.
จิตวิทยา ความฉลาด และความคิดสร้างสรรค์.
กรุงเทพฯ : สายธาร, 2551.
ISBN : 978-974-04-5187-7

การสำรวจประชากรทั่วประเทศสหรัฐฯ โดย แองกุส แคมป์เบล มหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าคนที่มีความรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมชีวิตของเขาเองได้ จะจัดการกับตัวที่ทำให้เกิดความเครียดได้ดีกว่า และจะมีความรู้สึกในทางบวก หรือความพอใจในชีวิตมากกว่า

อ่านต่อ »

ระบอบประชาธิปไตย นอกจากจะเป็นระบอบการเมืองแล้ว ยังเป็นระบอบเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมด้วย  ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตยจึงไม่ใช่อยู่ที่การมีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย การเลือกตั้ง และการต่อรองหรือการต่อสู้ทางการเมืองเท่านั้น หากอยู่ที่สมาชิกในสังคมจะต้องช่วยกันหล่อหลอม สร้างค่านิยม วิถีชีวิต ที่เป็นประชาธิปไตยทั้งในครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชนด้วย จึงจะช่วยสร้างให้เยาวชนและประชาชนมีค่านิยมทัศนคติแบบประชาธิปไตย และพวกเขาจะตื่นตัวพอที่จะรู้จักปกป้องระบอบประชาธิปไตยไว้ได้
อ่านต่อ »

บรรณานุกรม

 

หนังสือเล่ม/บทความวิชาการ

โครงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ ปลายทางความรู้ : ชุดความรู้ศูนย์การเรียนรู้

            ชุมชน ภาคต่าง ๆ (5 เล่ม) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 2552 

ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธ “ทุนมนุษย์กับผลตอบแทนทางการศึกษา” การสัมมนาทาง

            วิชาการประจำปี 2551 ของมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย วันที่

            29-30 พฤศจิกายน       2551

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน์ “การศึกษากับความมั่นคงของมนุษย์” บทความจากเว็บไซท์ของ

 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย WWW.TDRI.OR.TH

ดร.สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์  คุณภาพแรงงานไทย  การสัมมนาวิชาการประจำปี 2551 

อ่านต่อ »

6. แนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคแบบคอขวดของการปฏิรูปการศึกษา

            บทนี้ผู้วิจัยได้สรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขเรื่องใหญ่เชิงโครงสร้างที่ผู้วิจัยเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญที่สุดหรือเป็นอุปสรรคแบบคอขวด 5 เรื่อง คือ 1.การเปลี่ยนแปลงแนวทางการพัฒนาประเทศและการศึกษาเสียใหม่ 2.การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารแบบมีภาคี 4 ฝ่ายแทนระบบราชการแบบรวมศูนย์อยู่ที่กระทรวงศึกษา 3.การปฏิรูปเรื่องการจัดหาและใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ/คุณภาพเพิ่มขึ้น 4.การปฏิรูปเพื่อเพิ่มคุณภาพ/ประสิทธิภาพครูอาจารย์และกระบวนการสอนการเรียน และ 5.การรณรงค์ให้ประชาชนทั้งประเทศตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาอย่างมีจิตสำนึกและเอาการเอางาน ผู้วิจัยเชื่อว่าหากแก้ไขปัญหาเรื่องใหญ่ระดับโครงสร้างทั้ง 5 เรื่องนี้ได้ เราก็จะอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขปัญหาในระดับย่อย เช่นปฏิรูปการจัดการศึกษาประเภทต่าง ๆ ระดับต่าง ๆ ที่ได้กล่าวถึงไว้ในบทต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ได้ด้วย

อ่านต่อ »

5. การศึกษากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

            บทนี้นำเสนอเรื่องบทบาทและความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างมีอิทธิพลต่อกันของการจัดการศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคม การจัดการศึกษาเป็นการพัฒนาทุนมนุษย์และทุนทางสังคมที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในกระบวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคม ประเทศต้องจัดการศึกษาให้ทั่วถึง อย่างมีประสิทธิภาพ/คุณภาพ ทำให้ประชากรส่วนใหญ่มีความรู้ความสามารถทักษะและเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้ประสบความสำเร็จได้

อ่านต่อ »

4. การประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาโดยบุคคลวงการต่าง ๆ  

            บทนี้นำเสนองานคัดสรรจากทัศนะและบทวิเคราะห์ในเรื่องการจัดการศึกษา/การปฏิรูปการศึกษาของบุคคลต่าง ๆ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ นักวิชาการ ครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนนักเรียน ที่ผู้วิจัยเห็นว่า จะช่วยให้เห็นภาพปัญหาและผลของการจัดการศึกษาของประเทศไทยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ผู้วิจัยเลือกมาเฉพาะบางส่วนและเลือกเน้นบางประโยคที่ผู้วิจัยเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ

อ่านต่อ »

3. การประเมินผลด้านคุณภาพ/ประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา

บทนี้เสนอเรื่องการประเมินคุณภาพ/ประสิทธิภาพการศึกษาโดยอาศัยการสรุปจากรายงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) และรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) โดยผู้วิจัยได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมควบคู่ไปด้วย

อ่านต่อ »

2. การจัดการศึกษา งบประมาณ และระดับการศึกษาของแรงงานในปี 2551-2552

            2.1 การจัดการศึกษาในปี 2551-2552 

            การจัดการศึกษาในปีการศึกษา 2552 สัดส่วนผู้ได้เรียนต่อประชากรดีขึ้นกว่าปีการศึกษา 2550-2551 เล็กน้อย ยอดรวมของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในปี 2552 คือ 12.02 ล้านคน คิดเป็น 81.29 ของประชากรวัย 3-17 ปี และมีประชากรวัยนี้ที่ไม่ได้เข้าเรียนราว 2.76 ล้านคน อย่างไรก็ตามเด็กที่ออกกลางคันภายหลังบางส่วนคงจะมีโอกาสได้กลับไปเรียนกับการศึกษานอกระบบบ้าง (ดูตารางที่ 2.7) แต่เนื่องจากผู้เข้าเรียนในการศึกษานอกระบบมักอยู่ในวัยอายุ 15 ปีขึ้นไป จึงไม่อาจนำสถิติผู้เข้าเรียนในการศึกษานอกระบบมาเทียบกับจำนวนประชากรวัยเรียนได้

อ่านต่อ »

บทที่ 1  การเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทย และสถานะของประเทศไทยในระบบโลก 

            บทนี้ต้องการเสนอสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาและโอกาสในการได้รับการศึกษาของคนไทย เนื่องจากผู้วิจัยเห็นว่าการจะเข้าใจสภาวะการจัดการศึกษาประเทศไทยได้อย่างเห็นภาพใหญ่ เราต้องทำความเข้าใจในเรื่องบริบททางสังคม (รวมทั้งเศรษฐกิจและการเมือง) และบริบทของประเทศไทยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลกด้วย

อ่านต่อ »

สารบัญ

 

คำนำ

คำชี้แจงของผู้เขียน

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

อ่านต่อ »

Older Posts »